ตำรวจภูเก็ตไล่ล่าคนร้ายปาหินใส่รถนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน

พ.ต.ท.โสภณ บริรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.กมลา พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุธรรม รัตน์สว่างวงศ์ สว.สส.สภ.กมลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกจำนวนหนึ่งได้ออกติดตามคนร้ายที่ปาหินใส่รถยนต์ ของ นายโบ จอหน์ เดวิด เซ็นจอห์น (Mr.BO JONAS DAIEL SVEGSJOE) สัญชาติสวีเดน อายุ 38 ปี ได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. บนถนนกมลา-ป่าตอง บริเวณสี่แยกไฟแดง ม.3 และต่อเนื่องไปบนถนนในซอยกมลา ซอย 8 ม.3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ พ.ต.อ.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ให้เจ้าหน้าที่นำคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะตรวจสอบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ในขณะ นี้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกตกใจแก่ประชาชนชาวจังหวัด ภูเก็ตเป็นอย่างมาก และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการทำงานที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายโบ จอหน์ เดวิด เซ็นจอห์น เผยว่า ตนเองได้ขับขี่รถยนต์เชฟโลเรต ครูซ สีดำ ทะเบียน กฉ 5829 ภูเก็ต จาก ต.เชิงทะเลมุ่งหน้าไป ต.กมลา โดยมีภรรยาและบุตรโดยสารมาในรถด้วย เมื่อขับมาถึงบริเวณทางโค้งก่อนถึงแหลมสิงห์ ต.กมลา ได้มีชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 2 คน มาด้วยความเร็ว และพยายามขับขี่แซงหลายครั้ง ตนเองจึงได้บีบแตรเตือนให้สัญญาณเพราะเกรงว่าจะเกิดการเฉี่ยวชน แต่สังเกตเห็นวัยรุ่นดังกล่าวไม่พอใจ เมื่อวัยรุ่นดังกล่าวสามารถขับขี่แซงรถของตนเองได้ วัยรุ่นดังกล่าวได้จอดรถริมถนนก่อนถึงแหลมสิงห์ และพูดว่าด่าตนเอง จากนั้นตนเองได้ขับรถไปตามปกติ และให้สัญญาณมือว่าให้ขับรถช้าๆ ในจังหวะที่สวนกัน เมื่อตนเองขับขี่ผ่านวัยรุ่นดังกล่าววัยรุ่นก็ได้ขับขี่ตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตนขับมาถึงบริเวณสี่แยกเซเว่น อีเลฟเว่น ต.กมลา วัยรุ่นที่นั่งซ้อนท้ายได้ขว้างก้อนหิน จำนวน 1 ก้อน ใส่รถของตนเองที่บริเวณด้านซ้าย จากนั้นวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับขี่หลบหนี ตนจึงได้ไล่ติดตามเข้าไปในซอยดังกล่าว เมื่อเข้าไปในซอยปรากฏว่า วัยรุ่นได้เลี้ยวรถกลับ และในจังหวะที่สวนกันวัยรุ่นทั้งสองได้ขว้างก้อนหิน 2 ก้อน ใส่รถของตนอีก 2 ครั้ง บริเวณด้านขวา ทำให้รถได้รับความเสียหาย จากนั้นวัยรุ่นทั้งสองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาวันที่ 28 เม.ย.58 ตนจึงเดินทางมาแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นาวิน เพชรจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.กมลา เพื่อหาคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตและเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ร่วมตรวจค้นเรือประมง

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็ชรศิริรักข์ ผกก.8 บก.รน. พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย ทัพเรือภาคที่ 3 ประมง จัดหางาน แรงงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงเรือตรวจการณ์คุณพุ่ม บูรณาการตรวจเรือประมงทุกประเภท เมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) บริเวณปากร่องน้ำคลองท่าจีน เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลการตรวจสอบเรือประมง จำนวน 3 ลำ ลูกเรือทั้งหมด 47 คน เป็นสัญชาติไทย 7 คน พม่า 40 คน ไม่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน น้ำมันเถื่อน พ.ร.บ.การเดินเรือ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ยาเสพติด หรืออาชญากรรมข้ามชาติแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบเรือประมงพบปัญหาคือ ใช้เวลาพอสมควร ตรวจเรือ 3 ลำ ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง คิดว่าเรื่องนี้ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น และที่สำคัญเอกสารที่แต่ละหน่วยงานทำขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรือประมงนั้นคิดว่า ต้องมีลายเซ็นจากเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเป็นการรับรองว่า เรือได้รับการตรวจแล้ว มีการปฏิบัติตามระเบียบของ IUU เรื่องการค้ามนุษย์หรือเรื่องของคุณภาพชีวิตคนบนเรือต่างๆ เพราะฉะนั้น ลักษณะการทำงานแบบนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาเทียร์ 3 เรื่องการค้ามนุษย์ที่เรากำลังเป็นปัญหา หรือเรื่องของ IUU ที่เรากำลังประสบอยู่

นายนิสิต กล่าวอีกว่า ผลการตรวจสอบ ณ จุดหนึ่งที่เราตรวจสอบมีความเห็นว่า ผู้ประกอบการเรือ หรือไต้ก๋งเรือยังไม่เข้าใจถึงวิธีการเพราะยังขาดเอกสารต่างๆ เช่น ใบสัญญาของผู้ประกอบการในการแจ้งเข้า-ออกเรือ เป็นต้น ที่ทางกรมประมงทำขึ้น แต่ว่าเขาไม่ได้เอาออกมา อีกประเภทยังมีแรงงานที่ยังไม่มีบัตร แต่ก็มีเป็นส่วนน้อย ซึ่งเรื่องนี้เราได้เปิดโอกาสให้เรือประมงในภูเก็ตทำให้เสร็จก่อนกลุ่มอื่นๆ คือ ภายในเดือนพฤษภาคม ตนตกลงกับทางจัดหางานจังหวัดและแรงงานจังหวัดว่า เราจะเร่งรีบดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัด คือบัตรยังไม่ครบแต่ก็เป็นส่วนน้อย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการหรือไต้ก๋งเรือลืมนำเอกสารต่างๆ มาไว้บนเรือที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบถึงความถูกต้องของด้านต่างๆ ซึ่งจะแจ้งให้ทางกรมประมง ได้สื่อสารทำความเข้าใจต่อผู้ประกอบการถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสาร หลักฐานต่างๆ ไว้บนเรือให้พร้อมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจ รวมถึงวิธีการตรวจเพื่อให้เกิดความรวดเร็วไม่เป็นการรบกวนผู้ประกอบการมาก เกินไป

Leave a Reply