Monthly Archives: November 2014

วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ตจัดโครงการเสวนาการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักเทคโนโลยีจัดการอาคาร

วันนี้ (26 พ.ย.) เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จ.ภูเก็ต มีการจัดโครงการเสวนาการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักเทคโนโลยีจัดการอาคาร และลงนามความร่วมมือหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีจัดการอาคาร ระดับปริญญาตรี

ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต นายอดิศักดิ์ ชัชเวช กล่าวว่า สถาบันการอาชีวศึกษาภาคใต้ 2 โดยวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต มีนโยบายยกระดับการศึกษาเปิดสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (Bachelor of Technology) โดยยึดกรอบคุณวุฒิการศึกษาวิชาชีพ ซึ่งหลักสูตรที่จะพัฒนาจะต้องเป็นหลักสูตรแบบสมรรถนะ “Competency Based Curriculum” ตามโครงการนำร่องระบบคุณภาพชีวิต สู่การปฏิบัติเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับค่าตอบแทนตามทักษะความรู้ความ สามารถ ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการอาคาร

วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ได้จัดเสวนาการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานักเทคโนโลยีจัดการอาคาร หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยี การจัดการอาคาร และลงนามความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการ กับวิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต ขึ้น ทั้งนี้ กิจกรรมการเสวนา และการลงนามความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบคุณวุฒิ วิชาชีพสู่การปฏิบัติเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับ ค่าตอบแทนตามทักษะความรู้ ความสามารถ ซึ่งมีการดำเนินการใน 3 ระยะ 5 ขั้นตอน คือ ระยะที่ 1 ขั้นตอนที่ 1 กำหนดอาชีพ และสมรรถนะวิชาชีพ ระยะที่ 2 ขั้นตอนที่ 2 พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ ขั้นตอนที่ 3 จัดทำแผนการจัดการเรียนการสอน และระยะที่ 3 ขั้นตอนที่ 4 สร้างเครื่องมือวัดและประเมินสมรรถนะวิชาชีพ ขั้นตอนที่ 5 จัดทำบัญชีเงินค่าตอบแทน ตามระดับสมรรถนะวิชาชีพ ขณะนี้เป็นการดำเนินการในส่วนของการเสวนาการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนานัก เทคโนโลยีจัดการอาคาร และลงนามความร่วมมือหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีจัดการอาคาร ระดับปริญญาตรี

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เยี่ยมชาวบ้านรับฟังปัญหาชุมชน

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายชัยยา ขำสะอาด พัฒนาการจังหวัดภูเก็ต นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตามโครงการเยี่ยมเยียนรับฟังปัญหาชุมชน บ้านนากก หมู่ 5 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันนี้ (26 พ.ย.) โดยมี นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นายสนธยา รักษาทรัพย์ กำนันตำบลฉลอง ว่าที่ ร.อ.อัครเรศ กิ่งแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านนากก นายปรีชา นาคดำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 นายจำเริญ เทวบุตร อดีตกำนันตำบลฉลอง ตลอดจนผู้นำชุมชน และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีประเด็นหลัก คือ ท่อส่งน้ำจากฝายคลองพี ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ ปัญหาความล่าช้าการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ และปัญหาการสร้างถนนสายฉลอง-ป่าตอง

นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ด บ้านนากก ศูนย์เรียนรู้มวยไทย กิจกรรมของเยาวชนในการป้องกันภัยปัญหายาเสพติด และศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านนากก โดยเยี่ยมชมกิจกรรมอาชีพสตรีในชุมชน และร่วมสาธิตการทำน้ำพริกเห็ดด้วย

หลังจากที่ได้พบปะรับฟังปัญหา และเยี่ยมชมกิจกรรมของชุมชนแล้ว นายนิสิต กล่าวว่า ตนได้มีการจัดทำโครงการผู้ว่าฯ เยี่ยมเยียนไถ่ถามทุกข์สุขของชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงพื้นที่หมู่บ้านที่ได้รับทราบว่า มีปัญหาในการดำเนินงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงไปแล้ว 2 พื้นที่ คือ ชุมชนบ้านหินลูกเดียว ต.ไม้ขาว กับชุมชนบ้านบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ซึ่งครั้งนี้เป็นชุมชนที่ 3 หมู่ 5 บ้านนากก ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ประเด็นหลักคือ ติดตามประเด็นการร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับความล่าช้าของการก่อสร้างอ่าง เก็บน้ำคลองกระทะ ซึ่งใช้งบก่อสร้างค่อนข้างสูง ประมาณ 400 ล้านบาท และจะเป็นพื้นที่เก็บน้ำสำหรับประชาชนที่อยู่ตอนใต้ของเกาะภูเก็ตได้ใช้ ประโยชน์ และปัญหาฝายเก็บน้ำคลองพีชำรุด ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ ประกอบท่อส่งน้ำแตก ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนนี้ ยังมีการฝากประเด็นการขอให้เร่งรัดการก่อสร้างถนนเส้นทางสายฉลอง-ป่าตอง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีบางส่วนอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงปัญหากระแสไฟฟ้าตกบ่อย ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย โดยจะได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับทราบ และหาแนวทางในการแก้ไขร่วมกันต่อไป

สาวอังกฤษตามหาแม่คนไทยจนเจอ หลังจากพลัดพรากกันเกือบ 54 ปี

นายเชิดชาย ปัทมยุตานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และนายวัย นุ้ยสง่า ได้นำนาง Kimbeeley Ferreivg ชาวอังกฤษ ที่ออกตามหามารดาชาวไทยหลังพลัดพรากกันเกือบ 54 ปี ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับสามี คือ นาย Carlos Alberto Ferreivg ชาวอังกฤษ มาพบกับ นางยกเลื่อน จันทร์แก้ว อายุ 79 ปี เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่บริเวณร้านขายอาหารตามสั่ง ซอยหัชนา 2 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากสืบทราบ ว่า นางยกเลื่อน เป็นมารดาของนาง Kimbeeley Ferreivg ชาวอังกฤษ

เมื่อทั้ง 2 พบหน้ากันวินาทีแรกก็มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งด้วยความตะลึง และเข้ากอดด้วยความดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หลังจากทั้ง 2 คน ก็ได้พูดจาทักทายกันเป็นภาษาอังกฤษ และมีการสอบถามถึงความเป็นอยู่ระหว่างกัน โดยตลอดเวลาที่พูดคุยกันนั้นจะมีการมองหน้า และสวมกอดกันตลอดเวลา หลังจากนั้น นาง Kimbeeley Ferreivg ได้นำสูติบัตร หรือใบแจ้งเกิดมาให้ นางยกเลื่อน ดู ซึ่งในใบแจ้งเกิดระบุว่า ด.ญ.ตุ๊กตา จันทร์แก้ว คลอดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2503 ที่สถานีอนามัยตะกั่วป่า จ.พังงา และได้มีการพูดคุยกันถึงสาเหตุของการพลัดพราก

นางยกเลื่อน ได้เล่าสาเหตุที่ต้องยกลูกให้เป็นลูกบุญธรรมของชาวต่างชาติว่า นาง Kimbeeley Ferreivg เป็นลูกของตนที่เกิดกับผู้จัดการเรือขุดแร่ชาวออสเตรเลีย ซึ่งตอนนั้นตนได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านให้แก่ฝรั่งคนดังกล่าว จนมีความชอบพอ และมีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.ตุ๊กตา หรือนาง Kimbeeley Ferreivg ในปัจจุบัน โดยสามีของตนมีภรรยาอยู่แล้ว จึงต้องให้พี่ชายคือ นายเวศ จันทร์แก้ว รับเป็นพ่อของ ด.ญ.ตุ๊กตาแทน หลังจากลูกอายุได้ 6 เดือน มาดามคิม ซึ่งเป็นภรรยาของวิศวกรคุมเรือขุดแร่ที่เป็นเพื่อนกับสามี ขอรับ ด.ญ.ตุ๊กตา ไปเป็นลูก ตอนนั้นตนก็มาคิดดูแล้วว่าตนเป็นคนยากจน ประกอบกับสามีฝรั่งมีภรรยาอยู่แล้ว คงไม่สามารถที่จะเลี้ยงลูกสาวให้อยู่อย่างสบายได้ จึงตัดสินใจยกลูกให้แก่ครอบครัวชาวต่างชาติดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 คนไม่มีลูก และยืนยันว่าจะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ซึ่งตนไม่กังวลเพราะระหว่างที่ทำงานอยู่ด้วยกัน 2 สามีภรรยา รัก ด.ญ.ตุ๊กตา เหมือนลูกอยู่แล้ว หลังจากยกลูกให้แก่ 2 สามีภรรยา ทั้ง 2 คนก็ได้พาลูกสาวออกจากประเทศไทย ซึ่งตนทราบแต่เพียงว่าไปทำงานต่อที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และไม่ได้มีการติดต่อกันอีกเลย เพราะไม่รู้จะไปสอบถามจากใคร ส่วนตนหลังจากออกจากงานก็เดินทางไปทำงานหลายๆ ที่จนมาอยู่ที่ภูเก็ตในปัจจุบัน

ม.รังสิตจัดสัมมนาการเตรียมผู้นำเพื่อรองรับเศรษฐกิจไทย หลังเปิดประชาคมอาเซียน

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “การเตรียมผู้นำเพื่อรองรับเศรษฐกิจไทย หลังเปิดประชาคมอาเซียน” เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (21 พ.ย.) ที่โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งจัดโดยคณะ RSU CYBER UNIVERSITY มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับคณะนวัตกรรมสังคม หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต จัดขึ้น โดยมี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกฝ่ายการตลาดสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายเรวัต อารีรอบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสะอ้าน คณบดี RSU CYBER UNIVERSITY นักธุรกิจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

คณบดี RSU CYBER UNIVERSITY ผศ.ดร.เชฎฐเนติ ศรีสะอ้าน กล่าวว่า เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า ในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) พร้อมกับเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ ผลกระทบของการเข้าร่วมครั้งนี้ประเทศไทยจะได้หรือเสียอย่างไร ทางมหาวิทยาลัยรังสิต เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดงานสัมมนาดังกล่าวขึ้น

ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ กล่าวว่า ประชาคมอาเซียนนั้นเป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และขีดความสามารถการแข่งขันอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึงความสามารถในการรับมือต่อปัญหาใหม่ ในระดับโลกที่ส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเป็นประชาคมอาเซียน คือ การทำให้สมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่ง และมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสมารถทำมาค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

สาวสวยจากโรงเรียนสตรีภูเก็ต คว้ารางวัล Mizsy Phuket season 2

ประกาศผลการตัดสินอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการประกวด Miszy Phuket Season 2 เพื่อคัดเลือกสาวสวย บุคลิกดี มีความรู้ความสามารถ เป็น Presenter ให้กับสโมสรภูเก็ตเอฟซี ซึ่งผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครองได้คือสาวน้อยลูกครึ่งไทย – เยอรมัน จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต
การประกวด Chang presents Miszy Phuket Season 2 เพื่อเป็น Presenter ให้กับสโมสรภูเก็ตเอฟซี และเปิดโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดโดย “รีพลับบริกภูเก็ต” เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ห้องกานดา ฮอลล์ โรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา โดยมี นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รีพับบลิกภูเก็ต จำกัด เป็นประธานเปิด สำหรับการประกวดในครั้งนี้เป็นการประกวดรอบสุดท้าย เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะได้รับตำแหน่ง Miszy Phuket Season 2 จากจำนวนผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 12 คน เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับสโมสรภูเก็ต เอฟซี และรีพลับบริกภูเก็ต

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง Miszy Phuket Season 2 คว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จคือ “น้องโดโรธี” น.ส. โดโรธี เพ็ทโซลล์ สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน พร้อมรับเงินรางวัล 30,000 บาท, ถ้วยรางวัลชนะเลิศ, สายสะพาย, เครื่องประดับจาก Jewelry Channel, ตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศ 2 ใบ จากไทยแอร์เอเชีย, Gift Set และ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท จากเครื่องสำอางค์ยูสตาร์, ที่พัก 3 วัน 2 คืนที่ บียอน รีสอร์ท กระบี่ บาย กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท พร้อมช่อดอกไม้แสดงความยินดีจาก Miss Lily

กะเทยพร้อมสาวกัมพูชาขโมยสร้อยคอทองคำนักท่องเที่ยวอังกฤษ

พ.ต.ท.โสภณ บริรักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.กะรน พร้อมด้วย พ.ต.ต.อศลย์ จิรักษา สว.สส.สภ.กะรน ร.ต.อ.มนัส วงษ์แก้ว รอง สว.สส.ร.ต.ต.สุรเชษฐ ดำใส ด.ต.บุญเลิศ เผือกผ่อง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.กะรน ร่วมกันจับกุม นายโรส เอม อายุ 28 ปี น.ส.ลอน อายุ 23 ปี และ น.ส.กุลเทีย อายุ 23 ปี เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา พร้อมด้วยของกลาง สร้อยสีทองคำต่างประเทศ จำนวน 1 เส้น มูลค่าประมาณ 37,100 บาท กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิง ถักลายสีขาวสลับสีดำ จำนวน 1 ใบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขตต 189 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน หลังจากก่อเหตุทำตีสนิท นายคาร์ล ฮาร์ทดิ้ง (MRS.ANGERLA HARDING) อายุ 53 ปี สัญชาติอังกฤษ แล้วปลดสร้อยคอทองคำของนายคาร์ล ฮาร์ทดิ้ง ที่ซื้อมาจากประเทศอังกฤษราคา 37,100 บาท แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดที่ถนนเลียบชายหาดกะรน ประตูทางเข้าสนามการแข่งขันกีฬาเอเชียน บีช เกมส์ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ พ.ต.ต.อศลย์ จิรักษา สว.สส.สภ.กะรน กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย.57 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.30 น. นายคาร์ล ฮาร์ทดิ้ง อายุ 53 ปี สัญชาติอังกฤษ ได้เดินทางมาแจ้งความว่า ถูกคนร้ายเป็นสาวประเภทสอง และผู้หญิงรวม 3 คน เข้ามาทำตัวตีสนิท คลอเคลียแบบเป็นกันเอง ก่อนที่จะชวนตนไปนวดแผนไทย ในระหว่างนั้นคนร้ายก็ได้ปลดสร้อยคอทองคำที่ผู้เสียหายซื้อมาจากประเทศ อังกฤษไป ซึ่งตนเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และขณะนี้จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีช เกมส์ 2014 อาจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ต่อการท่องเที่ยวได้ จึงได้ออกติดตามคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งออกสอบถามกลุ่มสาวประเภทสองที่อยู่ในตำบลกะรน อ.เมือง ตำบลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งทุกคนไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นผู้ก่อเหตุ จึงมั่นใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นสาวประเภทสองที่มาจากนอก พื้นที่ จึงได้วางกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.กะรน ให้เฝ้าดูบุคคลต้องสงสัยที่เป็นสาวประเภทสองที่อาจจะมาก่อเหตุอีกครั้งใน บริเวณจุดใกล้การแข่งขันกีฬาเอเชียนบีช เกมส์ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดสืบสวนตะเวนป้องกันเหตุอยู่ในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบผู้ต้องหาทั้งหมดเดินอยู่ที่ บริเวณฟุตปาธริมถนนเรียบกำแพงโรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.เลียบหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ใกล้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบในกระเป๋าสะพายที่ นายโรส เอม สะพายอยู่ พบสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายซุกซ่อน ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.กะรน และให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริงเนื่องจากมาที่ภูเก็ตยังหางานทำไม่ได้ ประกอบกับสงสารนางลอน ที่กำลังตั้งท้อง และต้องการเงินไปทำแท้ง แต่ขัดสนเงิน และเกิดความสงสารนางลอน จึงร่วมกันตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าวจริง

ตร.ภูเก็ตเร่งกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์

พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.พีรยุทธ์ การะเจดีย์ พ.ต.อ.พินิจ ศิริชัย พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว พ.ต.อ.วิฑูรย์ กองสุดใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้กำกับทุกสถานีในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 1 -7 พ.ย.ที่ผ่านมา ของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต วันนี้ (11พ.ย.) ที่บริเวณสนามหญ้าปลายแหลมสะพานหิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางต่างๆได้จำนวนมาก ทั้งอาวุธปืน มีด ยาเสพติด

พล.ต.ต.พชร กล่าวว่า ในการกวาดล้างอาชญากรรมช่วงที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธในการก่อเหตุประทุษร้ายต่อ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ทั้งอาวุธปืนและอาวุธมีด และยังมีการระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ ประกอบกับช่วงระหว่างวันที่ 1-7 พ.ย.57 เป็นเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2557 ประชาชนมักนิยมเล่นพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง และโคมลอย อันอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน มีเสียงดังก่อความเดือดร้อนรำคาญ ช่วงวันที่ 1-3 พ.ย.57 จังหวัดภูเก็ตจัดกิจกรรมเทศกลาต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว (งานเปิดหาด) ช่วงระหว่างวันที่ 14-23 พ.ย.57 นี้ จังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์

สำหรับการกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิดในครั้งนี้สามารถจับกุมได้ถึง จำนวน 250 ราย ผู้ต้องหา 297 คน การจับกุมที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.จับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนได้ 41 ราย แยกเป็นอาวุธปืน 35 กระบอก 2.จับอาวุธมีด และอาวุธอื่นๆ รวม 49 ราย ผู้ต้องหา 49 คน 3.จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 134 ราย ผู้ต้องหา 181 คน ส่วนดอกไม้เพลิง โคมลอย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก

บาร์เบียร์ป่าตองแจกใบปลิวร่วมกันปิดบริการ 14-16 พ.ย.นี้

ผู้ประกอบการสถานบันเทิง และบาร์เบียร์ในพื้นที่ หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต แจกใบปลิวขอความร่วมมือผู้ประกอบการทั้งบาร์เบียร์ สถานบันเทิง ร่วมกันปิดบริการ 14-16 พ.ย.นี้ อ้างได้รับความเดือดร้อนจากการอำนาจรัฐสั่งปิดตี 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ตำบลป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ได้มีการใบปลิวแจกไปถึงผู้ประกอบการสถานบันเทิง และบาร์เบียร์ในพื้นที่ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปิดกิจการในระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.57 นี้ ทั้งหมด โดยในเนื้อหาของใบปลิวระบุว่า ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนจากอำนาจรัฐอย่างหนัก จากการปิดสถานบันเทิงตอนตี 2 ซึ่งเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ พอเข้าหน้าไฮซีซัน ซึ่งพอจะมีแขกบ้างก็มาไล่ปิดกันแบบไม่เห็นใจกันเลย ขัดกันไปขัดกันมาเป็นคำสั่งของคนนี้บ้าง คนโน้นบ้าง

หลังจากมีใบปลิวดังกล่าวออกมาก็มีประแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน เป็นอย่างมากในพื้นที่ป่าตอง ทั้งกรณีการปิดจริงตามที่มีการประกาศออกมา เพราะถ้ามีการปิดจริงก็จะทำให้ย่านบันเทิงบริเวณซอยบางลาเงียบสนิท นอกจากนั้น ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นการสร้างกระแสเพื่อเรียกร้องความเห็นใจจาก ภาครัฐให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้

ทหารแก้ปัญหาทำกินชายหาดภูเก็ต

ทหารร่วมเสนอทางออกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ชาวบ้าน ให้สามารถทำมาหากินบนชายหาดได้ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งโซนปักร่มชายหาด แต่ไม่ให้มีเตียงโดยเด็ดขาด นักท่องเที่ยวต้องเช่า หรือซื้อผ้า เบาะ จากชาวบ้านที่ตั้งบูทให้ขายได้ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายให้เป็นบริการสาธารณะแทน ท้องถิ่นแย้งไม่กล้าทำกลัวผิดกฎหมาย ให้จังหวัดออกเป็นคำสั่ง

นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากการฟื้นฟูชายหาด เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (6 พ.ย.) เพื่อหาแนวทางในการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หลังจากไม่สามารถประกอบอาชีพบนชายหาดได้ โดยมี นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.อ.สมชาย โปณะทอง ในฐานะหัวหน้าชุดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดูแลพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ท้องถิ่นจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อัยการ ที่ดิน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งผู้ประกอบการชายหาดในเขตอำเภอเมืองภูเก็ต เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ปภ.18

การประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาหาแนวทางให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการในบริเวณชายหาดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองภูเก็ต เช่น หาดกะรน หาดกะตะ หาดในหาน เป็นต้น ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการ หาบเร่ หิ้วกระติกขายของ นวดชายหาด ร่มเตียงชายหาด หลังจากที่เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ประชุมแก้ไขปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ถลางมาแล้ว โดยในส่วนของอาชีพหาบเร่และหิ้วกระติกขายของนั้นไม่ได้มีการลงทะเบียนไว้ เพราะเป็นคนจากข้างนอกพื้นที่ที่เข้ามาประกอบอาชีพนี้ในช่วงไฮซีซันเท่านั้น

ภูเก็ตตรวจเข้มดูแลความปลอดภัยวันลอยกระทง

งานลอยกระทงในปีนี้มีหลายหน่วยงานในภูเก็ตช่วยตรวจเข้มดูแลความปลอดภัยทางน้ำคืนลอยกระทง เน้นพ่อ แม่ ผู้ปกครอง เขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ใส่กระเป๋าให้แก่ลูกหลาน เพื่อป้องกันอันตราย และเด็กพลัดหลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ตำรวจน้ำจัดเรือตรวจการณ์ดูแลเข้ม

การเตรียมจัดงานลอยกระทงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต หลายพื้นที่เริ่มคึกคัก เช่น บริเวณสวนสาธารณะปลายแหลมสะพานหิน อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2557 ที่ทางเทศบาลนครภูเก็ต จัดขึ้น ขณะนี้บริเวณโดยรอบสถานที่จัดงานเริ่มมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำอุปกรณ์ในการ ประดิษฐ์กระทงมาจับจองพื้นที่ตั้งโต๊ะประดิษฐ์กระทง สำหรับวางขายในค่ำคืนนี้แล้ว โดยกระทงที่วางขายนั้นส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ยังได้เชิญชวนประชาชนชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานประเพณีดังกล่าว พร้อมทั้งได้ฝากเตือนไปยังบรรดาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่จะนำลูกหลานเข้าร่วมประเพณีลอยกระทง ให้ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า รวมทั้งให้เขียน ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ใส่ไว้ในกระเป๋าของลูกหลาน เพื่อป้องกันอันตราย และเด็กพลัดหลงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ตร.ภูเก็ตออกหมายจับคนร้ายยิงวินมอเตอร์ไซค์กลางเมืองภูเก็ตแล้ว

จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงนายเฉลียว ปิยภานีกุล อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/94 ซอยตังกูน ม.1 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง คิวสถานีขนส่ง 2 เสียชีวิตคาที่ต่อหน้าลูกชายวัย 12 ปี เมื่อวานที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายว่า จากการสืบสวนสอบสวน และสอบปากคำพยานต่างๆ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา และขณะนี้ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม นายสุวัฒน์ แซ่จง อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลข 119/100 ม.7 ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ในข้อหาความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุอันควร

หลังจากศาลอนุมัติหมายจับ พล.ต.ต.พชรได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวนภูธรจังหวัดภูเก็ต ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 100 นาย ออกไล่ล่าติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้แล้ว ซึ่ง พล.ต.ต.พชร มั่นใจว่าคนร้ายที่ก่อเหตุยังอยู่ในพื้นที่อย่างแน่นอน แม้ว่าจะไม่พบตัวที่บ้านพักของผู้ต้องหา แต่ในทางสืบสวนเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุยังอยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ให้ที่พักพิงสำหรับคนร้ายขอให้แจ้งต่อทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจด้วย เพราะถ้าฝ่าฝืนให้ที่พักพิงคนร้ายก็จะมีความผิดด้วย ส่วนผู้พบเห็นสามารถแจ้งข้อมูลให้แก่ทางตำรวจได้ทันที

พล.ต.ต.พชร กล่าวต่อไปว่า ในการติดตามจับคนร้ายนั้นตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังใน การเข้าปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด เพราะคนร้ายมีอาวุธปืนอยู่ในมือ และจากการสืบสวนทราบว่า เป็นบุคคลที่ยิงปืนแม่นมาก เพราะกำลังเจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด ส่วนคนร้ายถ้าขัดขืนการจับกุมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทางที่ดีตนคิดว่าควรจะเข้ามอบตัวเพื่อสู้คดีน่าจะดีกว่า สำหรับสาเหตุที่ เกิดขึ้นในครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะเกิดจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า และอารมณ์ร้อนของคนร้าย เพราะมีการขับรถแซงกันไปมาระหว่างผู้ตายและคนร้าย จนกระทั้งมาถึงที่เกิดเหตุ ยังพบว่ามีการเถียงกันก่อนที่ทั้ง 2 จะลงจากรถ และเดินเข้าหากัน

สนามแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ภูเก็ตคืบหน้าแล้ว 70 %

นางกอบกาจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ และนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวิรัช พาที ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจติดตามตรวจความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬา เอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 เมื่อวานนี้ (31 ต.ค.) ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 14 – 23 พ.ย.57

นางกอบกาจน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมสถานที่จัดการแข่งขัน รวมถึงสถานที่ที่ใช้ในการประกอบพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันนั้น เป็นที่พอใจ มีการเตรียมความพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการดำเนินการคืบหน้าไปแล้วกว่า 70 % คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหา และเสร็จทันก่อนการแข่งขันอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น นางกอบกาญจน์ ยังกล่าวในส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงที่จัดให้มีการแข่งขันกีฬาว่า จากการสังเกตขณะนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาในภูเก็ตจำนวนมาก แต่ในช่วงการแข่งขัน ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดฤดูการท่องเที่ยว ของจังหวัดภูเก็ต ก็คาดว่าจะต้องเต็มไปด้วย นักกีฬา และผู้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬา และรวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งจำนวนนักกีฬา จะมีทั้งหมด 2,700 คนคณะกรรมการ 1,700 คน สื่อมวลชน อีกกว่า 100 คน รวมทั้งหมดแล้ว น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 คน และคาดว่าจะมีเงินสะพัดจากการใช้จ่ายของนักกีฬา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในช่วงจัดการแข่งขัน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท