Tag Archives: ท่าอากาศยานภูเก็ต

เทศบาลนครภูเก็ตเตือนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา เปิดเผยว่า จากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานานทำให้ปริมาณน้ำดิบลดน้อยลง และเป็นที่ทราบกันดีว่า ภัยแล้งในปีนี้นั้นน่าจะรุนแรงกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เทศบาลนครภูเก็ต เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนทั้งในเขตเทศบาลและเขตข้างเคียง ซึ่งน้ำดิบที่เทศบาลใช้ในการผลิตน้ำประปานั้นมาจากขุมเหมืองของเอกชน การประปาส่วนภูมิภาค และเขื่อนชลประทานบางวาด และในขณะนี้ปริมาณน้ำดิบจากแหล่งดังกล่าวได้ลดน้อยลงมาก อีกทั้งยังไม่มีฝนตกหนักเกิดขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำดิบที่จะนำไปผลิตน้ำประปาลดน้อยตามไปด้วย ดังนั้นเทศบาลนครภูเก็ต จึงต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้น้ำประปาในเขตเทศบาลนครภูเก็ตทุกท่าน ให้ดำเนินการดังนี้

กองการประปาเทศบาลนครภูเก็ต มีความจำเป็นที่จะต้องลดแรงดันน้ำในระบบจ่ายน้ำประปา ในช่วงเวลา 10.00-17.00 น. และช่วงเวลา 22.00-05.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่ที่อยู่ห่างจากจุดจ่ายน้ำประปาและ พื้นที่สูง น้ำประปาจะไหลอ่อน หรือไม่ไหลเตรียมภาชนะเก็บน้ำสำรองน้ำประปาไว้ใช้ หากเกิดกรณีน้ำประปาไหลอ่อน หรือไม่ไหล ขอให้ผู้ใช้น้ำช่วยกันตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำเพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยไม่จำ เป็น หากพบเห็นท่อแตก ท่อรั่ว ขอให้แจ้งกองการประปาเทศบาลนครภูเก็ต หมายเลข 0-7621-1130 หรือ 09-9487-4038 ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนั้น น.ส.สมใจ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในการช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้เราทุกคนได้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จนกว่าจะผ่านพ้นห้วงเวลานี้ไปให้ได้ นอกจากนี้ ทางเทศบาลแจกน้ำให้ชุมชนต่างๆ ของเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน

ท่าอากาศยานภูเก็ตมอบเงินจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์มัสยิดนูรูลอีบาดียะฮ์

นางมนฤดี เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันมอบเงินเพื่อจัดสร้างอาคารอเนกประสงค์มัสยิดนูรูลอีบาดียะฮ์ บ้านหมกปรก จำนวน 3 ล้านบาท และมอบเงินสนับสนุนสร้างห้องเรียนมักตับชั่วคราวให้แก่มัสยิดดารุสลาม บ้านบางคู ต.ไม้ขาว จำนวน 3,000 บาท โดยมีนายวิโรจน์ มานะจิตต์ กำนันตำบลไม้ขาว อิหม่ามมัสยิดนูรูลอีบาดียะฮ์ คณะกรรมการอิสลามจังหวัดภูเก็ต ร่วมรับมอบ

ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต นางมนฤดี เกตุพันธุ์ กล่าวว่า ชุมชนบ้านหมากปรก เป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ท่าอากาศยานภูเก็ต แต่ทางชุมชนยังขาดงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์มัสยิด โดยมัสยิดนูรูลอีบาดียะฮ์ เป็นมัสยิดที่ขึ้นทะเบียนอันดับที่ 1 ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตอนนี้สภาพค่อนข้างชำรุดทรุดโทรม ทางท่าอากาศยานภูเก็ต จึงได้สนับสนุนเงิน 3 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสร้างอาคาร เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาของชุมชนมุสลิมหมู่บ้านหมากปรก นอกจากนั้น ยังเป็นที่แวะพักของพี่น้องมุสลิมจังหวัดต่างๆ ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งจะแวะที่มัสยิดบ้านหมากปรก และเพื่อความเจริญของศาสนาต่อไป

นางมนฤดี ยังได้กล่าวถึงการขยายท่าอากาศยานภูเก็ตว่า ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2560 ทางท่าอากาศยานภูเก็ต ต้องขออภัยที่มีข้อขัดข้องในเรื่องความคับคั่ง ความไม่สะดวกบางประการของตัวอาคารผู้โดยสารที่มีสภาพค่อนข้างเก่ามากแล้ว ที่พยายามให้บริการที่ดีที่สุด พร้อมยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจากข้อเสนอแนะต่างๆ ทุกเรื่อง เพื่อจะนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป

แอร์เอเชียโดนขู่วางระเบิดเครื่องบินปลายทางภูเก็ต

ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้รับโทรศัพท์ขู่ว่ามีการวางระเบิดสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3003 ที่บินจากท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีกำหนดลงที่ ทภก.เวลา 12.15 น. เที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยร่วมเดินทางมาด้วย นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่าทันทีที่ได้รับแจ้งจากท่าอากาศยานภูเก็ต ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว และได้รับรายงานว่าสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3003 ให้บริการด้วยเครื่องบินแอร์บัส A320-200 มีผู้โดยสาร 167 คน ลูกเรือ 4 คน กัปตันรวมนักบิน 2 คน

เครื่องบินลำดังกล่าวเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมืองในเวลา 10.55 น.และเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตใน.เวลา 12.15 น. โดยท่าอากาศยานก็ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนแผนฉุกเฉินโดยนำเครื่องบินไปจอด ณ จุดจอดที่กำหนด (Isolated Parking Area) จัดเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่ มีผู้บัญชาการเหตุการณ์สั่งการให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าปฏิบัติการตรวจสัมภาระที่มากับเที่ยวบินตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนฉุก เฉินทันที โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการตรวจสอบ กระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสารทั้งหมด

จากการตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติ ตามที่มีการโทรศัพท์ขู่แจ้งแต่อย่างใด ทั้งนี้ การตรวจสอบดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสายการบินและผู้โดยสารเป็นอย่างดี และเที่ยวบินดังกล่าวได้ออกเดินทางจาก ทภก.ไปยังท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อเวลา 15.08 น.และถึงท่าอากาศยานเวลา 16.28 น.

 ดีเอสไอร่วม ตร.เมืองภูเก็ต จับ 2 หนุ่ม อ้างชื่อเรียกเก็บเงินร้านนวดในภูเก็ต

พ.ต.ท.กรวัชร ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วย พ.ต.อ.เศียร แก้วทอง พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ต.รัฐเขตต์ มั่นเมือง สวป.สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม 2 ผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (26 ส.ค.) ที่ห้องประชุม ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นการจับกุมตามหมายศาลจังหวัดภูเก็ต คือ นายวิษณุสรรค์ ทิพยทัศน์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับเลขที่ จ.562/2557 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 และนายคณพัช คงเมือง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายจับเลขที่ 562/2557 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2557

สำหรับการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในครั้งนี้ พ.ต.ท.กรวัชร กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ทางดีเอสไอ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่า มีบุคคลแอบอ้างชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ เข้าไปเรียกรับเงินจากนวดแผนโบราณ “แองเจิ้ล” ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการพูนพลไนท์พลาซ่า อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 เม.ย.57 โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และพวกที่ยังหลบหนีอยู่อีก 2 คน ได้อ้างต่อเจ้าของร้าน ว่า “ได้ให้สายลับเข้าไปใช้บริการนวด และมีการร่วมประเวณีภายในร้าน และได้มีถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งสามารถแจ้งข้อหา และยึดทรัพย์ได้ และจะพาไปที่ดีเอสไอ ภาค 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนักข่าวมารอทำข่าวอยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ให้เจ้าของร้านจ่ายเงิน จำนวน 100,000 บาท” ทางเจ้าของร้านกลัวถูกยึดทรัพย์ และกลัวเสียชื่อเสียง จึงยอมจ่ายเงินให้แก่ผู้ต้องหา หลังจากได้เงินแล้วผู้ต้องหาก็เดินทางกลับ

ทางดีเอสไอ อยากฝากไปถึงประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการ หากพบเห็น หรือได้รับความเดือดร้อนจากบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่มาแอบอ้างชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเรียกรับเงิน ขอให้แจ้งไปยังดีเอสไอส่วนกลางได้ทันทีเพื่อเข้ามาตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อผู้ที่แอบอ้าง เพราะเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรอย่างร้ายแรง