สาวอังกฤษตามหาแม่คนไทยจนเจอ หลังจากพลัดพรากกันเกือบ 54 ปี

นายเชิดชาย ปัทมยุตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และนายวัย นุ้ยสง่า ได้นำนาง Kimbeeley Ferreivg ชาวอังกฤษ ที่ออกตามหามารดาชาวไทยหลังพลัดพรากกันเกือบ 54 ปี ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับสามี คือ นาย Carlos Alberto Ferreivg ชาวอังกฤษ มาพบกับ นางยกเลื่อน จันทร์แก้ว อายุ 79 ปี เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่บริเวณร้านขายอาหารตามสั่ง ซอยหัชนา 2 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากสืบทราบ ว่า นางยกเลื่อน เป็นมารดาของนาง Kimbeeley Ferreivg ชาวอังกฤษ

เมื่อทั้ง 2 พบหน้ากันวินาทีแรกก็มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งด้วยความตะลึง และเข้ากอดด้วยความดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หลังจากทั้ง 2 คน ก็ได้พูดจาทักทายกันเป็นภาษาอังกฤษ และมีการสอบถามถึงความเป็นอยู่ระหว่างกัน โดยตลอดเวลาที่พูดคุยกันนั้นจะมีการมองหน้า และสวมกอดกันตลอดเวลา หลังจากนั้น นาง Kimbeeley Ferreivg ได้นำสูติบัตร หรือใบแจ้งเกิดมาให้ นางยกเลื่อน ดู ซึ่งในใบแจ้งเกิดระบุว่า ด.ญ.ตุ๊กตา จันทร์แก้ว คลอดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2503 ที่สถานีอนามัยตะกั่วป่า จ.พังงา และได้มีการพูดคุยกันถึงสาเหตุของการพลัดพราก

นางยกเลื่อน ได้เล่าสาเหตุที่ต้องยกลูกให้เป็นลูกบุญธรรมของชาวต่างชาติว่า นาง Kimbeeley Ferreivg เป็นลูกของตนที่เกิดกับผู้จัดการเรือขุดแร่ชาวออสเตรเลีย ซึ่งตอนนั้นตนได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านให้แก่ฝรั่งคนดังกล่าว จนมีความชอบพอ และมีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.ตุ๊กตา หรือนาง Kimbeeley Ferreivg ในปัจจุบัน โดยสามีของตนมีภรรยาอยู่แล้ว จึงต้องให้พี่ชายคือ นายเวศ จันทร์แก้ว รับเป็นพ่อของ ด.ญ.ตุ๊กตาแทน หลังจากลูกอายุได้ 6 เดือน มาดามคิม ซึ่งเป็นภรรยาของวิศวกรคุมเรือขุดแร่ที่เป็นเพื่อนกับสามี ขอรับ ด.ญ.ตุ๊กตา ไปเป็นลูก ตอนนั้นตนก็มาคิดดูแล้วว่าตนเป็นคนยากจน ประกอบกับสามีฝรั่งมีภรรยาอยู่แล้ว คงไม่สามารถที่จะเลี้ยงลูกสาวให้อยู่อย่างสบายได้ จึงตัดสินใจยกลูกให้แก่ครอบครัวชาวต่างชาติดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คนไม่มีลูก และยืนยันว่าจะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ซึ่งตนไม่กังวลเพราะระหว่างที่ทำงานอยู่ด้วยกัน 2 สามีภรรยา รัก ด.ญ.ตุ๊กตา เหมือนลูกอยู่แล้ว หลังจากยกลูกให้แก่ 2 สามีภรรยา ทั้ง 2 คนก็ได้พาลูกสาวออกจากประเทศไทย ซึ่งตนทราบแต่เพียงว่าไปทำงานต่อที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และไม่ได้มีการติดต่อกันอีกเลย เพราะไม่รู้จะไปสอบถามจากใคร ส่วนตนหลังจากออกจากงานก็เดินทางไปทำงานหลายๆ ที่จนมาอยู่ที่ภูเก็ตในปัจจุบัน

ม.รังสิตจัดสัมมนาการเตรียมผู้นำเพื่อรองรับเศรษฐกิจไทย หลังเปิดประชาคมอาเซียน

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “การเตรียมผู้นำเพื่อรองรับเศรษฐกิจไทย หลังเปิดประชาคมอาเซียน” เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งจัดโดยคณะ RSU CYBER UNIVERSITY มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับคณะนวัตกรรมสังคม หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น โดยมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายเรวัต อารีรอบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสะอ้าน คณบดี RSU CYBER UNIVERSITY นักธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

คณบดี RSU CYBER UNIVERSITY ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสะอ้าน กล่าวว่า เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) พร้อมกับเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ ผลกระทบของการเข้าร่วมครั้งนี้ประเทศไทยจะได้หรือเสียอย่างไร ทางมหาวิทยาลัยรังสิต เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น

ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ กล่าวว่า ประชาคมอาเซียนนั้นเป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และขีดความสามารถการแข่งขันอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือต่อปัญหาใหม่ ในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเป็นประชาคมอาเซียน คือ การทำให้สมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่ง และมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสมารถทำมาค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

Leave a Reply