Monthly Archives: May 2018

ฉลามมาเยือน

จากกรณีเรือประมงแสงสมุทร 3 จับฉลามวาฬ ขึ้นเรือ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะเกิดเหตุเรือของนักดำน้ำผ่านมาพบและเรียกร้องให้เรือประมงปล่อยฉลามวาฬกลับลงทะเล บริเวณระหว่างเกาะเฮกับเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำโดย สบทช.9 กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก และอื่นๆ ร่วมกันออกค้นหาฉลามวาฬตัวดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวี่แววไม่ว่าจะเป็นซาก หรือตัวเป็นๆ ซึ่งทางสบทช.9 โดยนายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการ สบทช.9 ได้ขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายประมง เรือท่องเที่ยว ช่วยแจ้งข้อมูลหากพบฉลามวาฬไม่ว่าจะเป็นซาก หรือ ตัวเป็นๆ มายังสำนักงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์เรือประมงจับฉลามวาฬขึ้นบนเรือก่อนที่จะปล่อยกลับลงทะเล ได้นำไปสู่การเคลื่อนไหวของประชาชน กลุ่มบุคคล รวมทั้งหน่วยงานราชการ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการในการคุ้มครองสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายาก หรือ ใกล้สูญพันธ์ ซึ่งทาง สบทช. 9 ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จัดขึ้น เพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย จากเครื่องมือทำการประมง และลดความสูญเสีย เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าสัตว์คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล พะยูน หรือ แม้แต่ฉลามวาฬ ตาย และ พิการ เนื่องจากเครื่องมือการทำประมงมาแล้วจำนวนมาก
โดยจัดให้มีการระดมความคิดเห็นไปเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) มีนายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการ สบทช.9 เป็นประธาน นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน(ศวทม.), นายไพศาล สุขปุณพันธ์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต, นายหิรัญ กังแฮ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมเจ้าท่า, เทศบาลตำบลราไวย์, ทัพเรือภาค 3, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ภูเก็ต, ชมรม Healthy Reefsclub, จิตอาสา Go-Eco Phuket, ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการประมง เป็นต้น เข้าร่วม

โครงการใหญ่มีต่อ

นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ปี 2561 นี้ ว่า การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า การลงทุนในปี 2561 นี้ จะเติบโตจากปีที่แล้วอย่างแน่นอน โดยมีหลายๆ ปัจจัยเข้ามาสนับสนุน และส่งเสริมให้นักลงทุนในท้องถิ่น บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง และนักลงทุนต่างชาติตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภูเก็ต

จากที่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเริ่มส่งสัญญาณกระเตื้องขึ้นจากที่ซบเซามาหลายปี การเมืองนิ่ง รัฐบาลให้การสนับสนุนธุรกิจอสังหาฯ และอานิสงส์จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทำให้คนจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเติบโตเป็นเงาตามตัว ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ซื้อเพื่อให้เช่า หรือเพื่อการลงทุน รวมถึงความมีเสน่ห์ของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เหลืออยู่ของภูเก็ต และความมีน้ำใจของคนภูเก็ตที่ให้การต้อนรับนักลงทุน ซึ่งเราจะเห็นว่า นักลงทุนทั้งไทย และต่างชาติเข้ามาลงทุนในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นทั้งจากการลงทุนของนักลงทุนในท้องถิ่น บริษัทจากส่วนกลาง หรือแม้แต่นักลงทุนต่างชาติ

“การที่ภูเก็ตยังเนื้อหอม นักลงทุนไทย และต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่ดินในภูเก็ตขยับตัวสูงขึ้นตลอดเหมือนกัน จะเห็นว่าราคาที่ดินในรอบนอกของภูเก็ตอยู่ไร่ละไม่ต่ำกว่า 3-5 ล้านบาท ถ้าใกล้ตัวเมืองไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาท และยิ่งเป็นบริเวณรอบเกาะภูเก็ตทางฝั่งตะวันตกที่สามารถมองเห็นวิวทะเล และทำเลสวยในการลงทุนสร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศหรูด้วยแล้ว ราคาไม่ต้องพูดถึง ไร่ละไม่ต่ำกว่า 20-100 ล้านบาท” นายบุญ กล่าว และเผยต่อว่า

ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นในพื้นที่รัศมีไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก แต่ในปัจจุบัน คอนโดฯ เกิดขึ้นในพื้นที่รอบนอกจากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันคนจีนได้เข้ามาซื้อคอนโดฯ ในพื้นที่รอบนอกมากขึ้น และเชื่อว่าในปีนี้ หรือปีหน้าจะมีคอนโดฯ เกิดขึ้นในภูเก็ตอย่างแน่นอน เนื่องจากคอนโดฯ ที่เหลือขายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ถูกทยอยขายออกไม่เกือบทั้งหมดแล้ว การลงทุนโครงการใหม่เกิดขึ้นแน่นอนในปีนี้ตลอดไปจนถึงปีหน้า รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่จะเติบโตจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 10-20%

นายกสมาคมอสังหาฯ ภูเก็ต เผยต่อว่า นอกจากบ้าน คอนโดฯ และโรงแรมแล้ว นักลงทุนทั้งไทย และต่างชาติยังให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งเท่าที่ทราบมาขณะนี้จะมีการลงทุนโครงการใหญ่ๆเกิดขึ้นอีกหลายโครงการในภูเก็ต เช่น ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล มีหลายๆ โครงการที่กำลังก่อสร้าง และนักลงทุนวางแผนที่จะเข้ามาลงทุน เช่น สวนน้ำขนาดใหญ่พร้อมห้างสรรพสินค้า ที่บริเวณถนนศรีสุนทร ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว เป็นนักลงทุนจากยุโรป โครงการมารีน่าแห่งต่อไปของภูเก็ต บริเวณแหลมพันวา โครงการห้างสรรพสินค้าที่ป่าตอง และเชิงทะเล โดยนักลงทุนยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง โรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งแต่ไม้ขาว ไปจนถึงท้ายเกาะ เป็นต้น

พบวัตถุโบราณ

พบวัตถุประหลาด บริเวณป่าโกงกางหลังสถานีอนามัยบ้านคอเอน ม.2 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่ฟันธงเป็นอะไร ต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อเวลา 21.30 น. (28 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า พบวัตถุประหลาดคล้ายเป็นท่อนแหล็กขนาดใหญ่ คล้ายอาวุธปืนใหญ่สมัยโบราณอายุนับร้อยปี ที่บริเวณป่าโกงกาง หลังสถานีอนามัยบ้านคอเอน ม.2 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย
หลังจากรับแจ้ง พ.ต.ท.วิมนต์ แสงอุทัย รองผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าฉัตรไชย จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปรีชา คงชู สวป.สภ.ท่าฉัตรไชย ร.ต.อ.ปรัชพงษ์ แก้วแกมจันทร์ รองสว.สส. ภ.จว.ภูเก็ต หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จว.ภูเก็ต นายสมพร อ่อนทองอินทร์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอถลาง นายสมนึก พาที ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านคอเอน เจ้าหน้าที่ ชป.รส.ร.25 เจ้าหน้าที่ทหารด่านตรวจความมั่นคงท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณบ้านเก่า ที่ถูกรื้อเพื่อสร้างใหม่ พบวัตถุต้องสงสัยเป็นแท่งเหล็ก ลักษณะคล้ายปืนใหญ่สมัยโบราณ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ยาวประมาณ 1.5 เมตร สภาพเก่ามีสนิมเกาะ วางปะปนอยู่กับกองเศษปูนที่ จำนวน 2 แท่ง ทางเจ้าหน้าที่ฯจึงได้ใช้เชือกกันพื้นที่ เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ระหว่างรอ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จว.ภูเก็ต เข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้น น่าจะเป็นปืนใหญ่สมัยโบราณ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฯได้เคลื่อนย้ายแท่งดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ ที่ว่าการอำเภอถลาง