Monthly Archives: December 2014

มวยคาดเชือกที่ภูเก็ตดุเดือดสุดโหด

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ต “การชกมวยไทยคาดเชือก” เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 25 ธ.ค. ที่เวทีมวยชั่วคราวสนามฟุตบอลสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต โดยมีนายนเร เหล่าวิชยา รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พล.ร.ต.เธียศิริ มนต์ไตรเวศย์ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3 นายไพบูลย์ อุปัติศฤงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายสาโรจน์ อังคณาพิลาศ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ ประชาชนใน จ.ภูเก็ต รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ร่วมชมการแข่งขัน

“การชกมวยไทยคาดเชือก” มีนักมวยร่วมชกในเวลาของถ่ายทอดสดการแข่งขัน จำนวน 10 คู่ เป็นคู่มวยคาดเชือกชกสลับกับคู่มวยซึ่งใช้นวมในการชก และมีคู่ชกก่อนเวลาการแข่งขัน จำนวน 1 คู่ (นักมวยหญิง) รวม 11 คู่ บรรยากาศในการชกแต่ละคู่เป็นไปอย่างดุเดือด สุดโหด สะใจแฟนมวยทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศร่วมชม และเชียร์จำนวนมาก

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ กล่าวว่า การชกมวยไทยคาดเชือก ออริจินอล ของจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล การส่งเสริมการท่องเที่ยวภูเก็ต การสืบสานมรดกแม่ไม้มวยไทยศิลปะการป้องกันตัว และเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีในกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งการชกมวยมีนักมวยจากประเทศกลุ่มอาเซียนเข้าร่วมชกด้วย

ตร.ภูเก็ตจับกุมนักดนตรีขายยาเสพติดในสถานบันเทิง

พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต เปิดเผยถึงมาตรการการกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบในพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต วันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ที่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม และจับกุมผู้กระทำผิดคดีต่างๆ ระหว่างวันที่ 20-26 ธ.ค.57 ปรากฏว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 24 ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้จับกุม นายธิติ หรือปอนด์ ศรีวนิช อายุ 29 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นนักดนตรีเล่นตามร้านอาหารต่างๆ ในพื้นที่ตัวเมืองภูเก็ต อยู่บ้านเลขที่ 72/17 ม.1 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ จำนวน 6 ถุง น้ำหนัก 56.37 กรัม ยาบ้า จำนวน 223 เม็ด อาวุธปืนพกสั้นแบบแมกกาซีนขนาด .32 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 54 นัด โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณโรงแรมชิโนเฮ้า ถ.แม่หลวน ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

การจับกุมครั้งนี้ พ.ต.ท.สมศักดิ์ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า นายธิติ มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดให้แก่วัยรุ่นที่เดินทางไปเที่ยวตามสถานบันเทิง เป็นประจำ ซึ่งได้เช่าห้องพักของโรงแรมดังกล่าวพักอาศัยอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปซุ่มสังเกตอยู่บริเวณหน้าโรงแรม เมื่อนายธิติ เดินออกมาอยู่หน้าโรงแรมทางเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น ปรากฏว่า พบยาไอซ์ และอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าที่ผู้ต้องหาสะพายอยู่ จากนั้นพาขึ้นไปตรวจค้นในห้องพักยังพบเครื่องกระสุนปืน และยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มที่ สภ.เมืองภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.นำชาวยูเครนชี้จุดเกิดเหตุคดีเคลียร์หนี้

ร.ต.อ.ปฏิวัติ ขวัญเมือง พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ได้นำตัวนางมารีน่า เรียมาดควา อายุ 32 ปี สัญชาติยูเครน และนายอิกอร์ เออมาคูฟ อายุ 37 ปี สัญชาติยูเครน 2 สามีภรรยา ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้เสียหาย กรณีนางมารีนา เข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ให้ช่วยเหลือ หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์และทหารเชิญตัว ไปตกลงเรื่องหนี้สินที่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากมีการแจ้งความดำเนินคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ก็ได้วางแผนดำเนินการจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์ตามที่มีการแจ้งความ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 10 คน เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไปชี้จุดที่มีการเชิญตัวนายนายอีกอร์ เออมาคูฟ ซึ่งเดินทางไปพักผ่อนที่บริเวณหาดมิตรภาพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในวันนี้ เมื่อเวลา 10 .30 น.

สำหรับการเดินทางไปชี้จุดที่เกิดเหตุในครั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้เสียหาย เดินทางไปด้วยรถเก๋งส่วนตัวไปยังจุดที่เกิดเหตุเพียง 4 คนเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วยพนักงานสอบสวน ผู้เสียหาย และล่ามแปลภาษา หลังจากชี้จุดที่เกิดเหตุ อยู่บริเวณชายหาดมิตรภาพ ซึ่งเป็นชายหาดที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนจำนวนมาก หลังจากชี้จุดที่เกิดเหตุเสร็จทางพนักงานสอบสวนก็ได้นำตัวผู้เสียหายเดิน ทางกลับมาที่สถานีตำรวจ สภ.ฉลองเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยทางผู้เสียหายไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ

ทั้งหมดถูกออกหมายจับในข้อหาเดียวกัน คือ  ต้องหาว่ากระทำความผิด ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องการทำการนั้น ไม่กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธหรือร่วมกันทำความผิดนั้นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หรือร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและข่มขืนใจผู้ อื่นให้ยอมให้ หรือยอมจะให้คนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลัง ประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญ หรือของบุคคลที่ 3 จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น โดยมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ

เรือนำเที่ยวชนโขดหินใกล้แหลมกาใหญ่ นักท่องเที่ยวปลอดภัย

เรือท่องเที่ยวขนาดเล็กนำนักท่องเที่ยวกลับจากท่องเที่ยวดำน้ำ ตกปลาตามเกาะต่างๆ ฝั่งทะเลอันดามัน เกิดเหตุชนโขดหินในทะเลหน้าแหลมกาใหญ่ ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต ขณะกำลังนำเรือกลับเข้าฝั่งทะแหลมกา โชคดีที่นักท่องเที่ยวปลอดภัย แต่เรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้

จุดที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับแหลมกาใหญ่ ห่างจากท่าเทียบเรือหาดราไวย์ ประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งสามารถมองเห็นจากท่าเทียบเรือหาดราไวย์ และจากการตรวจสอบพบว่า เรือลำที่เกิดเหตุเป็นเรือนำท่องเที่ยว จำนวน 2 ชั้น ซึ่งเป็นเรือท่องเที่ยวขนาดกลาง สำหรับนำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ และตกปลาตามเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลอันดามัน

ช่วงเช้าวันนี้ (21) เรือได้เดินทางออกมาจากเกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ กัปตันเรือขับเข้าใกล้ฝั่งจนเป็นเหตุให้เรือชนกับโขดหินขนาดใหญ่ จนท้องเรือแตก และน้ำทะลักเข้าเรืออย่างรวดเร็ว ซึ่งโชคดีที่ช่วงเกิดเหตุอยู่ใกล้ชายหาด ทำให้เรือที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสามารถขับออกมาช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย ส่วนเรือยังอยู่ในที่เกิดเหตุในลักษณะตะแคงด้านข้างลงมาเกือบถึงผิวน้ำ ซึ่งขณะนี้เจ้าของเรือกำลังเร่งกู้เรือแล้ว

สองพ่อลูกถูกจับกุมพร้อมกัญชาและกระสุนจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกะทู้ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย  เมื่อเวลา 22.30 น. วานนี้ (15 ธ.ค.) โดยประกอบด้วย นายสมพงษ์ บ้านกล้วย อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ซอยราษฎร์อุทิศ 200 ปี ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลาง กัญชาผสมยาเส้น 1 ถุง น้ำหนัก 3.2 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ โดยแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งของกลางทั้งหมดได้ตรวจค้นพบที่บริเวณห้องนอนของผู้ต้องหา

ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องทั้ง 2 รายซึ่งเป็นพ่อลูกกัน ได้ที่บ้านพักนายสาธิต บ้านกล้วย อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ซอยราษฎร์อุทิศ 200 ปี 2 ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยของกลางเครื่องกระสุนปืน จำนวน 183 นัด ซึ่งของกลางทั้งหมดได้ตรวจค้นพบที่บริเวณห้องนอนของผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดย มิได้อนุญาต

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการจับกุม นายกู ชาวพม่า อายุ 23 ปี พร้อมด้วยของกลางกัญชา 1 ถุง น้ำหนัก 0.60 ใบกระท่อมสด น้ำหนัก 500 กรัม แจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา, กระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยคอกหมู ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

เปิดห้องสมุดมัลติมีเดีย “ปลูกปัญญาราชพฤกษ์ 21”

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีตเลขานุการนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.ภูเก็ต เป็นประธานเปิด และมอบห้องสมุดมัลติมีเดีย “ปลูกปัญญาราชพฤกษ์ 21”  เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่ชั้น 2 อาคาร 3 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งสมาคมนักเรียนเก่าปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ โดยกลุ่มศิษย์เก่าปลูกปัญญาราชพฤกษ์ 21 จัดทำขึ้น โดยมี น.ส.สมใจ สุวรรณศุภพนา นายเทศมนตรีนครภูเก็ต นายวินัย สุริยปราการ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ นางพาณี โกยสมบูรณ์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ นายบุญศุภภะ ตัณทัยย์ ประธานกลุ่มศิษย์เก่าราชพฤกษ์ 21 คณะผู้บริหาร คณะครู นักเรียน คณะกรรมการ และสมาชิกสมาคมฯ กลุ่มศิษย์เก่าราชพฤกษ์ 21 ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ประธานกลุ่มศิษย์เก่าราชพฤกษ์ 21 นายบุญศุภภะ ตัณทัยย์ กล่าวถึงการจัดทำโครงการห้องสมุดปลูกต้นกล้าแห่งปัญญามัลติมีเดีย หรือห้องสมุดมัลติมีเดีย “ปลูกปัญญาราชพฤกษ์ 21” ว่า สมาคมนักเรียนเก่าปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ ได้มอบหมายให้กลุ่มศิษย์เก่าปลูกปัญญาราชพฤกษ์ 21 เป็นคณะกรรมการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงพลังของชาวศิษย์เก่าปลูกปัญญาฯ เพื่อให้นักเรียนชั้นประถม และมัธยมศึกษาของโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ ได้มีแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสมาคมนักเรียนเก่าปลูก ปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ คณะครู และผู้บริหารโรงเรียน ชมรมผู้ปกครองนักเรียนฯ และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานฯ เป็นการต่อยอดที่มั่นคงให้แก่โรงเรียน เนื่องในวาระครบรอบ 104 ปี และเป็นการเฉลิมฉลองพระบรมรูปล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ที่ผ่านมา

นายบุญศุภภะ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า การปรับปรุงห้องสมุดตามโครงการห้องสมุดปลูกต้นกล้าแห่งปัญญามัลติมีเดีย ใช้งบประมาณดำเนินการ 772,566 บาท โดยใช้งบจากการจัดกิจกรรมหารายได้ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สามารถจุนักเรียนได้ 100 คน ภายในห้องได้รับการตกแต่งทันสมัย ทั้งแสง สี เสียง เครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศที่สามารถลดมลพิษ เครื่องดับเพลิง จอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสื่อด้านมัลติมีเดียที่สามารถสื่อสารในเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ก่อให้เกิดแรงจูงใจ สร้างความองค์ความรู้ และเกิดทักษะ ถ่ายทอดกระบวนการทางความคิด สร้างคลังความรู้ที่มีคุณค่าให้เป็นแหล่งปลูกปัญญา ปลูกคน ปลูกความรู้ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกหลานต่อไปในอนาคต

ตำรวจภูเก็ตชี้แจงเรื่องร้องเรียน

พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ภูเก็ต กล่าวในโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตพบสื่อมวลชน วันนี้ ( 11 ธ.ค.) ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ภูเก็ต หลังจากมีการเผยแพร่คลิป “ตีผมทำไม” และกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดีเช็คในพื้นที่ อ.ถลาง จนกระทั่งมีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเร็วๆนี้

ในเรื่องของการยื่นหนังสือร้องเรียนให้มีการตรวจสอบกรณี มีการเผยแพร่คลิป “ ตีผมทำไม” ตนได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ซึ่งในวันที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจที่บริเวณใกล้กับสะพานเชิงคีรี ในการตั้งด่านตรวจจะแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ส่วน จุดแรกจะต้องเป็นด่านตรวจหลัก และเลยไปเล็กน้อยก็จะจัดเจ้าหน้าตำรวจไว้อีกจุด เพื่อจับกุมคนขับรถแหกด่าน ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุนั้น คนเจ็บได้ขับรถมาพร้อมกับเพื่อนจำนวน 2 คัน ซึ่งเพื่อนของคนเจ็บนั้นสามารถแหกด่านตรวจไปได้ทั้ง 2 จุด แต่คนเจ็บสามารถแหกด่านแรกไปได้ แต่ไปเจอกับตร.ที่ดักรออยู่ เมื่อเห็นตำรวจก็พยายามที่หลีกตำรวจจนรถแฉลบล้มลง โดยคนเจ็บนั้นไม่สวมหมวกนิรภัย เมื่อล้มลงคาดว่าหัวหน้าจะไปกระแทกกับพื้นถนนที่อาจจะมีเหลี่ยมหรือมุม จนทำให้หัวแตกต้องเย็บ 7 เข็ม กะโหลกแตก ซึ่งจากการตรวจสอบบาดแผลเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากถูกไม้ หรือกระบองตี เพราะถ้าถูกตีหัวจะบวม แต่บาดแผลน่าจะเกิดจากกระแทกกับสิ่งของที่เป็นเหลี่ยม และจากการตั้งกรรมการสอบก็ได้รับการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีไม้หรือกระบอง ในขณะปฏิบัติหน้าที่

สำหรับการเข้าไปในครั้งนี้ ต้องการที่จะเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล แต่เมื่อเข้าไปแล้วต้องต้องตรวจสอบทุกอย่าง ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไม่แสดงตัวว่าเป็นตำรวจและไม่สวมชุดตำรวจ มีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารที่สวมเครื่องแบบ เรื่องนี้ตนคิดว่าชัดเจนอยู่แล้วว่าคนที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ ตำรวจ เพราะเวลาร้องเรียนก็ร้องถูกคน ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ ออกมาให้ข่าวกรณีการเรียกเก็บส่วยเพื่อเปิดบ่อนพนันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.พชร กล่าว กรณีของนายชูวิทย์ตนไม่โต้ตอบ เพราะในภูเก็ตไม่มีบ่อนการพนัน และที่ผ่านมาตนกับนายชูวิทย์ เคยมีเรื่องฟ้องร้องกันอยู่

ชาวเยอรมันลืมทรัพย์สินในรถโดยสาร โชคดีที่ ตร.ท่องเที่ยวติดตามคืนได้

นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันลืมทรัพย์สินไว้บนรถโดยสารสายป่าตอง-เมืองภูเก็ต โชคดีที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตสามารถติดตามทรัพย์สิน ส่งคืนให้นักท่องเที่ยวได้เรียบร้อย

ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ได้ติดตามทรัพย์ที่นักท่องเที่ยวลืมไว้บนรถโดยสารประจำทาง ส่งคืนนักท่องเที่ยว เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ (11 ธ.ค.) โดย นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ชื่อ Mr.Daniel Wiehoff อายุ 22 ปี ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพื่อแจ้งว่าตนได้ลืมทรัพย์สินไว้บนรถโดยสารประจำทางสีฟ้า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ของวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันได้โดยสารมาจากป่าตอง เพื่อมาที่วงเวียนดาวน์ทาวน์ ในตัวเมืองภูเก็ต และเมื่อลงจากรถประจำทางประมาณ 4-5 นาที นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวก็นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋าไว้บริเวณที่นั่งผู้ โดยสารหลังคนขับ จึงได้เดินทางมาที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต เพื่อให้ช่วยติดตามทรัพย์สินดังกล่าว

หลังจากได้รับแจ้ง ตำรวจท่องเที่ยวจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่รถคันดังกล่าวผ่าน จนทราบหมายเลขทะเบียนรถ และผู้ขับขี่ และได้เข้าทำการตรวจสอบรถที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด จากการสอบถามผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวทราบว่า ได้นำทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวทั้งหมดฝากไว้ที่ สภ.ทุ่งทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว จึงได้นำนักท่องเที่ยวไปยัง สภ.ทุ่งทอง เพื่อติดต่อขอรับทรัพย์สินคืน และส่งคืนนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย

ข้าราชการทุกภาคส่วนร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำข้าราชการทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตุลาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน ภาคประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ทุกหมู่เหล่ากว่า 1,000 คน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 5 ธ.ค. เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา โดยมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณร จำนวน 87 รูปออกบิณฑบาต ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

หลังจากนั้นผู้ราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหาร ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน ประชาชนจังหวัดภูเก็ตทุกหมู่เหล่า ร่วมกันลงนามถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และร่วมกันถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นพลังของแผ่นดินและเป็นข้าราชการที่ดีใน พระองค์ตลอดไป และนอกจากนี้ ผู้นำศาสนา คริสต์ ซิก และอิสลาม ยังได้ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยเช่นเดียวกัน

ในเวลา 16.30 น. ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ได้มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายพระพร และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ การแสดงโขน และการแสดงเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ จำนวน 9 เพลง

ภูเก็ตจัดเต็มรางวัลกาชาดปี 58 ทั้งรถยนต์-ทองคำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นางณัสรี จันทร์สมวงศ์ และคณะกรรมการ ตลอดจนสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ร่วมรับมอบสิ่งของ เนื่องในวันรวมน้ำใจให้กาชาด ประจำปี 2558 เพื่อนำสิ่งของไปเป็นของรางวัลในร้านมัจฉากาชาด งานเทศกาลของดีภูเก็ต และงานกาชาด ประจำปี 2558 จังหวัดภูเก็ต

การจัดงานเทศกาลของดีภูเก็ต และงานกาชาด ประจำปี 2558 มีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2558 ณ บริเวณเวทีกลางสะพานหิน ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมมากมายให้ร่วมสนุก เช่น การแสดงของนักเรียน ศิลปิน ดารา มหรสพตลอดการจัดงาน และการจัดนิทรรศการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งการออกร้านกาชาด และการตักสลากมัจฉากาชาด การจัดจำหน่ายสินค้าโอทอป และสินค้าอุปโภคบริโภค

ของรางวัลในงาน จากการออกสลากกาชาด ประจำปี 2558 มีรางวัลต่างๆ ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถยนต์เก๋ง TOYOYA ALTIS 1.6 จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 ทองคำแท่งหนัก 10 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 3 ทองคำแท่งหนัก 5 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 4 รถจักรยานยนต์ 3 รางวัล รางวัลที่ 5 สร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง 30 รางวัล รางวัลเลขท้าย 3 ตัว พัดลม 50 รางวัล

ภูเก็ต เอฟซี และ ไทยเบฟฯ ร่วมกันจัด “ช้าง รีพับบลิก คัพ 2014”

นายปริยฉาย ผู้จัดการทีมภูเก็ต เอฟซี และ นายพงษ์ศักดิ์ พันธุ์คุปต์ ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด สาขาภูเก็ต แถลงข่าวการจัดแข่งขัน “ฟุตบอล 7 คน ช้าง รีพับบลิก คัพ 2014” หรือช้าง 7 คน “กระโดดยิง” ภาคใต้ ซึ่งเป็นรายการใหญ่ที่สุดของสนามรีพับบลิก ภูเก็ต ประจำปี 2014 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างสนามรีพับบลิก ภูเก็ต, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด, ARI ผู้นำเรื่องอุปกรณ์กีฬาชื่อดัง โดยจะทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 6-20 ธันวาคม 2557 ที่สนามรีพับบลิก หมู่บ้านเจ้าฟ้าธานี

ผู้จัดการทีมภูเก็ต เอฟซี นายปริยวิศว์ อัจฉริยะฉาย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ว่า เป็นการสนับสนุนการออกกำลังกายในเชิงกีฬาฟุตบอล และเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่เชิญชวนให้ทุกคนมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ให้นักฟุตบอลทุกระดับได้มีโอกาส มีเวทีแสดงฝีเท้า และมีเงินรางวัลรวมกว่า 128,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศ

การแข่งขันครั้งนี้มีทีมเข้าร่วม จำนวน 30 ทีม โดยในรอบแรกจะแข่งขันกันในระบบแบ่งกลุ่ม แล้วคัดเอาที่ 1 และ 2 ของกลุ่ม เข้ารอบ 16 ทีม ก่อนเตะในระบบน็อกเอาต์ เพื่อหาทีมเข้าสู่รอบ 8 ทีม รอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศต่อไป โดยจะเริ่มทำการแข่งขันนัดแรกวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 และไปชิงชนะเสิศกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2557 โดยรายการนี้เปิดโอเพ่นให้แก่นักกีฬาทุกท่าน

ตร.กะทู้จับหนุ่มผมยาวใช้ปืนปลอมขู่สาวกลางถนน

หลังจากที่มีการแชร์ภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอในโซเซียลมีเดีย ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เป็นภาพเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ ไว้ผมยาวประบ่า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ใส่รองเท้าหนังสีดำ สวมหมวก ในมือขวาถืออาวุธปืนเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังมือไหว้อยู่ที่ข้างรถกระบะโตโยต้า ยกสูงสีขาวบริเวณริมถนนทางลงเขาป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมีผู้ชายรูปร่างท้วม สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีครีม นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีแดง ใส่รองเท้าแตะพยายามเข้าห้ามปราม

ทางด้าน พ.ต.ท.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รอง.ผกก.ป.สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยสายตรวจเคลื่อนที่เร็วได้รับแจ้งจากห้องวิทยุสื่อสาร สภ.กะทู้ ว่า เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันขึ้นบนถนนพระบารมี ตรงข้ามซอยควนยาง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ โดยผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะยกสูงโตโยต้าตอนเดียวสีขาว ทะเบียน กท 203 พัทลุง เข้าไปในพื้นที่ป่าตอง หลังจากรับแจ้ง ทางตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกติดตาม จนกระทั่งพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณริมถนนพิสิษฐ์กรณีย์ ตรงข้ามบ้านบุรารักษ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ โดยมีชายรูปพรรณตามที่พลเมืองแจ้งเบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ

จากการสอบถามทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ นายประสบโชค สมบูรณ์ อายุ 29 ปี ชาว อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา โดยนายประสบโชค อ้างมีเรื่องทะเลาะกับอดีตแฟนสาวจึงได้ก่อเรื่องขึ้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจภายในรถ พบอาวุธปืนปลอมวาง ขณะเดียวกัน ยังพบน้ำพืชกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกแบบหูหิ้ว จำนวน 2 ขวด วางอยู่ในรถ จึงตรวจยึดพร้อมกับนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป