Monthly Archives: November 2017

เปิดใช้แล้วอาคารผู้โดยสาร

เปิดใช้แล้ว 28 พ.ย.นี้ อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต รองรับผู้โดยสารช่วงไฮซีชั่นภูเก็ต ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆปี ก่อนส่งมอบพื้นที่ปรับปรุงอาคารเฟส 2 เสร็จทั้งหมดภายใน มิ.ย.ปีหน้า เผยเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นตลอด ปีนี้ทะลุ 16 ล้านคน เที่ยวบินสูงถึงวันละ 300 เที่ยวบิน
นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการเปิดใช้อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เฟสแรก ของท่าอากาศยานภูเก็ต ว่า หลังจากที่บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ส่งมอบงานปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เฟสแรก ให้กับท่าอากาศภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2560 ที่ผ่านมา ทางท่าอากาศยานภูเก็ตได้เข้าไปดำเนินการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน และพร้อมที่จะเปิดใช้อาคารดังกล่าวตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 27 พ.ย.2560 เพื่อรับเที่ยวบินแรกของเช้าวันที่ 28 พ.ย. 2560 ซึ่งเป็นเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินแอร์เอเชีย
ทั้งนี้ เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในช่วง High Season (ตุลาคม 2560 – มีนาคม 2561) ของทุกปี เนื่องจากผู้โดยภายในประเทศมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับผู้โดยสารระหว่างประเทศร้อยละ 47 ของผู้โดยสารที่ผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตทั้งหมด ซึ่งการเปิดใช้อาคารดังกล่าวจะทำให้ผู้โดยสารภายในประเทศมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งขาเข้าและขาออก อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการให้บริการอาจจะไม่สะดวกทั้งหมด แต่ท่าอากาศภูเก็ตจะเร่งปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จทั้งหมดภายใน 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ระยะแรกแล้ว จะดำเนินการปิดปรับปรุงระยะที่ 2 (เฟส 2 ทางด้านทิศเหนือ) ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตามกำหนดการจะแล้วเสร็จและเปิดให้บิรการได้ภายในเดือน มิ.ย. 2561 นี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามการดำเนินการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศระยะที่ 2 (เฟส 2 ทางด้านทิศเหนือ) อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกต่อผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ท่าอากาศยานภูเก็ตจึงขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และหากผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการมีข้อคิดเห็นประการใด ทางท่าอากาศยานภูเก็ตพร้อมที่จะนำไปปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น
การเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารภายในประเทศทั้งส่วนขาเข้าและขาออกนั้น ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายในเรื่องเส้นทางการจราจร และความกว้างของห้องโถงเช็คอิน โดยมีเคาน์เตอร์เช็คอินจำนวน 22 เคาน์เตอร์ อีกทั้งมีการขยายพื้นที่ห้องโถงเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคภายในอาคารผู้โดยสารและเส้นทางการจราจร ซึ่งผู้โดยสารสามารถเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศโดยใช้ทางเข้าจากทางหลวงหมายเลข 4031 บริเวณตรงข้ามสถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หลังจากนั้นในส่วนของ ผู้โดยสารขาออกสามารถส่งผู้โดยสารได้บริเวณชานชาลาชั้น 2 และผู้โดยสารขาเข้าสามารถรับได้บริเวณชานชาลาชั้น 1 นอกจากนี้ผู้โดยสารที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลมา สามารถนำรถยนต์ไปจอดยังบริเวณลานจอดรถยนต์ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ หรืออาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้นและใช้ทางเดินเชื่อมมายังอาคารผู้โดยสารภายในประเทศได้เช่นกัน และในส่วนของการตรวจค้นสัมภาระของผู้โดยสาร ทภก. ได้ใช้รูปแบบการตรวจค้นสัมภาระแบบ Terminal Screening
นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า สำหรับเที่ยวบินที่มาลงที่สนามบินภูเก็ตขณะนี้เฉลี่ยวันละ 270-280 เที่ยวบินต่อวัน และเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่นจะมีถึง 300 เที่ยวบินต่อวัน ยังอยู่ในศักยภาพที่ท่าฯภูเก็ตจะสามารถรองรับได้ เพราะโดยศักยภาพของท่าฯภูเก็ต สามารถรองรับได้ชั่วโมงละ 20 เที่ยวบิน หรือวันละ 400 เที่ยวบิน ส่วนผู้โดยสารสิ้นสุดเดือน ต.ค.2560 อยู่ที่ 16 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก ในส่วนนี้ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้วางแผนในการพัฒนาเพิ่มศักยภาพไว้แล้ว

บินไปนครราชสีมา

สนามบินนครราชสีมาเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์แบบเช่าเหมาลำ โดย “นิวเจน แอร์เวย์ส” ประเดิม “นครราชสีมา- สุราษฎร์ธานี” ก่อนเปิดบินประจำ 2 เส้นทาง “นครราชสีมา-เชียงใหม่-นครราชสีมา” และ “นครราชสีมา-ภูเก็ต-นครราชสีมา” 3 ธ.ค. 60

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ท่าอากาศยานนครราชสีมาได้มีพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินที่ E3 7511 ซึ่งเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส จำกัด เส้นทางจากท่าอากาศยานนครราชสีมาไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โดยนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มอบให้นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี รักษาราชการผู้อำนวยการกองส่งเสริมท่าอากาศยาน และนายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา ร่วมพิธีเปิด และมีนายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานหอการค้า จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมพิธีเปิดและเดินทางในเที่ยวบินปฐมฤกษ์

ออกจากท่าอากาศยานนครราชสีมา เวลา 09.17 น. ถึงท่าอากาศยานสุราษฏร์ธานี เวลา 10.30 น. เวลาทำการบิน 1 ชั่วโมง 30 นาที มีผู้โดยสารเดินทางทั้งหมด 168 คน โดยนายกำแหง สายวิภู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ สำหรับเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ เพื่อรองรับหน่วยงานหอการค้า จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมประชุมสภาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ สายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส จำกัด ได้ขออนุญาตทำการบินแบบเช่าเหมาลำ โดยใช้อากาศยานแบบโบอิ้ง 737-800 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ E3 7511 เส้นทางนครราชสีมา-สุราษฎร์ธานี วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ E3 7512 เส้นทาง-สุราษฎร์ธานี-นครราชสีมา

และจะเปิดทำการบินเที่ยวบินประจำ 2 เส้นทางในวันที่ 3 ธันวาคม  2560 เป็นต้นไป คือ 1. เส้นทางบิน นครราชสีมา-เชียงใหม่-นครราชสีมา ทำการบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน

2. เส้นทางบินนครราชสีมา-ภูเก็ต-นครราชสีมา ทำการบินทุกวันวันละ 1 เที่ยวบิน โดยจะเริ่มทำการบินในวันที่ 3 ธันวาคม  2560 เป็นต้นไป

ปัจจุบันท่าอากาศยานนครราชสีมาตั้งอยู่ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 26 กิโลเมตร มีพื้นที่ 4,625 ไร่ อาคารผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารจำนวน 300 คน ในเวลาเดียวกัน ทางวิ่ง ขนาด 45×2100 เมตร ทางขับขนาด 23×320 จำนวน 2 สาย ลานจอดอากาศยาน ขนาด 85×323 สามารถรองรับอากาศยาน แบบโบอิ้ง 737 ได้ 4 ลำ ซึ่งท่าอากาศยานนครราชสีมามีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสาร ทั้งทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยที่เป็นไปตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเที่ยวบินของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานได้ทางแอปพลิเคชัน ThaiFlightInfo โดยสามารถดาวน์โหลดผ่านระบบ IOS และ Andriod

ท่าเรือต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน

จังหวัดภูเก็ตเร่งปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลที่เติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี นำร่อง 4 ท่าเรือของรัฐและเอกชน ต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน ทั้งความปลอดภัยของผู้โดยสาร เรือ การให้การช่วยเหลือ
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงการโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ว่า การท่องเที่ยวทางทะเลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ท่าเรือมีความสำคัญมากสำหรับที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ทางจังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การให้บริการของท่าเรือได้มาตรฐานระดับสากล โดยจะนำร่อง 4 ท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นท่าเรือของรัฐและเอกชน ประกอบด้วย ท่าเรือรัษฎา ของอบจ.ภูเก็ต แต่ได้ให้สัมปทานกับบริษัท ซีทราน ในการบริการจัดการ ท่าเรืออ่าวฉลอง บริหารโดยอบจ.ภูเก็ต และท่าเรืออ่าวปอ ที่เอกชนได้รับสัมปทาน และรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ซึ่งทั้ง 4 ท่าเรือเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก ในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา
สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่ง จะต้องปรับปรุงและพัฒนาใน 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.เรือจะต้องปลอดภัยก่อนออกจากท่า โดยจะต้องแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารที่ต้องผ่านท่าเรือดังกล่าว เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร จำนวนในแต่ละวัน เสื้อชูชีพครบตามจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งเกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารนั้น ทางดีป้ากำลังพัฒนาระบบการป้อนข้อมูลผู้โดยสารก่อนเดินทางลงชื่อเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งกับทางท่าเรือไดล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการ 2.เรือทุกลำจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าท่าอย่างเข้มงวด ตัวเรือจะต้องผ่านเกณฑ์ของเจ้าท่า ผู้ขับเรือจะต้องมีใบนายท้ายเรือ พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน 3.เรือทุกลำจะต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับฝั่งในการตรวจติดตามหรือให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หากเกิดอุบัติเหตุ และ 4. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการประสานการช่วยเหลือทางทะเล เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสีย โดยศูนย์นี้จะเน้นการทำงานในวันหยุด เพราะในวันปกติธรรมดา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว
โดยท่าเรือทั้ง 4 ที่เป็นโครงการนำร่อง มีความพร้อมในการดำเนินการให้เป็นไปตาม 4 มาตรการหลัก เช่น ท่าเรืออ่าวฉลอง ทาง อบจ.ภูเก็ต จะมีการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งทาง อบจ.จะมีการปรับปรุงในหลายๆ ส่วน เช่น การทำที่กั้นเพื่อนับจำนวนนักท่องเที่ยวแต่ละวันว่าผ่านท่าเรือมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ติดตั้งกล้อง CCTV ที่สามารถสแกนใบหน้าของผู้โดยสารได้ โดยร่วมมือกับทาง DEPA ภูเก็ต และอื่นๆ ด้วยงบประมาณปี 61 จำนวน 29 ล้านบาท และนอกจากนี้มีโครงการที่จะก่อสร้างโป๊ะจอดเรือเพิ่ม เป็นต้น
ในขณะที่ท่าเรืออ่าวปอ หลังจากเอกชนเข้ามาดำเนินการได้มีการพัฒนา ติดตั้งกล้อง CCTV ดูแลความสะอาดรอบๆบริเวรท่าเรือ และเข้มงวดในเรื่องของเรือที่จะออกจากท่าจะต้องปฏิบัติตามกฎของเจ้าท่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งจะมีการจัดทำสายรัดข้อมือที่มีข้อมูลรายละเอียดของผู้โดยสารและประกันภัยสำหรับผู้โดยสารที่ผ่านท่าเรือทุกๆคน
ขณะที่ท่าเรือรัษฎาได้จัดทำในส่วนของที่กั้นเข้า-ออกท่าเรือ พร้อมเพิ่ม CCTV ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละวันมีผู้โดยสารผ่านท่าเรือรัษฎาเป็นจำนวนมาก
นายนรภัทร กล่าวเพิ่มว่า สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้น แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าววันละ 25,000 – 30,000 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ดังนั้นการปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือให้ได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับเมืองท่องเที่ยวทางทะเลอย่างภูเก็ต

 

ชุมชนท่องเที่ยวมากเสน่ห์

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อคิดจะมาเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ต อันดับแรกที่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของท้องทะเล ชายหาด และเกาะต่างๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตามด้วยเมืองแห่งอาหารการกิน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจังหวัดภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่แหล่งท่องเที่ยวที่กล่าวมาเพียงเท่านั้น เพราะภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ชวนให้ไปเที่ยวไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง

ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เผยว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิดมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ก็จะมาเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเล แต่ที่จริงแล้วภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม แบบไม่ได้จัดแต่งขึ้นมา เป็นวีถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำกันเป็นปกติให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม อย่างที่ชุมชนบ้านบางโรง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ชาวบ้านยังทำสวนยางกรีดยาง ออกเรือทำประมงใช้ชีวิตตามประจำวัน มีการเลี้ยงแพะ ทำสวนผสม มีวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านแบบเดิมๆ ให้ได้เห็นให้ได้มาสัมผัสกัน

“เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน ทางททท. เรามีการจัดทำเป็นเอกสารชื่อว่า เหวนภูเก็ต 7 ชุมชนท่องเที่ยว เหวน ภาษาถิ่นภูเก็ต แปลว่า เที่ยวแบบเรื่อยๆ ค่อยๆ ไป ไม่เร่งรีบ เราจัดทำขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าที่จังหวัดภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจอีกเยอะ ให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น และภูเก็ตสามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี” กนกกิตติกา เผยเพิ่มเติม
“บ้านบางโรง” เป็นชุมชนเก่าแก่ชุมชนหนึ่งบนเกาะภูเก็ต ชุมชนแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองที่มีชื่อว่าเมืองถลางบางโรงในอดีตเกือบ 200 กว่าปี ชาวบ้านบางโรงที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ทำสวน และรับจ้างทั่วไป แต่ด้วยความที่บ้านบางโรงตั้งอยู่ระหว่างภูเขาและทะเล ทำให้บ้านบางโรงมีทรัพยากรทั้งภูเขา และทะเลที่หลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ จึงทำให้บ้านบางโรงเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติอันบริสุทธ์เดินทางมาเที่ยวกัน

ศึกษาเพิ่ม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมกระทรวงคมนาคม และประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงคมนาคมว่า โครงการใหญ่ๆ ทยอยเปิดประมูลตามแผน ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยลำดับ โดยความคืบหน้าของงานด้านโครงสร้างพื้นฐานจะมีผลต่อการจัดลำดับต่างๆ ของประเทศด้วย ซึ่งรัฐบาลมีเวลาทำงานอีก 1 ปี ดังนั้น โครงการที่ยังเหลือจะต้องดำเนินการแบบกระชับ โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เป็นลำดับแรก ทั้ง ระบบรถไฟ การพัฒนาสนามบิน ท่าเรือ และถนน จะต้องดำเนินการให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้ โดยโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินนั้น คาดว่าจะออกร่างเอกสาร TOR ได้ก่อนสิ้นปีนี้ ส่วนการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภา (MaintenanceRepair and Overhaul) หรือMRO จะออกTOR ได้ ในไตรมาส 1 ปี 2561 เพื่อให้ได้ตัวผู้ก่อสร้างเริ่มต้นในโครงการหลักในขณะที่กฎหมาย EEC ใกล้ออกแล้ว ดังนั้นทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามแผนงาน

พร้อมกันนี้ได้เร่งรัด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ให้ ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาคจำนวน 4 แห่ง ภายในปี 2561 คือ จังหวัดภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา เนื่องจากมีความแออัดสูง ซึ่งโครงการจะมีผลต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างมากและด้านการท่องเที่ยว ส่วนการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF: Thailand Future Fund) เพื่อนำมาสร้างทางด่วนพิเศษ นั้นใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งจะสอดคล้องกับการเริ่มต้นโครงการทางด่วนสายพระราม 3- ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพ (ด้านตะวันตก) ในต้นปี 2561

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะ 2 และทางสายใหม่จำนวน 9 เส้นทาง จะเริ่มทยอยออกประมูล ถือว่าเป็นไปตามแผน รวมถึงโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา นั้น มั่นใจว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ปลายพ.ย.หรือต้นธ.ค. 2560 และอยู่ระหว่างศึกษาจากนครราชสีมา-หนองคาย ต่อเนื่อง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EEC นั้น ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และ โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภา ( MRO) ผ่านการพิจารณาสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ส่วน รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-ระยอง ศึกษาเสร็จแล้วเตรียมเสนอคณะกรรมการ EEC

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง (Action Plan) ปี 58-60 ซึ่งขณะนี้ มีโครงการที่เปิดประมูลแล้วและเตรียมการก่อสร้างจำนวน 27 โครงการ ,โครงการที่อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือ คณะกรรมการ PPP จำนวน24 โครงการ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้จัดทำ Action Plan ปี 2561 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการลงทุน โดยจะเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจากปี 2559 มูลค่า 1.27 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2560 มูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท จำนวนรวม 43 โครงการและเป็นโครงการใหม่ 8 โครงการ มูลค่า 1.03285 แสนล้านบาท ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค 4 โครงการคือ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา และภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ที่ภูเก็ตได้มีการออกแบบรายละเอียดแล้ว ซึ่งรองนายกฯ ได้มอบหมายให้ศึกษาเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีความหนาแน่น เช่น อุดรธานี พิษณุโลก ต่อไป

จบแล้วกินผัก

คึกคักสนั่นเมือง !ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมส่งพระ วันสุดท้ายงานประเพณีถือศีลกินผักวันสุดท้ายที่ภูเก็ต ขณะที่ปี 2561 จะเริ่มตั้งแต่ 9-17ตุลาคม 2561
สำหรับประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2560 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 20 – 28 ต.ค.60 โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาศาลเจ้าต่างๆ ได้การประกอบพิธีส่งพระ หรือส่ง องค์ยกฮ่องซ่งเต่(พระอิศวร) และองค์กิ้วฮ๋องไต่เต่ (องค์เก้าราชัน) ซึ่งถือว่าเป็นเทพสูงสุดของการถือศีลกินผัก กลับสู่สรวงสวรรค์ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน โดยในปีนี้แต่ละศาลเจ้าในเขตตัวเมืองภูเก็ต ไม่จัดพิธีอิ้วเก้งหรือแห่พระผ่านตัวเมือง เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ในห้วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางศาลเจ้าได้ใช้รถยนต์บรรทุกม้าทรงเดินทางมายังปลายสะพานหินแทนเพื่อประกอบพิธีตามที่สืบทอดกันมา


แต่เมื่อขบวนมาถึงปลายแหลมสะพานหิน ได้มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก ได้จุดประทัดใส่ม้าทรงและไท่เปี้ยเป็นจำนวนมากทำเสียงประทัดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมงานดังกล่าว
สำหรับพิธีส่งพระ จะประกอบพิธีในคืนสุดท้ายของประเพณี โดยจะมีการส่งองค์ยกฮ่องซ่งเต่ (พระอิศวร) ซึ่งมักส่งกันที่หน้าเสาโกเต้งช่วงเวลา 22.30 น. เพื่อกลับสวรรค์ หลังจากนั้นก็จะส่งองค์กิ๊วฮ๋องไต่เต่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปประกอบพิธีที่ชายทะเลปลายแปลมสะพานหิน เมื่อขบวนส่งพระออกพ้นประตูไฟทุกดวงในศาลเจ้าต้องดับสนิทและปิดประตูใหญ่
ส่วนการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2561ได้มีการกำหนดแล้วเช่นกันโดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 และ ในวันนี้ (29ต.ค.) ตั้งแต่เวลา16.00 น.เป็นต้นไป แต่ละศาลเจ้าจะมีการประกอบพิธีลงเสาโก้เต้ง เพื่อเป็นการสิ้นสุดการถือศีลกินผักในปีนี้