ซ่อมเรือ

รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต บูรณาการร่วมภาครัฐ เอกชน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพแรงงานในธุรกิจท่าเทียบเรือสำราญให้มีทักษะฝีมือ เผยมีเรือหรูเข้ามาจอดรอซ่อมในจังหวัดภูเก็ต 1,500 ลำต่อปี ตั้งเป้าภูเก็ตปีนี้ยกระดับฝีมือช่างซ่อมเรือยอชต์ 100 คน ให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงาน

ที่ห้องประชุมไวส์เฮ้าส์ โรงแรมโบ๊ทลากูน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ทิศทางการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่อันดามันในยุค 4.0 พร้อมเยี่ยมชมบูทกิจกรรมภายในงาน ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน 15 หน่วยงานจัดบูทมาแสดงในงานสัมมนาครั้งนี้ และเยี่ยมชมการฝึกอบรมสาขาช่างสีเรือ การสาธิตการฝึกช่างไม้เฟอร์นิเจอร์เรือ และการฝึกอบรมพนักงานประจำท่าเรือ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ของประเทศ เป็นจำนวน 364,165 ล้านบาท โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุด และตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง) พ.ศ.2561-2564 ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานทั้งภาคบริการการท่องเที่ยว แรงงานก่อสร้าง และอุตสาหกรรมประมง

ประกอบกับปัจจุบัน จังหวัดภูเก็ตกำลังดำเนินการเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลเรือสำราญและกีฬา มีท่าเทียบเรือ จำนวน 38 แห่ง มีท่าเทียบเรือสำราญ จำนวน 5 แห่ง มีเรือยอชต์ และเรือครูซมาใช้บริการประมาณ 1,500 ลำต่อปี โดยมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าวตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงแรงงาน

“โครงการดังกล่าวเป็นโครงการใหม่ที่จะสนับสนุนเรื่องของเรือสำราญ วันนี้มีเรือสำราญมาจอดซ่อมบำรุงอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 1,500 ลำต่อปี ภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่จึงได้ร่วมมือกันทำการฝึกอบรมให้ ในเรื่องของการซ่อมเรือ และการบริการต่างๆ ซึ่งในแผนการฝึกปีนี้ เราสามารถที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวให้แก่จังหวัดภูเก็ต ได้จำนวน 3,500 คน เป็นช่างซ่อมเรือยอชต์ประมาณ 100 คน ทางแรงงานก็จะจัดหลักสูตรการฝึกอบรมขึ้นมาในการพัฒนากำลังคน เพื่อให้สอดรับต่อเมืองท่องเที่ยว เพื่อยกระดับให้มีมาตรฐานต่อไป
ทั้งนี้ ในเรื่องการเตรียมแรงงานนั้น ได้เน้นย้ำว่า 1.แรงงานที่จะเข้ามาทำงานจะต้องมีความเป็นมาตรฐาน มีความเป็นสากล 2.มีความเที่ยงตรงเรื่องของเวลา จะต้องมีความชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ 3.จะต้องมีจิตบริการ ด้วยเป็นเมืองท่องเที่ยว ฉะนั้นจะต้องฝึกอบรมให้แรงงานมีจิตบริการ และ 4.เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน เรามีนโยบายที่จะให้สิ่งแวดล้อม หรือการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างปลอดภัย” รมว.แรงงาน กล่าว

Leave a Reply