Monthly Archives: December 2018

เต่ามาแล้ว

แม่เต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ ขึ้นมาวางไข่ชายหาดเขาหลัก จ.พังงา หน้าโรงแรมเขาหลักออร์คิด บีช รีสอร์ท ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า ในรอบหลายสิบปี
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.กฤษณา แซ่ลิ่ม กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเขาหลักออร์คิด บีช รีสอร์ท ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานโรงแรม และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพิทักษ์ทะเลและชายฝั่ง และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายหาดปลอดบุหรี่พื้นที่เขาหลัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8

ออกลาดตระเวนชายหาดพบเต่ามะเฟืองขนาดความยาวประมาณ 125 เซนติเมตร กว้างประมาณ 70 เซนติเมตร ขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาดเขาหลัก หน้าโรงแรมเขาหลักออร์คิด บีช รีสอร์ท ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง กั้นแนวเขตพร้อมได้ประสานนักวิชาการ สวทม.ภูเก็ต เข้ามาตรวจสอบ และพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับการขึ้นมาวางไข่ของแม่เต่ามะเฟือง ขึ้นมาวางไข่ที่บริเวณหน้าชายหาดครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นดีใจให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาดคึกคักมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว
ทางด้านนายประถม รัศมี ผอ.สบทช.8 กล่าวว่า นับว่าเป็นความโชคดีที่ทรัพยากรธรรมชาติกลับฟื้นคืนมาจนทำให้พบเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาดเขาหลัก เพราะหลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ ปี 47 พบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่น้อยมาก และมีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากเต่ามะเฟืองจะวางไข่น้อย และเว้นช่วงนาน รวมทั้งมีเครื่องมือการทำประมงหลายชนิดที่ส่งผลกระทบต่อการเข้ามาผสมพันธุ์เพื่อวางไข่ของเต่า เมื่อมีสิ่งรบกวนการขึ้นมาวางไข่ของเต่าก็จะน้อยลงซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปดูไข่เต่าที่แม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ที่บริเวณหน้าชายหาดคึกคักเพื่อดูแลรักษาต่อไป

ดูแลโลมา

จากกรณีเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ได้ให้การช่วยเหลือลูกโลมาลายแถบแรกเกิดที่ถูกคลื่นมาเกยหาดที่หาดในยาง จ.ภูเก็ต เพื่อทำการฟื้นฟูและรักษาก่อนปล่อยกลับทะเล

ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงอาการของลูกโลมาลายแถบ ที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังดูแล ว่า ลูกโลมาตัวดังกล่าวไม่สามารถว่ายน้ำได้ ต้องใช้เจ้าหน้าที่พยุงตัวตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้ต้องการรับสมัครอาสาสมัครเข้าไปช่วยดูแลลูกโลมาตัวดังกล่าว
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุว่า “ขณะนี้น้องอยู่ในสภาวะที่ว่ายน้ำไม่ได้ และ ปล่อยตัวจมน้ำตลอดเวลา นั่นหมายความว่า เราต้องใช้อาสาสมัครอยู่ข้างน้อง ประคองน้องตลอด 24 ชั่วโมง แม้น้องจะมีทุ่นพยุงตัวอยู่ก็ตาม นอกจากนั้น อาสาสมัครจะช่วยวัดอัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนครั้งในการหายใจต่อ 5 นาที และ ราดน้ำให้ผิวหนังของน้องในส่วนที่พ้นน้ำให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา นับเป็นงานที่หนักพอสมควร แต่จะเป็นประสบการณ์ที่ท่านจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

ข้อปฏิบัติในการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลลูกโลมาลายแถบ 1.ใส่ถุงมือและหน้ากากอนามัยทุกครั้งในการลงไปดูแลโลมาในบ่อพักฟื้น เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่อาจติดจากโลมาได้ 2.ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ไม่ควรเกิน 3 ชั่วโมง ดังนั้น จึงต้องการอาสาสมัครจำนวนพอสมควรเพื่อมาสับเปลี่ยนกัน 3.ระหว่างการปฏิบัติงาน ถ้าเกิดอาการไม่สบาย หรือเหนื่อยอ่อนผิดปกติ ให้หยุดปฏิบัติงานทันที เรายังต้องการคนช่วยนะครับ สนใจร่วมทีมฟื้นฟูสุขภาพลูกโลมาลายแถบ ที่ จ.ภูเก็ต สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ชีววิทยาทางทะเล จ.ภูเก็ตครับ
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงและแชร์เป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น เจ้าของโพสต์ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง เพื่อรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกโลมา โดยระบุว่า “เริ่มมีอาสาสมัครเข้ามาช่วยกันบ้างแล้ว งานเช้านี้เป็นการพาน้องเล่นน้ำ โดยการอุ้มให้รูจมูกน้องอยู่เหนือน้ำตลอดเวลา ไม่งั้นน้องจะสำลักน้ำ ระหว่างนั้นต้องทำการวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุกครึ่งชั่วโมง รวมถึงจำนวนครั้งในการหายใจด้วย

สำหรับการรักษาเพื่อฟื้นฟูร่างกายของลูกโลมาลายแถบ วันนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจรักษาตามอาการอีกครั้ง ส่วนอาสาสมัครที่จะช่วยพยุงตัวโลมานั้นขณะนี้ยังต้องการอาสาสมัครอยู่ เนื่องจากจะต้องช่วยพยุงตัวตลอด 24 ชั่วโมง