Monthly Archives: January 2018

จับขโมยทีสนามบิน

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนขยายผล ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้อีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ประวิทย์ สิทธิเรืองอรุณ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมนาย ขวัญชัย บุตรไชย อายุ 28 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ

พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้า ยาบ้า และสิ่งของที่ขโมย มาจากคลังสินค้าสนามบินภูเก็ตจำนวนหลายรายการ จึงนี้ที่จึงตรวจยึดไว้ และแจ้งข้อกล่าวหา นำหรือพาของต้องห้าม ต้องจำกัดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ มียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าท่าอากาศยานภูเก็ต ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการสุ่มตรวจพนักงานที่ทำการขนถ่ายสัมภาระ และมีผลการจับกุมมาตลอด แต่เนื่องจากการตรวจสอบทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะบางส่วนจะขโมยสิ่งของที่เป็นของใช้เล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผู้โดยสารไม่ติดใจ และบางครั้งก็ไม่ชัดเจนว่าสิ่งของหายที่ใด

กระทั่งรายล่าสุดปรากฏ ว่า มีพัสดุที่จะต้องส่งต่อหายไป จึงแจ้งทางสายการบิน และทางสายการบินได้แจ้งมายังสนามบิน และแจ้งต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งทางชุดสืบสวน จึงไปตรวจสอบกล้องวงปิด จนพบผู้ต้องสงสัยดังกล่าว และ นำไปตรวจค้นบ้านพัก พบของกลางจำนวนมากดังกล่าว

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวลักทรัพย์ในเขตท่าอากาศยานและรับของโจรนั้น ต้องให้กระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน จึงจะแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมในภายหลัง ประกอบกับยังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จิระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการสุ่มตรวจพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในท่าอากาศยาน โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานขนย้ายสัมภาระแล้ว ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง หลังจากนี้นอกจากเพิ่มความเข้มในการสุ่มตรวจแล้ว จะได้มีการเชิญผู้ประกอบการและพนักงานขนถ่ายสัมภาระมาอบรมชี้แจงทำความเข้าใจ โดยเฉพาะโทษที่จะได้รับ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตด้วย และขอให้สายการบินต่างๆ มาดูของกลางที่ สภ.สาคูด้วยว่า มีทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่แจ้งหายไว้บ้างหรือไม่อย่างไร

รอรถไฟฟ้า

ายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า รฟม. ได้ดำเนินนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนารถไฟฟ้าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินโครงการสายหลักไปเกือบหมดแลัว และในอนาคตจะดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าเมืองหลักภูมิภาคตามที่ รฟม. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินงานโครงการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต (ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น โดยได้กำชับ รฟม. ให้เร่งคืนพื้นที่ให้กับประชาชนในเส้นทางที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ เนื่องจากในปี 2561 มีโครงการใหม่ที่ต่องดำเนินการก่อสร้าง เช่น รถไฟฟ้สายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว – สำโรง และสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี รวมถึงการผลักดัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วง เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหนือ ช่วงบางใหญ่-เตาปูน คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
งนี้ ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการรรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงเตาปูน – ท่าพระ มีความคืบหน้าร้อยละ 97.52 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต มีความคืบหน้าร้อยละ 53.31 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความคืบหน้าร้อยละ 4.66 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง อยู่ระหว่างเตรียมการรื้อย้ายสาธารณูปโภคใต้ดินตามแนวสาย

โครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างเตรียมการประกวดราคา 1 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าที่จะดำเนินการในปี 2561 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค – พุทธมณฑลสาย 4 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต – ลำลูกกา และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ – บางปู

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าเมืองหลักภูมิภาคในปี 2561 รฟม. จะศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการลงทุนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตให้แล้วเสร็จ และเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ รฟม. จะเริ่มศึกษาความเหมาะสม จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ออกแบบ และศึกษารูปแบบการลงทุนโครงการต่อไป

 

นกอ่อนแรง

เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ช่วยเหลือแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย อพยพหนีหนาว อาการอ่อนแรง บินหลงฝูงตกลงพื้นในพื้นที่ตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต พร้อมให้ยาปฏิชีวนะ ดูแลให้แข็งแรงก่อนส่งต่อให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตนครปฐม ต่อไป

นายธีธัช ดำอุดม หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ได้รับตัวแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยตัวเต็มวัย น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม ความกว้างของปีกกางออกประมาณ 3 เมตร มีลักษณะสีน้ำตาล ตามตัวมีลาย จากชาวบ้านที่พบว่า ตกในพื้นที่ ต.ราไวย์จ.ภูเก็ต ที่มีอาการอ่อนแรง นำเข้าอนุบาล และดูแลรักษาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา โดยทางเจ้าหน้าที่จะให้อยู่ในกรงขนาดใหญ่ มีการให้อาหารตามธรรมชาติผสมยาปฏิชีวนะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงระยะหนึ่ง ต่อจากนั้น จะส่งตัวแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม เพื่อนำไปฟื้นฟูดูแลให้แข็งแรง และฝังชิปใต้ปีกก่อนจะปล่อยกลับสู่ถิ่นเดิม

นายสมโชค สุขอินทร์ เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา กล่าวว่า แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย มีแหล่งอาศัยในประเทศทิเบต จีน และอินเดีย ซึ่งแร้งสีน้ำตาลตัวดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้รับมาดูแลหลังจากชาวบ้านใน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต พบตกอยู่บริเวณชายหาด มีอาการอ่อนเพลีย โดยทางชาวบ้านได้นำไปดูแลก่อนจะแจ้งให้ทาง นายธีธัช ดำอุดม หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา และเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ไปรับมาดูแลต่อ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รับมารักษาโดยให้วิตามินผสมกับน้ำ และอาหารในช่วงแรก และทางเจ้าหน้าที่ได้ให้กินซี่โครงไก่แบบสับละเอียด เพื่อเพิ่มแคลเซียม ซึ่งแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย น่าจะอพยพหนีหนาวมาเป็นฝูง และบินจนอ่อนแรงเลยพลัดตกหลงฝูง หลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม ไปฟื้นฟู่ก่อนปล่อยสู่ถิ่นกำเนิด มีน้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม ความกว้างของปีกกางออกประมาณ 3 เมตร ความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 1 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่เคยพบแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย

สำหรับแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย จัดเป็นแร้ง หรืออีแร้งที่มีขนาดใหญ่รองมาจากแร้งดำหิมาลัย ที่สามารถพบได้แถบเทือกเขาหิมาลัย จะกระจายพันธุ์อยู่ตามแถบเทือกเขาของภูมิภาคเอเชียกลางไปจนถึงจีน และไซบีเรีย โดยปกติจะอาศัยอยู่ในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 – 2,500 เมตร เวลาบินหากินจะบินไปจนถึงระดับ 4,500 เมตร หรือสูงกว่านี้ จะหากินเพียงลำพังหรือพบเป็นฝูงเล็กๆ เพียง 2-3 ตัว โดยจะหากินตามช่องเขา หรือทางเดินบนเขา หรือบินตามฝูงสัตว์เพื่อรอกินซากของสัตว์ที่ตาย