Monthly Archives: June 2018

ปล่อยเจ้าจ๋อ

ปล่อยเจ้าจ๋อลงเกาะชุดแรกเริ่มแล้ว ภูเก็ตสร้างนิคมส่งจ๋อ 80 ตัว ขึ้นเกาะปายู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมและลิงกัง
วันนี้ ( 21 มิ.ย.) นายพงศ์ชาติ เชื้อหอม หัวหน้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาพระแทว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าพันท้ายนรสิงห์ สถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทวร่วมกันปล่อยลิงแสมที่ดักจับและทำหมันแล้วคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 80 ตัว ณ เกาะปายู ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 เกาะที่จะนำลิงบางส่วนลงไปอยู่
สำหรับการนำลิงไปปล่อยที่เกาะดังกล่าว เป็นตามแผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมและลิงกังในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็น 1 ใน 12 จังหวัด ที่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากลิงที่เข้ามารื้อค้นข้างข้องในบ้าน ทำลายทรัพย์สิน ร่วมทั้งทำร้ายและแย่งของทั้งในส่วนของประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำหรับแผนปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากลิงแสมและลิงกังในจังหวัดภูเก็ต นั้นได้ดำเนินการมาอย่างเป็นขั้นตอนทั้งเรื่องของการสำรวจพื้นที่ ที่มีปัญหา การทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของประชาชน การสำรวจเกาะที่เหมาะสม การเตรียมความของพื้น รวมทั้งการทำหมันลิงเพื่อจำกัดจำนวน
ซึ่งแผนปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ มีลิงที่ทำหมันทั้งสิ้น จำนวน 169 ตัว แยกเป็นตัวผู้ จำรวน 122ตัว ตัวเมีย 47 ตัว โดยนำกลับคืนที่เดิม 2 แห่ง ได้แก่ กิ่งแก้ว ซอย 9 จำนวน 42 ตัว จุดชมลิงเกาะสิเหร่ จำนวน 47 ตัว และปล่อยสู่ธรรมชาติ ณ เกาะปายู จำนวน 80 ตัว หลังจากนี้จะได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์ของลิงแสมทั้ง 3 จุด ดังกล่าวต่อไป
สำหรับการปล่อยลิงลงเกาะปายู ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ และเป็นเกาะที่มีการสำรวจแล้วว่า ลิงจะสามารถอาศัยอยู่บนเกาะได้ มีทั้งในเรื่องของอาหารและน้ำ นอกจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ยังได้นำถังน้ำขนาดใหญ่เพื่อสำรองน้ำไว้ในลิงด้วย

เดินเรือ

ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า กรมเจ้าท่าได้จัดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเส้นทางเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ประกอบเดินเรือ เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีการเผยแพร่ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็น พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการเดินเรือเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือประจำทางให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการนำการขนส่งทางน้ำมาเชื่อมต่อกับการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ให้เป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นการลดระยะทาง และเวลาสู่แหล่งท่องเที่ยวของทั้ง 3 จังหวัด ทำให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวอย่างไร้ขีดจำกัด โดยหลักการเส้นทางเดินเรือประจำทางจะใช้เรือที่มีศักยภาพบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 300 คน และใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

โดยเบื้องต้นกรมเจ้าท่าได้นำเสนอแผนการพัฒนาเส้นทางเดินเรือประจำทางเชื่อมต่อจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ จำนวน 7 เส้นทาง ได้แก่

– เส้นทางที่ 1 เส้นทางเรือโดยสารขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยง 2 สนามบิน คือ “ภูเก็ต-กระบี่” โดยเริ่มจากท่าเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (ปากคลองจิหลาด) ถึงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

– เส้นทางที่ 2 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต ถึงท่าเรือช่องหลาด จังหวัดพังงา และถึงท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 3 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ ถึงท่าเรือมาเนาะ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

– เส้นทางที่ 4 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือบ้านหัวหิน ตำบลเกาะกลาง อำเภอลันตา ถึงท่าเรือบ้านคลองหมาก ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอลันตา จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 5 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวทองหลาง เกาะลันตา ถึงเกาะจำ เกาะปู จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 6 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออำเภอเก่า เกาะลันตาใหญ่ ถึงท่าเรือเกาะปอ จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 7 เส้นทางเดินเรือโดยสารประจำทาง จากท่าเรือศาลาด่าน เกาะลันตา ถึงท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ จากการสัมมปทาน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนขอนำเส้นทางการเดินเรือที่ 3 “ท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ ถึงท่าเรือมาเนาะ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา” กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ทำให้เหลืออีก 6 เส้นทางที่มีมีความเหมาะสมในการเปิดเดินเรือประจำทาง