Tag Archives: เขาพระแทว

2 นักท่องเที่ยวหลงป่าศูนย์ศึกษาธรรมชาติเขาพระแทวภูเก็ต

นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว นายวิชาติ พันธุ์คง รักษาราชการแทนหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าฯ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว โครงการคืนชะนีสู่ป่า หน่วยกู้ชีพกุศลธรรม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ สภ.ถลาง อส.อำเภอถลาง ให้การช่วยเหลือ 2 นักท่องเที่ยวชาวตุรกีซึ่งพลัดหลงอยู่ในป่า เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมปาล์มบีชป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ว่ามีนักท่องเที่ยว 2 สามีภรรยาชาวตุรกีโทรศัพท์ส่งข้อความเป็นภาษาอังกฤษ และภาพในที่เกิดเหตุคือ อยู่ที่พิกัดต้นไม้ EOS 11 และแจ้งว่าทั้งคู่หลงป่าในขณะเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าเขาพระแทว หมู่ที่ 1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

หลังจากนั้น เมื่อเวลา 22.50 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถค้นหานักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวตุรกีพบตัวทั้งคู่ ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย และกระหายน้ำ และหิวข้าว ไม่สามารถเดินลงจากสันเขาพระแทวได้อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ได้ให้น้ำดื่มในเบื้องต้น และพยายามให้เดินลัดเลาะมาตามแนวทางเดินป่า โดยยึดเอาแนวน้ำตกบางแปเป็นหลัก และมีการจัดเตรียมรถพยาบาลฉุกเฉินไว้พร้อมแล้ว เพื่อลำเลียงส่งโรงพยาบาลถลาง เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย และจะนำส่งโรงแรมปาล์มบีชป่าตอง ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องใช้เวลาพาตัวนักท่องเที่ยวมาที่บริเวณจุดนัดพบลาน น้ำตกบางแปได้คาดว่าในเวลาประมาณ 23.00 น.และเจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือ และค้นหาพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และอาสาสมัคร มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ประจำบ้านเมืองใหม่ สามารถนำตัวนักท่องเที่ยวทั้งคู่ คือนาย Bulent Burak และนาง Pinar Burak ถึงบริเวณจุดรวมพลลานข้างน้ำตกบางแป ในเวลาประมาณ 00.20 น.

สภาทนายความจัดอบรม “ทวงหนี้อย่างไรไม่ให้ติดคุก”

นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดอบรมสัมมนากฎหมายใหม่ เรื่อง “ทวงหนี้อย่างไรไม่ติดคุก” เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (14 มิ.ย.) ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสมาพันธ์ผู้บริหารหนี้ สถาบันการเงินแห่งประเทศไทย จัดขึ้น มี นายวิเชียร ชุบไธสง อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ และประธานสมาพันธ์ผู้บริหารหนี้สถาบันการเงินแห่งประเทศไทย นายธีรศักดิ์ โชติวานิช กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ทนายความวันรัฐ นาคสุวรรณ กรรมการบริหารสภาทนายความภาค 8 นายชัยยศ ปัญญาไวย สภาทนายความจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนประธานสภาทนายความ และสมาชิกทนายความในจังหวัดภาค 8 และสมาชิกเครือข่าย ผู้ประกอบธุรกิจการทวงถามหนี้ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดต่างๆ ในภาค 8 สถาบันการเงิน และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าร่วมงานกว่า 500 คน

สำหรับการจัดอบรมสัมมนาในครั้งนี้นายวันรัฐ นาคสุวรรณ กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 8 กล่าวว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาได้รับรู้ถึงการมีกฎหมายใหม่ที่บัญญัติขึ้นในยุคปัจจุบัน ประกอบกับมีกฎหมายเดิม ซึ่งมีเนื้อหาสอดคล้องเกี่ยวข้องกัน ซึ่งจะนำไปสู่ภาคปฏิบัติให้ถูกต้องอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการทวงหนี้ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 หากทวงถามหนี้ผิดวิธีอาจติดคุกได้ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจถูกต้องป้องกันปัญหาที่จะเกิด ขึ้นในทางปฏิบัติให้ถูกวิธี

นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีมาตรากฎหมายใหม่มาบังคับใช้เป็นจำนวนมาก เพราะการเสนอกฎหมายในยุคนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอยู่ในช่วงการใช้อำนาจพิเศษ ดังนั้น เป็นหน้าที่ของทุกคนทุกฝ่ายต้องคอยติดตาม และเป็นหน้าที่ของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ในการเผยแพร่ความรู้ให้แก่ ประชาชน ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สภาทนายความฯ จะให้การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายใหม่ เพื่อการเรียนรู้ และเพิ่มพูนความรู้ใหม่ให้ผู้เข้าอบรมสัมมนาได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ

ภูเก็ตจัดสมโภชยิ่งใหญ่รำลึกถึงวีรกรรม 9 วีรชน

จังหวัดภูเก็ตจัดงานสมโภชยิ่งใหญ่ต้อนรับ ซึ่งรูปปั้น 9 วีรชนเมืองถลาง ได้มาถึงภูเก็ตแล้ว ก่อนเคลื่อนขบวนไปประดิษฐาน ณ พื้นที่อนุสรณ์สถานเมืองถลาง ในวันนี้ (30 ม.ค.) เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันรำลึกถึงวีรกรรมของบรรพชนผู้กล้าเมืองถลางที่ได้ เสียสละเลือดเนื้อ และชีวิตในการปกป้องรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานได้จนถึงทุกวันนี้

ซึ่งวีรชนเมืองถลางที่จัดสร้างเป็นรูปปั้นทั้ง 9 ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ท้าวเทพกระษัตรี (ย่าจัน) บุตรีจอมรั้งเมืองถลางกับแม่หม้าเสี้ย (บุตรีเจ้าเมืองไทรบุรี) ท้าวศรีสุนทร (ย่ามุก) น้องสาวร่วมบิดามารดากับท้าวเทพกระษัตรี พระยาถลางทองพูน บุตรจอมเฒ่าบ้านดอน (พี่ชายจอมรั้งบ้านเคียน) ต้นสกุล ณ ถลาง พระยาถลางเทียน (เมืองภูเก็จ) น้องชายร่วมบิดามารดากับแม่ปราง หลังศึกถลาง 2328 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นพญาเพชรคีรีศรีพิชัยสงครามรามคำแหง ผู้สำเร็จราชการ 8 หัวเมือง ดูแลพระราชทรัพย์ในเมืองถลาง เมืองภูเก็จ เมืองกราภูงา เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองคุระ เมืองคุรอด และเมืองกระ ต้นสกุล ประทีป ณ ถลาง เจ้าจอมมารดาทอง บุตรีย่าจัน กับพญาถลางพิมลอัยาขัน พระมารดาพระองค์เจ้าหญิงอุบล ในรัชกาลที่ 1

สำหรับการจัดสร้างอนุสาวรีย์ 9 วีรชนเมืองถลางในครั้งนี้ นายชาญ วงศ์สัตยนนท์ รองประธานมูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร กล่าวว่า ด้วยเราคิดว่าประวัติศาสตร์ของภูเก็ต เกี่ยวกับท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร มีแต่เพียงเอกสาร กับแหล่งประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่า การมีพื้นที่ว่างเปล่า การที่เราจะสื่อสารให้เยาวชน หรือคนรุ่นหลังให้เข้าใจคงจะยาก เราจึงคิดว่าควรที่จะฟื้นฟูพื้นที่แหล่งประวัติศาสตร์ให้มีรูปร่างขึ้นมาให้ เขาได้เห็น เพื่อจะได้สื่อความได้ชัดเจน และเราได้พื้นที่โคกชนะพม่ามาทำโครงการสร้างอนุสรณ์สถานถลางชนะศึก หลังจากทำโครงการ เราก็ได้มีการออกแบบแปลน และในแบบแปลนส่วนหนึ่งก็จะมีอนุสาวรีย์ 9 วีรชนเมืองถลาง ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างนานเป็นแรมปีเศษ วันนี้ก็เสร็จลงเรียบร้อย ก็เดินทางมาภูเก็ต พรุ่งนี้ก็ไปประดิษฐานที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันรำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนผู้กล้าเมือง ถลางต่อไป

นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันหลงป่า เจ้าหน้าที่ค้นหาร่วม 3 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยว 2 สามีภรรยาชาวเยอรมัน เดินทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่เขาพระแทว แต่ชื่นชมธรรมชาติจนมืดหาทางออกไม่เจอหลงในป่าเขาพระแทว เจ้าหน้าใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง กว่าจะค้นหาเจอ

เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาร่วมกันออกค้นหานักท่องเที่ยวหลงป่าซึ่งเส้นทางมีความลาดชัน และมืด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ไฟฉายส่องนำทาง โดยเริ่มเดินเท้าเข้าไปในเวลา 21.30 น. ในขณะเดินเข้าไปเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อประสานกับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา กระทั่งเมื่อเวลา 00.10 น. ของวันนี้ (30 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้เดินทางค้นหาจนเจอ 2 สามีภรรยาชาวเยอรมันกำลังนั่งสุมไฟอยู่ ร้องขอความช่วยเหลือ โดยใช้เวลาค้นหากว่า 3 ชั่วโมง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้ตรวจสอบบริเวณข้อเท้าของภรรยา พบข้อเท้าแพลงมีรอยแดงไม่สามารถที่จะเดินลงเขาได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรม ภูเก็ตที่ดักรออยู่บริเวณน้ำตกบางแปให้เดินเท้านำเปลขึ้นไปรับนักท่องเที่ยว โดยการนำนักท่องเที่ยวลงมาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากทางลาดชัน และมีความมืด จนกระทั่งเวลา 01.50 น. ได้เดินทางมาถึงบริเวณน้ำตกบางแป หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้นำตัวนักท่องเที่ยวส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ให้แพทย์ช่วยเหลือ ซึ่งนักท่องเที่ยวได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นอย่างมาก

สำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงทางในครั้งนี้เป็นสามีภรรยากัน ชื่อว่า Mr.Jorger Strempel สัญชาติเยอรมัน อายุ 52 ปี และ Ms.Kathrin GEB. Ludecke สัญชาติเยอรมัน อายุ 50 ปี ซึ่งทั้ง 2 คนได้เดินทางมาถึงที่ลานจอดรถบริเวณน้ำตกโตนไทรเวลา 16.00 น. วันที่ 29 ม.ค.57 จากนั้นได้เดินทางขึ้นไปน้ำตกโตนไทร และศึกษาธรรมชาติเพลิดเพลินจนมืด จากนั้นจะเดินทางกลับแต่จำทางลงไม่ได้ ประกอบกับภรรยาข้อเท้าเจ็บ จึงตัดสินใจโทรศัพท์ทางหมายเลขสายด่วน 1155 ให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือในที่สุด