Monthly Archives: April 2015

ตำรวจภูเก็ตไล่ล่าคนร้ายปาหินใส่รถนักท่องเที่ยวชาวสวีเดน

พ.ต.ท.โสภณ บริรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.กมลา พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุธรรม รัตน์สว่างวงศ์ สว.สส.สภ.กมลา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกจำนวนหนึ่งได้ออกติดตามคนร้ายที่ปาหินใส่รถยนต์ ของ นายโบ จอหน์ เดวิด เซ็นจอห์น (Mr.BO JONAS DAIEL SVEGSJOE) สัญชาติสวีเดน อายุ 38 ปี ได้รับความเสียหาย โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 เวลาประมาณ 16.30 น. บนถนนกมลา-ป่าตอง บริเวณสี่แยกไฟแดง ม.3 และต่อเนื่องไปบนถนนในซอยกมลา ซอย 8 ม.3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

เหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ พ.ต.อ.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ให้เจ้าหน้าที่นำคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะตรวจสอบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ในขณะ นี้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกตกใจแก่ประชาชนชาวจังหวัด ภูเก็ตเป็นอย่างมาก และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการทำงานที่ล่าช้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายโบ จอหน์ เดวิด เซ็นจอห์น เผยว่า ตนเองได้ขับขี่รถยนต์เชฟโลเรต ครูซ สีดำ ทะเบียน กฉ 5829 ภูเก็ต จาก ต.เชิงทะเลมุ่งหน้าไป ต.กมลา โดยมีภรรยาและบุตรโดยสารมาในรถด้วย เมื่อขับมาถึงบริเวณทางโค้งก่อนถึงแหลมสิงห์ ต.กมลา ได้มีชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ จำนวน 2 คน มาด้วยความเร็ว และพยายามขับขี่แซงหลายครั้ง ตนเองจึงได้บีบแตรเตือนให้สัญญาณเพราะเกรงว่าจะเกิดการเฉี่ยวชน แต่สังเกตเห็นวัยรุ่นดังกล่าวไม่พอใจ เมื่อวัยรุ่นดังกล่าวสามารถขับขี่แซงรถของตนเองได้ วัยรุ่นดังกล่าวได้จอดรถริมถนนก่อนถึงแหลมสิงห์ และพูดว่าด่าตนเอง จากนั้นตนเองได้ขับรถไปตามปกติ และให้สัญญาณมือว่าให้ขับรถช้าๆ ในจังหวะที่สวนกัน เมื่อตนเองขับขี่ผ่านวัยรุ่นดังกล่าววัยรุ่นก็ได้ขับขี่ตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตนขับมาถึงบริเวณสี่แยกเซเว่น อีเลฟเว่น ต.กมลา วัยรุ่นที่นั่งซ้อนท้ายได้ขว้างก้อนหิน จำนวน 1 ก้อน ใส่รถของตนเองที่บริเวณด้านซ้าย จากนั้นวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับขี่หลบหนี ตนจึงได้ไล่ติดตามเข้าไปในซอยดังกล่าว เมื่อเข้าไปในซอยปรากฏว่า วัยรุ่นได้เลี้ยวรถกลับ และในจังหวะที่สวนกันวัยรุ่นทั้งสองได้ขว้างก้อนหิน 2 ก้อน ใส่รถของตนอีก 2 ครั้ง บริเวณด้านขวา ทำให้รถได้รับความเสียหาย จากนั้นวัยรุ่นทั้งสองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ต่อมาวันที่ 28 เม.ย.58 ตนจึงเดินทางมาแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นาวิน เพชรจันทร์ พนักงานสอบสวน สภ.กมลา เพื่อหาคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตและเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ร่วมตรวจค้นเรือประมง

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็ชรศิริรักข์ ผกก.8 บก.รน. พ.ต.ท.ปัญญา ชัยชนะ สว.ส.รน.3 กก.8 บก.รน.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย ทัพเรือภาคที่ 3 ประมง จัดหางาน แรงงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงเรือตรวจการณ์คุณพุ่ม บูรณาการตรวจเรือประมงทุกประเภท เมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) บริเวณปากร่องน้ำคลองท่าจีน เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลการตรวจสอบเรือประมง จำนวน 3 ลำ ลูกเรือทั้งหมด 47 คน เป็นสัญชาติไทย 7 คน พม่า 40 คน ไม่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน น้ำมันเถื่อน พ.ร.บ.การเดินเรือ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ยาเสพติด หรืออาชญากรรมข้ามชาติแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบเรือประมงพบปัญหาคือ ใช้เวลาพอสมควร ตรวจเรือ 3 ลำ ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง คิดว่าเรื่องนี้ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น และที่สำคัญเอกสารที่แต่ละหน่วยงานทำขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรือประมงนั้นคิดว่า ต้องมีลายเซ็นจากเจ้าหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเป็นการรับรองว่า เรือได้รับการตรวจแล้ว มีการปฏิบัติตามระเบียบของ IUU เรื่องการค้ามนุษย์หรือเรื่องของคุณภาพชีวิตคนบนเรือต่างๆ เพราะฉะนั้น ลักษณะการทำงานแบบนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาเทียร์ 3 เรื่องการค้ามนุษย์ที่เรากำลังเป็นปัญหา หรือเรื่องของ IUU ที่เรากำลังประสบอยู่

นายนิสิต กล่าวอีกว่า ผลการตรวจสอบ ณ จุดหนึ่งที่เราตรวจสอบมีความเห็นว่า ผู้ประกอบการเรือ หรือไต้ก๋งเรือยังไม่เข้าใจถึงวิธีการเพราะยังขาดเอกสารต่างๆ เช่น ใบสัญญาของผู้ประกอบการในการแจ้งเข้า-ออกเรือ เป็นต้น ที่ทางกรมประมงทำขึ้น แต่ว่าเขาไม่ได้เอาออกมา อีกประเภทยังมีแรงงานที่ยังไม่มีบัตร แต่ก็มีเป็นส่วนน้อย ซึ่งเรื่องนี้เราได้เปิดโอกาสให้เรือประมงในภูเก็ตทำให้เสร็จก่อนกลุ่มอื่นๆ คือ ภายในเดือนพฤษภาคม ตนตกลงกับทางจัดหางานจังหวัดและแรงงานจังหวัดว่า เราจะเร่งรีบดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัด คือบัตรยังไม่ครบแต่ก็เป็นส่วนน้อย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการหรือไต้ก๋งเรือลืมนำเอกสารต่างๆ มาไว้บนเรือที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบถึงความถูกต้องของด้านต่างๆ ซึ่งจะแจ้งให้ทางกรมประมง ได้สื่อสารทำความเข้าใจต่อผู้ประกอบการถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสาร หลักฐานต่างๆ ไว้บนเรือให้พร้อมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจ รวมถึงวิธีการตรวจเพื่อให้เกิดความรวดเร็วไม่เป็นการรบกวนผู้ประกอบการมาก เกินไป

ตร.ภูเก็ต จับกุมสาวพร้อมยาเสพติดมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท

ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เข้าจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ พร้อมของกลางยาบ้า 36,000 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 874 กรัม มูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท หัวใสใช้เทคนิคพิเศษป้องกันกลิ่นแพร่กระจายแม้แต่สุนัขก็ดมกลิ่นไม่ได้

พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.อัมพร หรือแหม่ม ไกรสร อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/11 ถ.ศรีเสนา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (19 เม.ย.) ที่บริเวณหน้ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 18 มัด รวม 36,000 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 874 กรัม และทรัพย์สินอื่นๆ โดยสมารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 33/1 ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และต่อเนื่องบ้านเลขที่ 35 ถ.นริศร ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 17 เม.ย.2558 ที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยยาบ้าที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ทางกลุ่มผู้ค้าใช้เทคนิคในการจัดเก็บ อย่างดีทั้งหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์ และห่อซ้ำด้วยเทียนไขอีกครั้ง ทำให้ไม่มีกลิ่นแม้แต่สุนัขก็ไม่ได้กลิ่น

น.ส.อัมพร รับว่าตน มีหน้าที่ดูแลยาเสพติดที่ นายอาร์ต เจ้าของยาเสพติดส่งมาให้เก็บไว้ และจะนำยาไปส่งให้ลูกค้าตามที่ นายอาร์ต โทร.มาสั่ง โดยจะนำวางไว้ตามจุดต่างๆแล้วแจ้งให้ลูกค้าทราบ และจะแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารที่ทางเจ้าของยาเสพติดส่งมาให้ลูกค้าทราบอีกทอด หนึ่ง โดยตนจะได้รับค่าจ้างในการดูแล และคอยกระจายยาเสพติดถ้าเป็นยาบ้ามัดละ 2,000 เม็ด ในราคา 2,000 บาท ถ้าเป็นยาไอซ์ จะได้ขีด 100 กรัม ในราคา 2,000 บาท โดยยาทั้งหมดนั้นมีการส่งมาอีกต่อหนึ่ง ตัวเองทำหน้าที่ในการควบคุมดูแล นอกจากนั้น ผู้ต้องหายังกล่าวว่า เคยติดคุกคดียาเสพติด และออกมาเมื่อประมาณปี 54 หลังจากออกมาก็ไม่มีงานทำ และไม่มีเงินใช้จ่ายจึงหันไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

รมว.เกษตรติดตามความก้าวหน้าระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงที่ภูเก็ต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจติดตามความก้าวหน้าในการนำร่องทดสอบระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง ที่ภูเก็ต ย้ำ พ.ค.นี้ ต้องครบทั้ง 22 จังหวัด เชิญชวนเรือประมงขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป เข้าร่วมขจัด IUU ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือประมง อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันนี้ (19 เม.ย.) ที่ห้องประชุมองค์การสะพานปลา จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการนำร่องทดสอบระบบควบคุมการเข้า-ออกเรือประมง (Port in- Port out) โดยมี นายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง เสนาธิการทัพเรือภาค 3 หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ตำรวจน้ำภูเก็ต จัดหางานจังหวัดภูเก็ต สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดภูเก็ต ร่วมให้การต้อนรับ

นายปีติพงศ์ เผยว่า ในการประชุมรับฟังการบรรยาสรุปถึงความคืบหน้าในการควบคุมและเฝ้าระวัง การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ว่า กรมประมงได้เริ่มทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต ระนอง ชุมพร และสงขลา มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา เพื่อให้เรือประมงที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่าต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการเข้า-ออกของเรือประมงที่กำหนดทั้ง 26 ศูนย์ เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลการทำประมง รวมถึงแรงงานบนเรือประมง เช่น ทะเบียนเรือ เครื่องมือทำการประมง ใบอนุญาตทำการประมง ผลจับสัตว์น้ำจากสมุดบันทึกการทำประมง (logbook) ตลอดจนบุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ แรงงานบนเรือ)

หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ร่วมรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ร่วมรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่ผู้ว่าฯ ขอให้ทุกคนคิดดีทำดีเพื่อสังคมภูเก็ต

นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ ดร.พัลลภ สิงหเสนี นายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการพลเรือน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการทหาร ตำรวจ องค์กรเอกชน มูลนิธิ ตลอดจนสมาคม ชมรมต่างๆ และสื่อมวลชนภูเก็ต ร่วมในพิธีรถน้ำขอพร ขอขมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์จังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (10 เม.ย.) ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น

ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ได้อวยพรให้ทุกคนที่เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวมีแต่ความสุขกายสุขใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้มีครอบครัวที่มั่งคั่งสมบูรณ์พูนผล ให้มีลูกเป็นที่พึ่งพาอาศัย และขอให้ทุกคนคิดดีทำดีเพื่อตนเอง ครอบครัว และสังคมภูเก็ต นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังได้ขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานบูรณาการด้านการทำงานร่วมกันเพื่อขับ เคลื่อนกิจกรรมงานที่เป็นวาระจังหวัด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนภูเก็ตโดยรวม

บริการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” โดยวิทยาลัยเทคนิคถลาง

บริการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” จัดโดย วิทยาลัยเทคนิคถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2558

นายวีระ เกิดสิริมงคล นายอำเภอถลาง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ไชยโสดา รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคถลาง ร่วมเปิดจุดบริการ “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคถลาง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นตามโครงการอาชีวะอาสา “ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย” เทศกาลสงกรานต์ 2558 ที่ด่านตรวจท่าฉัตรไชยจังหวัดภูเก็ต ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ประชาชน และผู้สัญจรบนท้องถนน ในระหว่างวันที่ 9-15 เมษายน 2558

ซึ่งมีบริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ตลอดจนบริการนวดแผนไทย เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการกว่า 100 คน ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมการขนส่งทางบก เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2551 ทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ เพื่อตรวจเช็กสภาพรถให้แก่ประชาชน และผู้สัญจรบนท้องถนน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนตามนโยบายของรัฐบาล

หนุ่มมาเลเซีย ปลอมบัตรเครดิต

พ.ต.ต.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ สว.ส.ทท.2 กก.5 บก.ทท.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายโมฮ จารีส ทาน บิน อับดุลลา อายุ 50 ปี สัญชาติมาเลเซีย เมื่อเวลา 23.45 น. วานนี้ (4 เม.ย.) ที่กองกำกับการตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต โดยมีของกลางบัตรเครดิตธนาคาร HSBC 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคาร City Bank 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคารCHASE Business 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคาร Citi 1 ใบ บัตรครดิตธนาคาร OCBC Bank 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคาร PUBLIC BANK 1 ใบ บัตรเครดิตธนาคาร AMERICAN EXPRESS 1 ใบ ใบสลิปของธนาคารกรุงเทพ THE SHIP HOTEL 99 M.7 SAMNUKKAM SONGKHLA 1 ใบ และใบสลิปธนาคารกสิกรไทย อีก 1 ใบ หลังจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางดำเนินคดีในข้อหาใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่ง บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยรู้ว่าเป็นของทำปลอมขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความ เสียหายต่อผู้อื่น หรือประชาชนต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย รับแจ้งว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้รูดบัตรเครดิต จำนวน 15,000 บาท เพื่อนำไปซื้อสินค้า และซื้อตั๋วเครื่องบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินที่ FD3017 ที่สนามบินดอนเมือง ปลายทางที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เจ้าหน้าที่ของธนาคารก็ได้ประสานมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวก็ได้เข้าตรวจสอบ และพบของกลางทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าของผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า บัตรเครดิตทั้งหมดเป็นบัตรเครดิตปลอม จึงควบคุมตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในมือถือมีการส่งออเดอร์กระเป๋าราคาแพงให้แก่ผู้ต้องหา ผ่านระบบวีเช็ต คาดว่าน่าจะเป็นออเดอร์สินค้าที่ผู้ต้องหาน่าจะกดสินค้าแล้วบินกลับประเทศ เพื่อนำไปขายแลกกับเงินสด แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ก่อน ผู้ต้องหาส่งข้อความผ่านระบบวีเช็ต สำหรับผู้ต้องหารายนี้ทราบว่าล่าสุดเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาถูกจับดังกล่าว เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ภูเก็ตจัดโครงการพัฒนาผู้นำในงานสุขภาพภาคประชาชน

การจัดงานโครงการพัฒนาผู้นำในงานสุขภาพภาคประชาชน ประปีงบประมาณ 2558 เมื่อค่ำวานนี้ (4 เม.ย.) ที่สนามชัยจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางสมาคมอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับภาคีเครือข่ายเกี่ยวข้องจัดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัดภูเก็ต มีนายเชาวลิต ณ นคร รองนายก อบจ.ภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน และมีนายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ตลอดจนสมาชิกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. แขกผู้มีเกียรติ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ในงานมีกิจกรรมการบรรยายพิเศษ “ปลูกจิต..คิดอาสา” โดย ดร.สมคิด นาคขวัญ ผอ.ศูนย์ฝึกประสบการณ์และวิชาชีพครูคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี การมอบของวัลแก่ อสม.ดีเด่นแห่งชาติ ซึ่งได้แก่ นางอุษา สุขประเสริฐ อสม.ต.วิชิต ขณะที่ อสม.ดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่ นางกฤษวรรณ แซ่ตัน อสม.เทศบาลนครภูเก็ต นอกจากนี้ ยังมีการมอบเกียรติคุณแก่ อสม.อาวุโส อายุ 72 ปี มอบเข็มเชิดชูเกียรติแก่ อสม.ปฏิบัติงาน 10 ปี, 20 ปี และ 30 ปี กิจกรรมการแสดงบนเวทีของเครือข่าย อสม. และนอกจากนี้ภายในงานมีการจัดเลี้ยงอาหารฟรีแก่ผู้เข้าร่วมงานด้วย

ในปีนี้ รัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของ ประชาชน โดยเฉพาะบริการดูแลขั้นพื้นฐาน ประชาชนสามารถเข้าถึง มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ โดยจัดโครงการหมอครอบครัวดูแลประชาชนทุกหลังคาเรือน เป็นที่ปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และมีบริการดูแลสุขภาพประชาชนที่ต้องพึ่งพิง คนในครอบครัวช่วยดูแล 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ไม่มีทางรักษาให้หาย และอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต