เทศบาลตำบลราไวย์จัดงานสืบสานขนมไทย “กะละแม” สืบสานขนมไทย

งานสืบสานขนมไทย “กะละแม” ประจำปี 2558 จัดโดยเทศบาลตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมฯ อันดีงามให้ลูกหลานได้สืบทอด สืบสานขนมไทยต่อเนื่อง และยังช่วยส่งเสริมความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจอันดีในเด็ก ผู้ใหญ่ และคนเฒ่าคนแก่

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เป็นประธานในโครงการสืบสานขนมไทย “กะละแม” ราไวย์ ประจำปี 2558 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่บริเวณลานสำนักสงฆ์ในหาน หมู่ 1 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกับสำนักงานสงฆ์ในหาน และชุมชนราไวย์ เพื่อสนับสนุน และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยให้ลูกหลานได้สืบทอด และสืบสานขนมไทยให้ต่อเนื่อง ส่งเสริมความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจอันดีในเด็ก ผู้ใหญ่ และคนเฒ่าคนแก่ ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสนำเอากิจกรรมนี้ไปใช้ในอนาคตให้เกิด ประโยชน์ในการดำรงชีวิตต่อไป มี นายพิสิษฐ์ ปภากิจยศพัฒน์ รองนายกเทศมนตรีราไวย์ ตลอดจนผู้นำชุมชน และชาวบ้านในชุมชนตำบลราไวย์เข้าร่วม

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า งานสืบสานขนมไทย การกวน “กะละแม” จัดเป็นประจำทุกปี เพราะว่าขนมกะละแมนั้นถือว่าเป็นขนมมงคลที่ใช้ในงานแต่งงาน และใช้ในงานมงคลหลายๆ งานเพื่อความเป็นสิริมงคล การที่เราได้รวบรวมพี่น้องประชาชนมาแสดงออกถึงความรักความสามัคคี โดยใช้งานการสืบสานขนมไทย กวนกะละแม มาเป็นสื่อ ซึ่งก็ทำให้ทุกคนมาร่วมกัน เพราะว่าการกวนกะละแม แต่ละครั้งต้องใช้เวลาในการกวนแต่ละกระทะนาน 3 ชั่วโมง ซึ่งใน 3 ชั่วโมงนั้นพี่น้องประชาชนได้มีกิจกรรมร่วมกัน ต้องใช้คน 10-20 คน สลับหมุนเวียนกันกวนกะละแมแต่ละกระทะ สามารถสร้างความรักความกลมเกลียวขึ้นในหมู่คณะ นี่คือจุดเป้าหมายที่เราได้มุ่งเน้นให้เกิดความรักความสามัคคี ได้ร่วมกันอนุรักษ์สืบสานประเพณีดังกล่าวต่อไป

เทศบาลนครภูเก็ต ห้ามทิ้งขยะลงในคลองถ้าเจอปรับแน่

จากปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครภูเก็ตซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า ส่วนหนึ่งมาจากขยะภายใน คู คลอง ซึ่งเป็นขยะที่ประชาชนทิ้งลงในคลองบ้าง เป็นขยะตกค้างภายในท่อระบายน้ำบ้าง ซึ่งขยะเหล่านี้จะไปกีดขวางการระบายน้ำ ทำให้น้ำระบายไม่ทัน เป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วม สร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

เทศบาลนครภูเก็ต ได้จัดทำโครงการรณรงค์ขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ทิ้งขยะลงในคูคลอง โดยได้จัดทำป้ายรณรงค์ติดตามจุดต่างๆ ที่เป็นปัญหาของขยะอุดตัน ซึ่งในระยะแรก เทศบาลนครภูเก็ต จะเข้มงวดในพื้นที่คลองบางใหญ่ก่อนเป็นอันดับแรก หากพบเห็นประชาชนทิ้งขยะลงในคูคลองก็จะมีการว่ากล่าวตักเตือน หลังจากนั้น จะเริ่มดำเนินการตามกฎหมาย คือ จับ ปรับ ผู้ทิ้งขยะลงในคู คลองอย่างจริงจัง ซึ่งโทษปรับจะเริ่มตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ซึ่งกฎหมายมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท

นอกจากนั้นเทศบาลนครภูเก็ตขอความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนทุกท่านไม่ว่าจะอาศัยอยู่บริเวณคลอง บางใหญ่ ซึ่งเป็นคลองสายเดียวที่ไหลผ่านใจกลางเมืองภูเก็ต ในการช่วยกันรักษา และดูแลไม่ทิ้งขยะลงในคลอง ตลอดจนคู และรางระบายน้ำ ซึ่งอยู่หน้าบ้านของท่านก็ต้องช่วยกันดูแล หากพบเห็นขยะอุดตันก็ขอให้ช่วยกันเก็บ หรือแจ้งไปยังเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อจะได้ดำเนินการให้ต่อไป อย่างไรก็ตาม หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันช่วยสอดส่องดูแล และไม่ทิ้งขยะลงในคูคลอง ปัญหาน้ำท่วมขังคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Leave a Reply