Monthly Archives: September 2014

ผู้ประกอบการรุกหาดกะตะ-กะรน ให้เช่าปีละหลายล้านบาท

ปฏิบัติการทวงคืนชายหาดให้ประชาชนอย่างยั่งยืนและถาวร ล่าสุดชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธรภาค 8 เดินหน้าแจ้งข้อกล่าวหา 15 ผู้ประกอบการเตียงร่มบนหาดกะตะ กะรน และนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ข้อหาบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หลังลงพื้นที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐานจนพบผู้ประกอบการที่ได้รับการจัดสรรที่ ชายหาดจากเทศบาลนำพื้นที่ไปเซ้งต่อให้โรงแรมในราคาที่สูงกว่าปีละหลายล้านบาท เผยผู้ประกอบการดิ้นรนขอลงหาดเพราะมีผลประโยชน์มหาศาลรออยู่ เฉพาะเตียงร่มอย่างเดียวมีรายได้สูงกว่าปีละ 4,000 ล้านบาท

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 พล.ต.ต.กระจ่าง สุวรรณรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรภูเก็ต พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 8 พ.ต.อ.พีรยุทธ์ การะเจดีย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าว ความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหากลุ่มแท็กซี่ที่มีพฤติกรรมเป็นผู้มี อิทธิพลและกลุ่มผู้ยึดถือ ครอบครอง พื้นที่ชายหาดสาธารณะ ในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (25 ก.ย.) ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่หาดกะตะ กะรน ได้นำพื้นที่ชายหาดที่ได้รับการจัดสรรจากเทศบาลตำบลกะรนไปทำสัญญาให้โรงแรมเช่า เพื่อให้แขกของโรงแรมได้ลงไปทำกิจกรรมนอนอาบแดดบนชายหาด เพราะหากโรงแรมไม่เช่าพื้นที่ดังกล่าวแขกของโรงแรมไม่สามารถที่จะลงไปนอนบนชายหาดได้ จะต้องไปเช่าเตียงร่มจากผู้ประกอบการเท่านั้น โรงแรมจำเป็นและจำยอมจะต้องทำสัญญาเช่ากับผู้ประกอบการดังกล่าว ซึ่งการเช่านั้นจะต้องทำสัญญาระยะสั้น 1 ปี ระยะปานกลาง 3 ปี และระยะยาว 5 ปี ซึ่งค่าเช่าที่ผู้ประกอบการได้รับอยู่ในอัตราที่สูงมาก เช่น พื้นที่ชายหาดบริเวณโรงแรมยาว 80 เมตร ทำสัญญาเช่า 3 ปี ในราคาค่าเช่า 4.5 ล้านบาท พื้นที่ 99 เมตร ทำสัญญาเช่า 5 ปี ในอัตราค่าเช่า 6 ล้าน 2 แสน 5 หมื่นบาท และสัญญาเช่า 1 ปี ค่าเช่า 1 ล้าน 6 แสน 9 หมื่นบาท บางรายมีการบังคับให้โรงแรมต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนอีกเดือนละ 25,000 บาท สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะเทศบาลตำบลกะรนได้จัดสรรพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการ และการดำเนินการในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบไปถึงสภาพความเป็นอยู่ ของผู้ประกอบการทั้ง 15 รายอีกด้วย

รื้ออีก 19 ร้านรุกหาดไม้ขาว

นาย สราวุธ สีสาคูคาม นายก อบต.ไม้ขาว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.นำอุปกรณ์รื้อถอน และรถแบ็คโฮ เข้ารื้อถอนร้านค้า ร้านอาหาร ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ วันนี้(25 ก.ย.) ที่บริเวณชายหาดไม้ขาว บ.พรุเจะสัน ม.5 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตามคำสั่งจัดระเบียบชายหาดจังหวัดเพื่อคืนพื้นที่สาธารณะตามนโยบายของคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือทัพเรือภาคที่ 3 นำโดย นาวาโท พรพรหม สกุลเต็ม ฝ่ายเสนาธิการประจำกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ ภก.2 (ภูเก็ต) และเจ้าหน้าที่อุทยานฯแห่งชาติสิรินาถ ร่วมทำการรื้อถอน

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้กับผู้ประกอบการทั้งหมดให้ดำเนินการขนย้ายทรัพย์สินที่ยังเหลือออก ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือ เคลื่อนย้ายทรัพย์สินและรื้อถอนแล้วบางส่วน บางรายขอให้เจ้าหน้าที่ทำการรื้อถอนให้เนื่องจากไม่มีคนงาน ขณะที่บางรายก็ร่วมรื้อถอนกับเจ้าหน้าที่ ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้ประกอบการที่อยู่บริเวณดังกล่าวมีทั้งร้านค้าและร้านอาหารจำนวน 19 ร้าน ซึ่งในจำนวนนี้มีร้านอาหารถูกระบุว่าเป็นของข้าราชการฝ่ายปกครองรายหนึ่งของ จังหวัดภูเก็ต โดยจะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และต้องการออกมาพักผ่อนยังภายนอก โดยจุดที่ตั้งร้านดังกล่าวอยู่ห่างชายหาดไม้ขาว ไม่ถึง 100 เมตร จึงเป็นพื้นที่นักท่องเที่ยวสามารถออกมาพักผ่อนและทำกิจกรรมบนชายหาด

รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงภูเก็ตทวงคืนผืนป่า

รม ว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางลงพื้นที่ภูเก็ต เพื่อติดตามปัญหาบุกรุกที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เดินหน้าทำงานต่อเนื่อง พร้อมจัดกำลังสนับสนุนทุกด้าน ขณะที่ปัญหาความเห็นไม่ตรงกันระหว่างกรมที่ดินและกรมอุทยานยืนยันไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นความเห็นต่าง ทุกฝ่ายพร้อมทำงานร่วมกัน

พล.อ.ดาว์พงศ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่สังกัดกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ฯ   เมื่อเวลา 12.10 น. วันนี้ ( 20 ก.ย.) ที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ภูเก็ต ซึ่งได้ติดตามความคืบหน้าปัญหากรณี นายกิติพัฒน์ ธาราภิบาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพล หลังเข้าดำเนินการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ และจัดระเบียบชายหาดจนต้องขอย้ายตัวเอง โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ นายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายสมัคร ดอนนาปี ผู้อำนวยการสำนักอุทยานฯ นายพลเรือตรี ประยุธ ภู่เทียน เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 3 และนายไมตรี อินทุสูต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วม

พล.อ.ดาว์พงศ์ เปิดเผยว่าจากการสอบถามถึงสาเหตุการขอย้ายนั้นทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีลักษณะเหมือนการข่มขู่ แต่ไม่ได้เป็นการมาขู่ฆ่าโดยตรง เพียงแต่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะมีคนมาปองร้ายหลังจากนั้นกระแสข่าวก็เงียบไปซึ่งในส่วนนี้ตนได้คุยให้ความสบายใจกับนายกิตติพัฒน์ แล้วว่า จะมีการเพิ่มกำลังพลทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่อุทยานที่ยังมีน้อยและบางส่วน ไม่เพียงพอ พร้อมเพิ่มอุปกรณ์ป้องกันตัวและอุปกรณ์ปฎิบัติหน้าที่ พร้อมเสริมกำลังทหารเรือเข้ามาร่วมทำงานและดูความปลอดภัย ซึ่งนายกิตติพัฒน์เป็นคนมีฝีมือ ที่ผ่านมาได้ทวงคืนผืนป่ากลับมาจากกลุ่มนายทุนได้หลายแปลงแล้ว จึงต้องการให้ทำหน้าที่ต่อไป โดยนายกิตติพัฒน์ เองก็ยินดีที่จะอยู่ต่อ และจากการพูดคุยในวันนี้ยังได้รับทราบปัญหา เพิ่มเติมทั้งเรื่องงบประมาณในการดำเนินการเพื่อยึดคืนผืนป่า ซึ่งจำเป็นที่จะต้องจัดหาเพิ่มเติม ตนก็รับจะดูแลดำเนินการให้ โดยในวันนี้รองอธิบดีกรมอุทยานฯเดินทางลงมาด้วย ก็คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้

เปิดโครงการ “ภูมิรักษ์ พิทักษ์น้ำ” ฟื้นฟูแหล่งน้ำภูเก็ต

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการ “ภูมิรักษ์ พิทักษ์น้ำ” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษา 82 พรรษา 12 สิงหาคม 2557 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี 2557 เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้ (20 ก.ย.) ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำ จัดขึ้น ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมืองภูเก็ต

พล.อ.ดาวพงษ์ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมโครงการ “ภูมิรักษ์ พิทักษ์น้ำ” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษา 82 พรรษ 12 สิงหาคม 2557 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 ในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2557 ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียติ 72 พรรษา อ. เมือง จ. ภูเก็ต โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2544 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเสด็จประพาสทางชลมารคเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2537 เพื่อตรวจสภาพคลองแสนแสบและเยี่ยมประชาชนสองฝั่งคลองจากกรุงเทพมหานครถึง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นระยะทางกว่า 72 กิโลเมตร ซึ่งยังความปลาบปลื้มปิติแก่พสกนิกรตลอดเส้นทางเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูคลองบางใหญ่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต งบประมาณ 4,000,000 บาท โดยการขุดลอกคลองบางใหญ่ ระยะทางจากสะพานคลองบางใหญ่ถึงสะพานกอจ๊าน เป็นระยะทาง 1,225 เมตร เพื่อให้คลองบางใหญ่สามารถระบายน้ำได้เพิ่มขึ้น บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากการเกิดอุทกภัยในพื้นที่เขตอนุรักษ์ย่านการค้า เมืองเก่า และยังมีโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำโรงเรียนภูเก็ตปัญญานุกูล พร้อมระบบกระจายน้ำ หมู่ที่ 2 บ้านป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง งบประมาณ 4,300,000 บาท เพื่อปรับปรุงสระเก็บน้ำดิบ และปรับปรุงระบบผลิตน้ำสะอาด ทั้งนี้สืบเนื่องจากปัจจุบันระบบผลิตน้ำสะอาดภายในโรงเรียนปัญญานุกูล มีสภาพชำรุด ทรุดโทรม ก่อให้เกิดปัญหาต่อนักเรียน เช่น เกิดโรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับทางเดินระบบอาหาร รวมทั้งประสบภาวะขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

เพลิงไหม้คฤหาสน์หรูเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

ร.ต.ท.ธนภพ รัตนบุรี พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน ภายในหมู่บ้านโคกโตนด ซอยนาสร้อย ชื่อบ้านปาลิตา เลขที่ 29/51 ซอย 1 ม.6 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เมื่อเวลา 15.30 น. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และ ประสาน อบต.เชิงทะเล ส่งรถมาดับเพลิงไปที่เกิดเหตุ พบว่าที่เกิดเหตุเป็นคฤหาสน์หรู 2 ชั้น สร้างเสร็จแล้วประมาณ 90% ตัวอาคารเป็นปูนซีเมนต์ทั้งหลัง ราคาหลายล้านบาท พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นลอยของตัวบ้าน มีควันฟุ้งทั่วบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกันฉีดน้ำดับเพลิง เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามลงมาชั้นล่าง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ คาดว่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1 ล้านบาทเศษ โดยภายในห้องบริเวณดังกล่าวเป็นห้องที่ควบคุมระบบไฟฟ้า แอร์ และระบบทำน้ำอุ่น ในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อาจจะเกิดจากไฟฟ้าลัด วงจร แต่สาเหตุที่แท้จริงจะต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ภูเก็ต มาตรวจสอบอีกครั้ง

นายสุพัฒน์ คำต่อ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 5 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้รับเหมาสร้างบ้านบ้านหลังดังกล่าว และเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า ขณะที่ตนเอง และคนงานกำลังเก็บงานอยู่ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้มาจากชั้นลอยใต้หลังคาบ้าน เมื่อเข้าไปดูพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทราบ เข้าดับเพลิงดังกล่าว สำหรับบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นเป็นบ้านของคนไทยที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ และขณะเกิดเหตุเจ้าของเดินทางไปต่างประเทศ

“วิ่งสนุกอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาว” ครั้งที่ 10

“วิ่งสนุกอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาว” ครั้งที่ 10 มีนักวิ่งจากภูเก็ต และใกล้เคียงเข้าร่วมจำนวนมาก มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์เต่าหาดไม้ขาว และโรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ร่ววมกันจัดการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนการกุศล โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อหารายได้สนับสนุนการอนุรักษ์เต่าทะเล ซึ่งจากสภาพชายหาดที่เปลี่ยนไป ทำให้มีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บนหาดไม้ขาวน้อยลงทุกๆปี ปีนี้มีเพียง 2 รัง แต่ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวได้

มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์เต่าทะเล หาดไม้ขาว ร่วมกับ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา จัดการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนการกุศล “วิ่งสนุกอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาว” ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. โดยมี ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวิรัช พาที ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย น.ส.วรรณประภา สุขสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต นายโอรีออล มอลทอล ผู้จัดการทั่วไปโงแรมเจดับบลิว แมริออท ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา นายจอห์น โรเบิร์ต จากโรงแรมอนันตรา รีสอร์ท แอนด์ สปา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล และนายธีรภาพ กรานเลิศ จากบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม โดยมีนักวิ่งในภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมกว่า 500 คน โดยได้มีการปล่อยตัว และเข้าเส้นชัยที่บริเวณลานสาธารณะชายหาดไม้ขาว ใกล้กับพรุเจ๊ะสัน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มินิมาราธอน 10.5 กม. และวิ่งเพื่อสุขภาพ 3.5 กม. โดยผู้ชนะอันดับ 1-5 ของทั้ง 2 ประเภท จะได้รับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายไมตรี อินทุสุต และผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1-3 ในประเภท Overall จะได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงิน จำนวน 800-2,000 บาทตามลำดับ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน 700 ท่านแรก จะได้รับเสื้อ และเหรียญรางวัล อีกทั้งภายในงานยังมีการจับฉลากเพื่อให้ได้ลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย

 

อธิบดีป่าไม้ติดตามความคืบหน้าการบุกรุกป่าเขารวก-เขาเมือง

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองเอกสารสิทธิในเขตป่าสงวนเขารวก-เขาเมือง และพื้นที่ป่าไม้ในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (10 ก.ย.) ที่สวนป่าบางขนุน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมี นาวาเอกกฤษฎา รัตนสุภา กอ.รมน.ภูเก็ต นาวาเอกพรพรหม สกุลเต็ม เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการ กองทัพเรือภาคที่ 3 พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค/หัว หน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า/หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมรายงานความคืบหน้า

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ได้รายงานว่า ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ได้ลงพื้นที่ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาตรวจสอบใน 1 เรื่องคือ คดีการออกเอกสารสิทธิบนเทือกเข้านาคเกิด ในรายหาดฟรีดอมบีช ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวน พบว่า เป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ 2 หน่วยงาน เตรียมแจ้งความดำเนินคดีข้อหาละเว้นฯ แต่จะดำเนินคดีใครบ้างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผย อีกกรณีคือ ที่ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ สีวรขาน จเรตำรวจ ซึ่งใช้ชื่อว่า ปฎิบัติการร่วมพรานพยัคฆ์ – พยัคฆ์ไพร ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในเขตป่าสงวนเขารวก-เขาเมือง ล่าสุด ได้ติดตามที่มาการเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ในรายของ นายกาว นาคนาม ซึ่งถูกระบุชื่อว่าเป็นเจ้าของ ส.ค.1 จำนวน 2 ฉบับ คือ ส.ค.1 เลขที่ 23 กับ 24 บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านสาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินที่ดิน ส.ค.1 2 ฉบับที่ระบุชื่อ นายประสาท หรือนายตี๋ นาคนาม บุตรชายของนายกาว นาคนาม ขายต่อให้แก่นายทุน แปลงละ 8 แสนบาท ก่อนนายทุนจะใช้ออกเอกสารสิทธิไปแล้ว 1 แปลง เนื้อที่เกือบ 100 ไร่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบเอกสารทั้งหมดพบว่าเป็นการสร้างเอกสารเท็จ

นายประสิทธิ์ นาคนาม บุตรชายนายประสาท หรือตี๋ นาคนาม เปิดเผยว่า ต้นเหตุทั้งหมดน่าจะมาจากกรณีที่บิดา (นายประสาท หรือนายตี๋) ได้เคยให้เพื่อนสนิทยืม ส.ค.1 ไปก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต ขณะนั้นไม่สามารถติดตามทวงถามได้ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาจับกุม นายประสาท (บิดา)ไม่สามารถนำเอกสาร ส.ค.1 มาแสดงได้จึงถูกดำเนินคดี ขณะนั้นตนได้พยายามทวงถามเพื่อนสนิทของบิดาหลายครั้ง จนบุคคลดังกล่าวยอมให้เอกสาร ส.ค.1 กลับมา แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่า เป็นฉบับใหม่มีรายละเอียดเลข ส.ค.1 เหมือนเดิม แต่อาณาเขตมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ครอบครัวเสียเสียสิทธิ นายประสาท บิดาจึงเกิดความเครียด ล้มป่วย และตรอมใจจนเสียชีวิตในที่สุด ตน และมารดาพยายามสอบถาม และร้องไปยังหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ หรือความช่วยเหลือ กระทั่งได้พูดคุยกับคณะทำงานกรมป่าไม้ฯ จึงทราบว่า มีการใช้ชื่อของปู่ (นายกาว นาคนาม) ไปสร้างเอกสารส.ค.1 ที่ไม่ทราบที่มา ก่อนจะนำมาออกเอกสารสิทธิดังกล่าว

ชาวต่างชาติหลอกขายคอนโดฯ

นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการประชุมหารือข้อร้องเรียนกลุ่มชาวต่างชาติหลอกขายคอนโดมิเนียม เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (10 ก.ย.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายประเจียด อักษรธรรมกุล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายประพันธ์ ขันพระแสง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายดนัย หงสุรพันธ์ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สรรพากร เจ้าหน้าที่จัดหางาน เข้าร่วม

กล่าวภายหลังการประชุมหารือ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีกลุ่มชาวต่างชาติได้ร้องเรียนไปยังสำนัก งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ส่วนกลาง ว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติมาหลอกขายคอนโดมิเนียมให้แก่กลุ่มชาวต่างชาติด้วยกัน ซึ่งเมื่อหลอกขายได้แล้วก็จะมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางในอัตราที่ไม่เป็นไป ตามสัญญา และไม่เป็นธรรม หากไม่ยินยอมชำระก็จะกดดันโดยการตัดน้ำประปา ตัดไฟฟ้า เป็นต้น โดยในขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่ใด จึงได้ประสานมายัง สคบ.จังหวัดภูเก็ต ในการหาพื้นที่ที่กลุ่มผู้เสียหายร้องเรียน เพราะที่ทราบมีเพียงรูปถ่ายเท่านั้น

นายสมเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาร่วมประชุมหารือว่า เป็นพื้นที่ใดที่ผู้เสียหายร้องเรียน โดยภายหลังจากการหารือ ได้มอบให้ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอำเภอ จัดหางานจังหวัดภูเก็ต เทศบาล และด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ลงพื้นที่หาข้อมูลเพื่อตามหาบุคคลตามภาพถ่ายที่ปรากฏ ภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบ และจับกุมต่อไป

ชาวเน็ตร่วมแชร์ล้อมรั้วสังกะสีปิดหาดไตรตรังภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณชายหาดไตรตรัง ฝั่งทางไปยังหาดพาราไดซ์ ถ.หมื่นเงิน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต วันนี้ (5 ก.ย.) หลังจากมีการโพสต์ภาพรั้วสังกะสีบริเวณชายหาดไตรตรังพร้อม ระบุว่า “แชร์ด่วน … ภูเก็ต (ชั่ว) รู้เห็นเป็นใจให้นักการเมืองรุกที่ป่า รังแกคนภูเก็ต” ของนักการเมือง … นาย … แอบอ้างรู้จัก… เส้นใหญ่ ไปล้อมรั้วทางลงหาด ทั้งไม่ยอมให้ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวลงหาดเล่นน้ำ โดยเอารั้วกั้น เหลือหน้าหาดลึกลงทะเลแค่เมตรเดียวที่หาดไตรตรัง ต.ป่าตอง … ว่าไงหรือมีผลประโยชน์ด้วย ชี้แจงด่วน อย่ารอ หน่วยเหนือไปจัดการ มิฉะนั้น เดี๋ยว… ได้นั่งตบยุงแน่ๆ” ภาพดังกล่าวสร้างความสงสัยให้แก่ชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก

จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบว่ามีการล้อมรั้วด้วยสังกะสีสีเขียวตั้งแต่ริมถนนหมื่นเงิน ยาวตลอดแนวชายหาดมีความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ตามแนวของเขื่อนหินที่สร้างกันคลื่น มีการก่อสร้างบันไดทางลงชายหาด ด้านหลังกำแพงสังกะสีเป็นพื้นที่ของส่วนบุคคลที่มีการก่อสร้างนับร้อยไร่ มีการก่อสร้างอาคารอยู่ 1 อาคาร ริมรั้วกำแพงมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแล ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่า โครงการดังกล่าวเป็นของนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของประเทศ ไม่ใช่นักการเมืองตามที่มีผู้โพสต์ไว้ในโซเซียลมีเดีย และคาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท

สำหรับการใช้ประโยชน์นั้น ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวยังคงสามารถเดินลงจากด้านข้างไปยังชายหาดได้ตามปกติ เพียงแต่การล้อมรั้วสังกะสีดังกล่าวจะอยู่หลังขอบตลิ่ง หรือทำนบที่มีการสร้างขึ้น เพื่อป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะตลอดแนว ขณะนี้เองยังพบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินลงไปยังชายหาดเพื่อบันทึกภาพความสวยงาม

ตร. จับกุมผู้ต้องหายิงถล่มร้านรถเช่าภูเก็ต

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร.ต.อ.ตะวัน เลขมาศ รอง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ด.ต.สุทน ภักดี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต จับกุม นายต้นอู้ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัด วันนี้ (5 ก.ย.) โดยสามารถจับกุมได้ภายในซอยผลเจริญ 5/8 หมู่บ้านภูเก็ตวิลล่า 3 ม.1 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามฆ่า และมีอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเหตุอันควร หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ยังได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน คือ นายบุญพรหม หรือป๊อบ ชูเพ็ง อายุ 18 ปี ชาว จ.ภูเก็ต พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 นัด ซองปืนหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 20 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันมาจอดบริเวณหน้าร้าน BR รถเช่า (ร้านบ๊อบบี้) เลขที่ 183/23 สามแยกไฟแดงโรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังจากนั้นวัยรุ่น 3 คน ใช้อาวุธปืน 3 กระบอก ยิงถล่มเข้าไปภายในร้าน จนประตูได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 2 ก.ย.57 เวลาประมาณ 22.54 น. ซึ่งขณะเกิดเหตุมี นายธวัชชัย บุญฤทธิ์ อายุ 44 ปี นอนอยู่ภายในร้าน แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากการถล่มยิงในครั้งนี้ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดที่บริเวณหน้าตึก แถวบ้านเลขที่ 12/3 ซ.สุรินทร์ 2 ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้านของ นายธวัชชัย บุญฤทธิ์ โดยมี นายแบงค์ (ลูกชาย) นอนอยู่ภายในบ้าน และวัยรุ่น 3 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบ้าน หลังจากยิงเสร็จคนร้ายได้หลบหนีไป ส่วนคนในบ้านไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เพราะไม่พอใจที่นายแบงค์ไปจีบแฟนสาวของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นายบุญพรหม หรือป๊อบ เคยถูกออกหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัว จังหวัดภูเก็ต ที่ จ 33/2556 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2556 คดีอาญาที่ 2151/2555 ในฐานความผิด “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ด้วย