Tag Archives: เชิงทะเล

ตร.เชิงทะเลเข้าจับกุมพลทหารพร้อมเพื่อนร่วมกันชิงทรัพย์

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เสริม ขวัญนิมิตร ผกก.สภ.เชิงทะเล นำโดย พ.ต.ท.ณรงค์ บัวคง สวป.สภ.เชิงทะเล พ.ต.ต.อัครวัฒ ไชยขวัญ สว.สส.สภ.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่งร่วมกันจับกุมตัว พลทหารชลธี เกราะเหล็ก อายุ 23 ปี สังกัดค่ายพญาอินทิรา ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี นายกฤตเมธ จำปาดะ อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลาง เงินสด 540 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ true กระเป๋าสะพายสีดำ ยี่ห้อ wherever วิทยุสื่อสารสีแดงยี่ห้อ hamtec และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นคลิก สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน อนข 975 กทม. เมื่อเวลา 23.10 น. วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ม.2 ถนนศรีสุนทร ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีหรือใช้ยานพาหนะฯ”

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุ สภ.เชิงทะเล ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้าย จำนวน 2 คน ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวบ้านที่บริเวณถนนซอยหน้า อบต.เชิงทะเล ม.5 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จากนั้นคนร้ายได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ผ่านหน้า สภ.เชิงทะเล ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดแต่ยังไรวี่แว่ว จนกระทั่งเวลา 23.10 น. ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่เห็นผู้ต้องทั้ง 2 ราย ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตามที่ได้รับแจ้ง ยืนอยู่บริเวณหน้าตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ ถนนศรีสุนทร ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จึงได้เข้าทำการตรวจสอบ และตรวจค้น พบของกลางทั้งหมดอยู่กับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และได้ควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เชิงทะเล

ผู้ต้องหา 2 ราย ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์มาจริง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รถเก๋งนิสสันขับลงเขาป่าตองไฟไหม้เสียหายหนัก

เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองกะทู้ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่บริเวณโลตัสเอ็กซ์เพรส สาขากะทู้ ถ.พระภูเก็ตแก้ว ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 16.50 น. เมื่อวานนี้ (4 พ.ค.) หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมรถดับเพลิง จำนวน 1 คัน

สำหรับที่เกิดเป็นถนนเส้นหลักที่ใช้สัญจรไปยังหาดป่าตอง เห็นรถติดยาวเหยียดริมถนน พบรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเทียน่า สีขาว หมายเลขทะเบียน ญธ 9222 กรุงเทพมหานคร ของ นางวาสิตา ทั่วไตรภพ อยู่บ้านเลขที่ 29/1 ม.2 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วมาจากห้องเครื่องยนต์ของรถคันดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปติดตัวทั้งคัน โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณห้องเครื่องยนต์เสียหายหนัก

เจ้าของรถเผยว่า ได้ขับรถมาจากพื้นที่หาดป่าตอง และลงจากเขาป่าตอง พอมาถึงช่วงสี่แยกไฟสัญญาณจราจร (สี่กอ) เห็นกลุ่มควันออกมาจากห้องเครื่องยนต์จึงนำรถลงจอดริมถนนข้างทาง ในระหว่างที่กำลังลงจากรถเห็นไฟลุกไหม้ขึ้นมาจึงรีบวิ่งหนีและแจ้งให้เจ้า หน้าที่มาช่วยดับเพลิง ซึ่งรถของตนไม่ได้ดัดแปลงสภาพ และไม่ได้ติดตั้งแก๊สแต่อย่างใด และไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดมาจากอะไร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงต่อไป

สารพัดช่างภูเก็ต MOU สถานประกอบการ 13 แห่ง

วิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ปีการศึกษา 2557 วันนี้ (21 ก.พ.) ระหว่างผู้บริหารของวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต กับผู้บริหารของสถานประกอบการ จำนวน 13 แห่ง เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการจัดการศึกษาร่วมกัน มีนายจรัญ เกล้านพรัตน์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต เป็นประธานในพิธี มีผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษา คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนร่วมในพิธี

ภายในงานยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติ “The Best of Trainee 2014” พิธีมอบประกาศนียบัตร และบัตรมัคคุเทศก์ทางทะเลแก่นักเรียนสาขางานการท่องเที่ยว และพิธีมอบเกียรติบัตรรับรองการผ่านงานให้แก่นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต และการบรรยายพิเศษ “เตรียมตัวอย่างไรเมื่อเปิด AEC” โดย ดร.ศรีรัฐ เกตุเมือง ศึกษานิเทศก์ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดภูเก็ต

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวสถานศึกษามีหน้าที่ฝึกอบรมความรู้ด้าน วิชาการ และทักษะพื้นฐาน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของนักเรียน นักศึกษาก่อนเข้าสู่สถานประกอบการ โดยสถานประกอบการภาครัฐ และเอกชนสามารถพัฒนากำลังคนของชาติให้มีประสิทธิภาพคุณภาพ ดังนั้น การศึกษา และการประกอบธุรกิจจะต้องดำเนินควบคู่กันไป ต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จึงจะประสบความสำเร็จทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยเหตุนี้การจัดการอาชีวศึกษาจึงต้องพัฒนาต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่เวทีโลก

นักธุรกิจชชาวอังกฤษผูกคอตายในบ้านพักหรูที่ภูเก็ต

นักธุรกิจชาวอังกฤษ เครียดเรื่องครอบครัว ธุรกิจ ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในที่พักหรูในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งมีเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิตภายในบ้านพัก พื้นที่ ม.3 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้ (21 ก.พ.) ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย ภายหลังรับแจ้ง ร.ต.ท.จิรศักดิ์ สังข์วิสุทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรูบริเวณศาลาพักผ่อนข้างสระน้ำ ภายในบ้านพบศพชาวต่างชาติผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในศาลาดังกล่าว สภาพศพสวมเสื้อสีฟ้า สวมกางเกงขาสั้นแค่เขาสีขาว ทางเจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากเชือกที่ใช้ผูกคอ และนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

จากการสอบถามนาง KATERINE PAVIES ภรรยาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นาย STEPHEN HOWARD PAINE อายุ 56 ปี นักธุรกิจสัญชาติอังกฤษ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ตนเองได้ขึ้นไปพักผ่อนตามปกติ แต่นาย STEPHEN HOWARD PAINE ได้ไปนั่งที่ศาลาพักผ่อนข้างสระน้ำภายในบ้าน จนกระทั่งเวลา 07.30 น. วันนี้ (21 ก.พ.) ตนเองลงมาจากห้องนอนไม่พบสามีก็ออกมาตามหาก็พบว่า นาย STEPHEN HOWARD PAINE ได้ผูกคอตายที่ศาลาดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นว่าผู้ตายมีความเครียด ซึ่งเป็นปัญหาทางบ้าน และเรื่องของธุรกิจ โดยปกตินาย STEPHEN HOWARD PAINE เป็นคนที่ชอบเก็บตัว และชอบอยู่คนเดียวแล้ว ส่วนสาเหตุของการผูกคอตายคาดว่าเกิดจากความเครียดจากปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า

ญาติร้องขอความเป็นธรรม รพ.วชิระภูเก็ตทำคลอดเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก

นายนำพร อินทวงศ์ อายุ 42 ปี อาชีพคนขับรถแท็กซี่หาดป่าตอง และ นางสมจิต นิยะรัตน์ สามี และมารดา ของนางพรทิพย์ บุดดีคำ และ ด.ช.อัศวิน อินทวงศ์ สองแม่ลูกซึ่งเสียชีวิตจากการเข้าคลอดบุตรในโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมญาติๆ กว่า 50 คน ร่วมกันถือรูปถ่ายของนางพรทิพย์ พร้อมพวงหรีด และป้ายข้อความเรียกร้องให้แพทย์ที่ทำคลอด และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต แสดงความรับผิดชอบ  เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (10 พ.ค.) ที่หน้าโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากภรรยาเข้าผ่าตัดคลอดบุตร และได้เสียชีวิตทั้งแม่และลูก ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ แต่ไม่มีการติดต่อจากโรงพยาบาลเพื่อขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยญาติๆ ได้มีการชูป้ายพร้อมตะโกนไปตามถนนภายในโรงพยาบาลก่อนจะวกกลับไปขอรับศพ ด.ช.อัศวิน ที่หน้าห้องดับจิต ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างโรงพยาบาลเพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศล นายนำพรได้เข้าไปติดต่อรับศพลูกชายก่อนจะอุ้มศพทารกน้อยอายุ 2 วันเดินออกมาพร้อมกับคราบน้ำตาของคนเป็นพ่อ มือทั้งสองข้างกอดศพลูกชายไว้แน่น พร้อมตะโกนขอความเป็นธรรม ท่ามกลางสายตาญาติๆ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ออกมามุงดูเป็นจำนวนมาก โดยขณะนั้นมีนายแพทย์สมบูรณ์ หวังแต่ธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และนายแพทย์นรา กิ่งแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ได้ออกมาพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตเพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือ

ทางด้านรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นายแพทย์สมบูรณ์ หวังแต่ธรรม กล่าวว่า ตอนนี้ในส่วนของศพนางพรทิพย์ ได้มีการส่งชิ้นเนื้อไปตรวจที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ คาดว่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ โดยในวันพรุ่งนี้ทางฝ่ายบริหารจะเดินทางไปร่วมงานศพ ส่วนในเรื่องมนุษยธรรม ทางโรงพยาบาลยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือตามที่ญาติผู้เสียชีวิตเรียกร้อง

คนร้ายเผา จยย.และจักรยานกลางถนนที่ภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจาก นายศิริ ยกทอง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ค. ว่าเกิดเหตุคนร้ายเผารถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน จำนวน 2 คันกลางถนนขี้ทรายตัดใหม่ ม.2 บ้านบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.พีรสิทธิ์ หนูพยันต์ พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สภ.เชิงทะเล ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ด.ต.สุวรินทร์ หมวดเมือง ด.ต.ประสาน เกศโร เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.เชิงทะเล จำนวน 1 คัน

ในที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.เชิงทะเล กำลังฉีดน้ำดับไฟกำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์และรถจักรยาน ซึ่งมีชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 10 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ หลังจากดับเพลิงเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ไม่ทราบสี และหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 คัน และใกล้พบรถจักรยานอีกจำนวน 1 คัน ที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

จากการสอบสวนในที่เกิดเหตุไม่มีใครทราบว่ารถดังกล่าวเป็นของผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้นำซากรถดังกล่าวนำไปยังเก็บไว้ที่ สภ.เชิงทะเล เพื่อตรวจสอบหมายเลขตัวถังรถว่ารถคันดังกล่าวเป็นของผู้ใด พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต มาตรวจสอบอีกครั้ง

เพลิงไหม้สามล้อพ่วงขายขนมเครปที่ภูเก็ต

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ 3 ล้อพ่วงได้รับความเสียหายวอดทั้งคัน เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้ (21 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 155/20 ซ.บังสยาม ม.5 (บ้านบางเทา) ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งรับเหตุ ร.ต.ท.จิระศักดิ์ สังข์วิสุทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จึงรายงานไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.ต.นิคม แก้วหนู รองสวป.สภ.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เชิงทะเล รุดไปตรวจสอบ

สถานที่เกิดเหตุมีประชาชนยืนดูเหตุการณ์อยู่จำนวนมาก พบรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงมีหลังคายี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 343 ภูเก็ต ของนางยอร่า ถิ่นเกาะยาว อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดพังงา ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายวอดทั้งคัน อยู่บ้านเลขที่ 155/20 ซ.บังสยาม ม.5 (บ้านบางเทา) ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะทำการสืบสวนหาสาเหตุต่อไป ในเบื้องต้นตั้ง 2 สาเหตุ ถูกวางเพลิง หรือไฟไหม้เอง

จากการสอบถาม นางยอร่า เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพขายขนมเครปญี่ปุ่นอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านบางเทา ซึ่งตนเองได้จอดรถอยู่หน้าบ้านตามปกติ ก่อนเข้านอน จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 ตนเองได้กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนมีใครมาเผาขยะ จากนั้นได้ลุกขึ้นมาดูถึงกับตกใจเมื่อเห็นรถจักรยานยนต์ที่ตนเองใช้ทำมาหา กินถูกเพลิงไหม้วอดทั้งคัน จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในที่สุด โดยตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 สัมมนานำเสนอผลการคัดเลือกรูปแบบทางลอดเชื่อมถนนวิเศษ-เจ้าฟ้าตะวันตกแก้รถติด

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท บูแมพ จำกัด และ บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดสัมมนานำเสนอผลการคัดเลือกรูปแบบรายละเอียด ครั้งที่ 2 วันนี้ (21 เม.ย.) ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต โครงการสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4021 กับ 4024 กับ 4028 กับถนนเทศบาล (ห้าแยกฉลอง) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณห้าแยกฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น ซึ่งนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวสมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมัคร เลือดวงหัด ผอ.แขวงการทางภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนในบริเวณพื้นที่ตำบลฉลอง และราไวย์ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทางกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้นำเสนอรูปแบบทางเลือกของทางแยกต่างระดับ บริเวณห้าแยกฉลอง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย รูปแบบทางเลือกที่ 1.เป็นทางลอดขนาด 2 ช่องจราจรไป-กลับ ในทิศทางถนนเจ้าฟ้าตะวันตก – ถนนวิเศษ (ถนนทางไปหาดราไวย์) อุโมงค์มีความยาว 1 กิโลเมตร กว้าง 4 เมตร มีฝาปิดส่วนทางลอด และเปิดโล่งบริเวณทางเข้าและออกรูปแบบทางเลือกที่ 2 ทางลอดในทิศทางถนนเจ้าฟ้าตะวันตก – ถนนวิเศษ เหมือนรูปแบบทางเลือกที่ 1 แต่มีทางยกระดับจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปยังถนนเจ้าฟ้าตะวันออกด้วย

รูปแบบทางเลือกที่ 3 ทางลอดขนาด 1 – 2 ช่องจราจร ทิศทางจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปถนนเจ้าฟ้าตะวันตกและเจ้าหน้าตะวันออก และทางเลือกที่ 4 สะพานขนาดช่อง 2 จราจร ทิศทางจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ร่วมกับการจัดการจราจรใหม่บริเวณห้าแยกฉลอง ซึ่งทางเลือกที่ 3 และ 4 นั้น ได้จากการนำเสนอและแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาประชาชนในพื้นที่ ฉลองและราไวย์ เมื่อการจัดสัมมนาแนะนำโครงการครั้งแรก

เทศบาลตำบลเชิงทะเลจัดแข่งขันฟุตซอลจูเนียร์คัพ

ในวันนี้ (14 ม.ค.) นายสุนิรันดร์ รชตะพฤกษ์ เป็นประธานในพิธิมอบถ้วยรางวัลการแข่งขันฟุตซอลเทศบาลตำบลเชิงทะเลจูเนีย ร์คัพ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 4-11 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ที่อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา คณะครู และนักกีฬาเข้าร่วม

ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก และเยาวชนให้มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตลอดจนเพื่อให้เด็ก เยาวชน มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ห่างไกลยาเสพติดซึ่งทางเทศบาลตำบลเชิง ทะเล ได้จัดโครงการแข่งขันฟุตซอลเทศบาลตำบลเชิงทะเลจูเนียร์คัพ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 4-11 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา ณ อาคารอเนกประสงค์เทศบาลตำบลเชิงทะเล โดยการแข่งขันกีฬาฟุตซอล แบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี (ชาย), รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (ชาย) และรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (หญิง)

สำหรับผลการแข่งขันฟุตซอลเทศบาลตำบลเชิงทะเล จูเนียร์คัพ ปรากฏว่า รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี (ชาย) ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมโรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล A รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมโรงเรียนเทศบาลบ้านไสน้ำเย็น รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบ้านกะทู้ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (ชาย) ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมโรงเรียนเทพมิตรศึกษา รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบ้านไสน้ำเย็น รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลเชิงทะเล A และรุ่นอายุไม่เกิน 12 (หญิง) ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเทศบาลเมืองปากพนัง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมเทศบาลตำบลเชิงทะเล และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมเทศบาลนครภูเก็ต

ข้าราชการภูเก็ตร่วมเวที กปปส. กันอย่างคึกคัก

รองผู้ว่าฯ “สมหมาย ปรีชาศิลป์” รวมทั้งข้าราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นภูเก็ต พร้อมใจกันออกมายืนเคียงข้างประชาชนจำนวนมาก คนภูเก็ตประกาศหากข้าราชการเหล่านี้ถูกรังแกจากคนของรัฐบาล คนภูเก็ตจะเข้าไปปกป้องอย่างเต็มที่

มวลมหาประชาชนชาวภูเก็ต ในนามกลุ่ม กปปส.ภูเก็ต ได้ทยอยเดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณเวที กปปส.ภูเก็ต หน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันนี้ (14 ม.ค.)  เพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งในวันนี้ประชาชนชาวภูเก็ตได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นในภูเก็ต ได้มารวมตัวกันมากที่สุดในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ข้าราชการในศาลากลางภูเก็ต นายอำเภอถลาง น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศตรีนครภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายชัยอนันท์ สุทธิกุล นายกเทศมตรีเมืองกะทู้ พร้อมหัวหน้าราชการ และข้าราชการของแต่ละเทศบาล นอกจากนี้ ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการสังกัดกระทรวงต่างๆ ในภูเก็ต มารวมตัวกันประกาศยืนเคียงข้างประชาชนในการปฏิรูปการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

กลุ่มแกนนำการชุมนุมได้สลับการขึ้นเวทีปราศรัย โดยเนื้อหาโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง และแกนนำของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งชื่นชมรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และข้าราชการทุกคนที่กล้าออกมายืนเคียงข้างประชาชน และสัญญาว่าหากข้าราชการเหล่านี้ถูกรัฐบาลรังแก คนภูเก็ตจะปกครองข้าราชการเหล่านี้เอง ไม่ยอมให้ถูกรังแกจากคนของรัฐบาล ส่วนข้าราชการที่ไม่กล้าออกมาอยู่เคียงข้างประชาชน วันใดที่ประชาชนชนะ ข้าราชการเหล่านี้จะต้องเก็บกระเป๋าออกจากเกาะภูเก็ต และเรียกร้องให้ นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปลัดจังหวัด นายอำเภอ รวมทั้งข้าราชการกระทรวงอื่นๆ ที่ยังไม่กล้าออกมา ให้ออกมายืนเคียงข้างประชาชน