ตร.ภูเก็ต จับกุมสาวพร้อมยาเสพติดมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เข้าจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ พร้อมของกลางยาบ้า 36,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 874 กรัม มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท หัวใสใช้เทคนิคพิเศษป้องกันกลิ่นแพร่กระจายแม้แต่สุนัขก็ดมกลิ่นไม่ได้

พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.อัมพร หรือแหม่ม ไกรสร อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/11 ถ.ศรีเสนา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (19 เม.ย.) ที่บริเวณหน้ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 18 มัด รวม 36,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 874 กรัม และทรัพย์สินอื่นๆ โดยสมารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 33/1 ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และต่อเนื่องบ้านเลขที่ 35 ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย.2558 ที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยยาบ้าที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ทางกลุ่มผู้ค้าใช้เทคนิคในการจัดเก็บ อย่างดีทั้งหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ และห่อซ้ำด้วยเทียนไขอีกครั้ง ทำให้ไม่มีกลิ่นแม้แต่สุนัขก็ไม่ได้กลิ่น

น.ส.อัมพร รับว่าตน มีหน้าที่ดูแลยาเสพติดที่ นายอาร์ต เจ้าของยาเสพติดส่งมาให้เก็บไว้ และจะนำยาไปส่งให้ลูกค้าตามที่ นายอาร์ต โทร.มาสั่ง โดยจะนำวางไว้ตามจุดต่างๆแล้วแจ้งให้ลูกค้าทราบ และจะแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารที่ทางเจ้าของยาเสพติดส่งมาให้ลูกค้าทราบอีกทอด หนึ่ง โดยตนจะได้รับค่าจ้างในการดูแล และคอยกระจายยาเสพติดถ้าเป็นยาบ้ามัดละ 2,000 เม็ด ในราคา 2,000 บาท ถ้าเป็นยาไอซ์ จะได้ขีด 100 กรัม ในราคา 2,000 บาท โดยยาทั้งหมดนั้นมีการส่งมาอีกต่อหนึ่ง ตัวเองทำหน้าที่ในการควบคุมดูแล นอกจากนั้น ผู้ต้องหายังกล่าวว่า เคยติดคุกคดียาเสพติด และออกมาเมื่อประมาณปี 54 หลังจากออกมาก็ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้จ่ายจึงหันไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

รมว.เกษตรติดตามความก้าวหน้าระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงที่ภูเก็ต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจติดตามความก้าวหน้าในการนำร่องทดสอบระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง ที่ภูเก็ต ย้ำ พ.ค.นี้ ต้องครบทั้ง 22 จังหวัด เชิญชวนเรือประมงขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป เข้าร่วมขจัด IUU ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือประมง อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันนี้ (19 เม.ย.) ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการนำร่องทดสอบระบบควบคุมการเข้า-ออกเรือประมง (Port in- Port out) โดยมี นายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง เสนาธิการทัพเรือภาค 3 หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ตำรวจน้ำภูเก็ต จัดหางานจังหวัดภูเก็ต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับ

นายปีติพงศ์ เผยว่า ในการประชุมรับฟังการบรรยาสรุปถึงความคืบหน้าในการควบคุมและเฝ้าระวัง การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ว่า กรมประมงได้เริ่มทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง ชุมพร และสงขลา มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา เพื่อให้เรือประมงที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่าต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการเข้า-ออกของเรือประมงที่กำหนดทั้ง 26 ศูนย์ เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลการทำประมง รวมถึงแรงงานบนเรือประมง เช่น ทะเบียนเรือ เครื่องมือทำการประมง ใบอนุญาตทำการประมง ผลจับสัตว์น้ำจากสมุดบันทึกการทำประมง (logbook) ตลอดจนบุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ แรงงานบนเรือ)

Leave a Reply