Monthly Archives: July 2014

หนุ่มพังงาโดนคลื่นซัดหาย 2 วัน พบศพลอยติดหาด “ยะนุ้ย”

หลังจากเกิดเหตุคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าใส่ นายสมชาย หยั่งทะเล อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นนักดนตรีประจำร้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต อยู่บ้านเลขที่ 30/2 ม.3 ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อวันที่ 29 ก.ค.57  จมหายไปในทะเล ขณะที่ไปนั่งตกปลาที่โขดหินบริเวณกังหันลม แหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 05.30 น. วันนี้ (31 ก.ค.) ญาติของ นายสมชาย หยั่งทะเล ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่าพบศพของนายสมชาย แล้ว โดยถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นที่บริเวณชายหาดยะนุ้ย ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่นายสมชาย ถูกคลื่นซัดตกทะเลประมาณ 300 เมตร ขอให้เดินทางมาตรวจสอบด้วย หลังจากรับแจ้ง ร.ต.อ.ไกรสร บุญประสพ พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย

สำหรับที่เกิดเหตุเป็นบริเวณชายหาดพบศพ นายสมชาย ในสภาพสภาพนอนหงาย สวมเสื้อแขนสั้น สวมกางเกงขายาว จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด โดยเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน มีญาติของผู้เสียชีวิตยืนร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบศพให้แก่ญาติเพื่อไปนำประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภูเก็ตพิธีอัญเชิญพระแสงราชศัตราวุธแห่รอบเมืองภูเก็ต

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางภาวิณี ปุณณกันต์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต ดร.สมหมาย ปรีชาศิลป์ นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตำรวจ ผู้พิพากษา นักเรียน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมขบวนแห่อัญเชิญพระแสงราชศัตราวุธ รอบเมืองภูเก็ต เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (31 ก.ค.) ที่บริเวณสนามชัย ภูเก็ต เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ภายใต้กิจกรรม “ภูเก็ต ใต้ร่มพระบารมี จักรีวงศ์”

หลังจากนั้นได้มีการพระแสงราชศัตราวุธแห่รอบเมืองภูเก็ต ในเวลา 08.00 น. เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ และทราบถึงความสำคัญของพระแสงราชศัตราวุธ โดยเริ่มต้นจากสนามชัยผ่านไปยังถนนดำรง มุ่งสู่ถนนมนตรี ผ่านวงเวียนหอนาฬิกา ไปยังถนนรัษฎา อ้อมผ่านวงเวียนสุริยเดชมุ่งหน้าไปทางถนนเยาวราช ตัดเข้าถนนดีบุก ย้อนกลับไปถนนมนตรี และแห่มายังหน้าศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระแสงราชศัตราวุธไว้เมื่อ ครั้งเสด็จพระราชทานพระแสงราชศัตราวุธประจำเมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2460 มีหมายเหตุบันทึกไว้ว่า พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระกระแสดำรัสตอบทรงแสดงความพอพระราชหฤทัยที่ได้ทอดพระเนตรความ เจริญของบ้านเมืองมณฑลนี้ ซึ่งพระองค์ได้ทรงถือว่า อยู่เป็นศรีของพระราชอาณาจักรได้แห่งหนึ่ง

อธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาบุกรุกป่าภูเก็ต

นาย ธีรภัทร ประยูรสิทธิ อธิบดีกรมป่าไม้ ลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามการปฎิบัติงานของหน่วยพยัคไพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขา 12 (กระบี่) วันนี้(26 ก.ค.) ที่สวนป่าบางขนุน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมีนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต น.อ.กฤษฎา รัตนสุภา รอง ผอ.กอ.รมน.จ.ภูเก็ต เลขาธิการ ปปง.กองทัพเรือภาค 3 ป้องกันจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ปาสงวนแห่งชาติ ในท้องที่จังหวัดภูเก็ต

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบนโยบายกับเจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานด้านการป้องกันรักษา ใน 3 ประเด็นคือ (1) จะพัฒนาหน่วยป้องกันรักษาให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจะดูแลคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (2) จะฝึกอบรมสมรรถนะของเจ้าหน้าที่ให้พร้อมในการปฎิบัติงาน (3) จะมีการประเมินผลงานของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มข้นก่อนการต่อสัญญาพนักงาน (4) และจัดหาตำแหน่งพนักงานราชการเพิ่มเติม

นอกจากนั้นยังมีการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการฟื้นฟูและป้องกันการบุกรุกเพิ่มที่ดิน สวนป่าบางขนุน ซึ่งปัจจุบันถูกบุกรุกครอบครองจนเหลือพื้นที่ป่าประมาณ 500 ไร่ จากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 5,000 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าบางขนุน พื้นที่ตำบลเทพกระษัตรี ตำบลสาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยพื้นที่ป่าที่ยังคงเหลืออยู่ประมาณ 500 ไร่ ดังกล่าว รวมถึงพื้นที่ป่าในส่วนที่ถูกบุกรุกไปแล้วด้วย เมื่อนำกลับมาได้จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทางกรมป่าไม้มีแนวคิดที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติ หรือสวน พฤกษชาติ ในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบุกรุกซ้ำใหม่อีก

ตำรวจบุกรวบแก็งปล่อยเงินกู้นอกระบบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วัชพล ทองล้วน ผกก.5 บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.รุ่งศักดิ์ ไม้จันทร์ดี สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจกองปราบฯ ร่วมกันจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งเงินกู้นอกระบบ  วันนี้ (26 ก.ค.)  ประกอบด้วย 1.นายศักรินทร์ สาและ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ถ.โภคไพร ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด จ.ตราด ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง 2.อับดุลเลาะ เจะเละ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/1 ม.5 ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 3.นายมูฮัมหมัด โซะมิง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/3 ม.6 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 4.นายสุรินทร์ สิบู อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/1 ม.2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา 5.นายคณาวุฒิ ลาเตะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 ม.6 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี

โดยได้ของกลางดังนี้  1.เงินสด 14,060 บาท 2.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัล ภูเก็ต จำนวน 3 เล่ม 3.โน๊ตบุ๊คยี่ห้อเอเซอร์ จำนวน 1 เครื่อง 4.บัตร ATM จำนวน 4 ใบ 5.สุดบัญชีรายชื่อลูกค้า จำนวน 5 เล่ม 6.หมวกกันน๊อค 2 ใบ 7.โทรศัพท์มือ จำนวน 5 เครื่อง 8.กระเป๋าเป้สะพายจำนวน 5 ใบ 9.ปริ้นเตอร์ยี่ห้อแคนนอน จำนวน 1 เครื่อง 10.รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซู รุ่นไทตัน สีเทา หมายเลขทะเบียน กค-1560 ตราด จำนวน 1 คัน 11.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSXสีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน โดยสามารถจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 98/120 หมู่บ้านสวนหลวงเจ้าฟ้าโครงการ (บ้านเสริมทรัพย์) ม.4 ซอยเสริมทรัพย์ 7 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

พ.ต.ต.รุ่งศักดิ์ ไม้จันทร์ดี สว.กก.5 บก.ป. เปิดเผยว่าว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีแก๊งเงินกู้นอกระบบ โดยมี นายศักรินทร์ สาและ อายุ 34 ปี เป็นหัวหน้าแก๊งและมีลูกน้องอีก 4 คน ได้มีการปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มดังกล่าวได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบอยู่ในพื้นที่จังหวัด ตราด และย้ายมาปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต 3 -4 เดือนแล้ว ซึ่งมีพฤติกรรมข่มขู่ลูกหนี้ ถ้าหากลูกหนี้ไม่โอนเงินเข้าบัญชีวันต่อวัน ทางหัวหน้าแก๊งจะส่งลูกน้องไปข่มขู่ทันที และมีลูกหนี้หลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งนี้ บางรายก็ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สภ.เมืองภูเก็ต

ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง “LFP World Challenge by CHANG” ภูเก็ต เอฟซี พบกับ อัลเมเรีย

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง “LFP World Challenge by CHANG” วันนี้(21 ก.ค.) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสโมสรภูเก็ต เอฟซี จะพบกับ สโมสรอัลเมเรีย ทีมชื่อดังจาก ลาลีก้า ลีกประเทศสเปน ณ สนามสุระกุล จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 6 สิงหาคม 2557 นี้ เวลา 19.00น . กะตะกรุ๊ป รีสอร์ท ประเทศไทย และ รีพับบลิก ภูเก็ต จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และผู้สนับสนุนหลัก บริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด พร้อมด้วย บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด,บริษัท เอไอเอ จำกัด ,บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด และบริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด เพื่อเป็นการส่งเสริมการเล่นกีฬา การเชียร์ฟุตบอล พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และเสริมสร้างให้จังหวัดภูเก็ตเป็น “มหานครแห่งกีฬาลูกหนัง” ให้ชาวภูเก็ตได้มีโอกาสชมนักฟุตบอลระดับโลกอย่างใกล้ชิด

นายปมุข กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสร่วมมือและเป็นผู้สนับสนุนหลัก ในการแข่งขันฟุตบอลนัดประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เราชาวภูเก็ตยินดีต้อนรับ ผู้บริหารทีม นักเตะ และทีมงานสต๊าฟโค้ชสโมสรอัลเมเรียทุกคน ที่ให้เกียรติ สโมสรภูเก็ต เอฟซี ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการส่งเสริมฟุตบอลสเปน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเอเชีย และทั่วทุกมุมโลก การแข่งขันฟุตบอลนัดนี้ ถือเป็นแมตช์ที่แฟนบอลชาวภูเก็ต และแฟนบอลไทยรอคอย ต้องถือว่าเราโชคดีมากที่มีโอกาสได้ชมการเล่นของสโมสรชั้นนำของโลก ได้เห็นฝีเท้าของนักเตะระดับโลก ในสนามสุระกุล และต้องไม่ลืมว่าหนึ่งในนักเตะของทีมอัลเมเรีย มีนักเตะทีมชาติไทยด้วย แน่นอนว่า ธีรศิลป์ แดงดา จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนในจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งเด็กไทยทุกคนที่ชอบเล่นฟุตบอล สามารถก้าวไปเป็นนักเตะอาชีพได้ในอนาคตหากมีความตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างจริง จัง

นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีทีมเวิร์คที่ดี นี้คือความสำเร็จของจังหวัดภูเก็ต ตอนนี้การท่องเที่ยวต้องการความรักความสามัคคี ทุกฝ่ายทำให้จังหวัดภูเก็ตมีชื่อเสียง ทั้งด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการรวมพลังกันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มั่นใจว่าครั้งนี้จะทำให้หลายประเทศมาเที่ยวภูเก็ตเรา จะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้กับเรา ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายเกี่ยวข้องที่ทำให้เรามีวันนี้

แสนสิริเปิดโครงการ “พื้นที่สำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น”

“แสน สิริ” ร่วมกับ ยูนิเซฟ และพันธมิตรทางธุรกิจก่อสร้าง เปิดโครงการ “พี้นที่สำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น (Child-Friendly Space)” สร้างสรรค์พื้นที่ว่างโครงการก่อสร้าง มอบความรู้และเสริมทักษะให้แก่เด็กที่ขาดโอกาส หวังช่วยเหลือและพัฒนาเด็กในจังหวัดภูเก็ตให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างอนาคตให้แก่เด็กในจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน เริ่มคุณภาพชีวิตดีๆ แล้วที่“บ้านไม้ขาว” คอนโดมิเนียมตากอากาศระดับพรีเมี่ยมติดชายหาดไม้ขาวของแสนสิริ

นาย ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดพื้นที่สำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น (Child-Friendly Space) เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (21 ก.ค.) ที่บริเวณที่พักคนงานก่อสร้างโครงการบ้านไม้ขาว ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมตากอากาศระดับพรี่เมี่ยมติดริมทะเล ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยมีนายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด ( มหาชน ให้การต้อนรับและนำชมพื้นที่สำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น

สำหรับ โครงการ “พี้นที่สำหรับเด็ก เพลิน รู้ เรียน เล่น (Child-Friendly Space)” เกิดจากแนวทางการดำเนินงานของแสนสิริ ในด้าน Social Change หรือ CSR ว่าด้วย “การขยายความร่วมมือไปยังคู่ค้า” ผ่านเจตนารมณ์ในการไม่ใช้แรงงานเด็ก สนับสนุนการยุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ ที่ธุรกิจมีส่วนเกี่ยวข้อง และสิทธิในการบอกเลิก สัญญาว่าจ้าง หากผิดสัญญา ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างแสนสิริ ยูนิเซฟ และพันธมิตรทางธุรกิจก่อสร้าง ที่มีเจตนารมย์ร่วมกันในการรณรงค์ยุติการใช้แรงงานเด็กทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่ถูกละเลยจากสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการที่จะมอบโอกาสทางการเรียนรู้พื้นฐานสำคัญเบื้อง ต้นให้แก่เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ให้มีทักษะและพัฒนาการที่เหมาะสม ตลอดจนมอบพื้นที่ปลอดภัยแก่เด็กที่เป็นลูกหลานแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาใน จังหวัด ให้ปลอดภัยจากอันตรายหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในสถานที่ก่อสร้าง เพื่อสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน

ตร.ภูเก็ตเริ่มจับจริงผู้ฝ่าฝืนกฏจราจร

พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธ์ ศิริคง ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.ท.วิสุทธิ์ เคร่งจริง รอง ผกก.จร.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการจับจริง ผู้มีพฤตินิสัยในการทำผิดกฎจราจร ประจำ 199 แยก ทั่วประเทศไทย เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (16 ก.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต  โดยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น มี 3 แยก คือ แยกเกาะแก้ว แยกสามกองบายพาส และ แยกราชภัฏ

สำหรับนโยบาย 5 จอม ได้แก่ จอมปาด – ขับปาดแซงเส้นทึบ ปรับไม่เกิน 1,000บาท จอมล้ำ – หยุดรถล้ำเส้นหยุด ปรับไม่เกิน 1,000 บาทจอมขวาง – หยุดรถขวางทางแยก ปรับไม่เกิน 500 บาทจอมย้อน – ขับรถย้อนศร ปรับไม่เกิน 500 บาท จอมปลอม – ใช้ป้ายทะเบียนปลอม ปรับไม่เกิน 2,000 บาท พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกล่าว่า โครงการดังกล่าวเป็นเฟสที่ 2 โดยจะเริ่มกวดขันทำการจับกุมตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (17 ก.ค. 57) เป็นต้นไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะปฏิบัติการจับจริง ผู้ขับขี่ที่มีพฤตินิสัย ผิดกฎจราจรอยู่เป็นประจำทั้ง 3 สามแยกดังกล่าว และจะมีการจับกุมทั่วทั้งจังหวัดอีกด้วย

ในส่วนนโยบาย 5 จริง คือ ยกจริง, ล็อกจริง,จับจริง, ขังจริง, สุภาพจริง พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่ออีกว่า นโยบาย 5 จริง เป็นเฟสแรก ทางจังหวัดภูเก็ตได้ให้สถานีตำรวจทั้ง 10 สถานี เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งวันที่ 15 มิ.ย. 57 แล้ว จนถึง วันที่ 10 ก.ค.57 ผลการปฏิบัติ ปรากฏว่า ยกจริง จำนวน 3 รายในเขตพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต ล็อกจริง จำนวน 1,000 ราย จับจริง 4,000 ราย ขังจริง 5 ราย และสุภาพจริงไม่มีการจับกุม ซึ่งสามารถลดปัญหาการจราจรติดได้ส่วนหนึ่ง และเพื่อให้ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ขับขี่อย่างปลอดภัยอีกด้วย อย่างไรก็ตาม อยากประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบถึงโครงการดังกล่าว ขอให้ผู้ขับขี่เคารพกฎวินัยจราจรโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันการถูกจับกุมตามนโยบายดังกล่าว

คลื่นลมแรงซัดกระหน่ำชายหาดภูเก็ต

คลื่นใหญ่ซัดเข้าบริเวณชายหาดในจังหวัดภูเก็ต ทำให้ชายหาดหลายแห่งเสียหาย ต้นไม้โค่นล้มจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านบริเวณหาดสุรินทร์เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหา หลังคลื่นซัดถนนบริเวณชายหาดได้รับความเสียหายเป็นทางยาว

หลังจากที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังปานกลาง พัดปกคลุมทะเลอันดามัน หรือภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง และมีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าบริเวณชายหาด หลายแห่งในจังหวัดภูเก็ต ทำให้บริเวณชายหาด ได้รับเสียหายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดกมลา หาดสุรินทร์ หาดบางเทา หาดในยาง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณชายหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พบว่าวันนี้ ( 16 ก.ค.) คลื่นลมในทะเลยังมีกำลังแรง โดยสภาพชายหาดสุรินทร์เกือบตลอดแนวได้รับความเสียหายเนื่องจากคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง รวมทั้งต้นไม่ และถนนบริเวณชายหาดที่ถูกซัดหายไปในทะเลแล้วบางส่วน

คสช.เอาจริง รื้อร่มเตียง-สิ่งปลูกสร้างริมชายหาด

คสช.เอาจริงคืนความสุขให้ประชาชน สั่งจังหวัด ท้องถิ่น ลุยรื้อ ร่ม-เตียง และสิ่งปลูกสร้าง ร้านค้า บนชายหาด ทำให้ภาพชายหาดต่างๆ ในภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นหาดป่าตอง กะตะ กะรน ในหาน สุรินทร์ กมลา หรือหาดอื่นๆ กลับมาสวยงามน่าเที่ยวเหมือนเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วอีกครั้ง ซึ่งเป็นภาพชายหาดที่ปลอดจากร่ม เตียง ร้านค้า และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เชื่อว่าภาพเหล่านี้ตลอดชีวิตของคนบางคนยังไม่เคยเห็นอย่างแน่นอน และเป็นภาพที่หลายคนตั้งความหวังที่จะให้เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะในภูเก็ต แต่รวมไปถึงชายหาดอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ชายหาดเหล่านี้ปลอดจากสิ่งปลูกสร้าง ร่มเตียง หรือการยึดครองชายหาดเพียงแค่คนบางกลุ่ม

นับว่าเป็นฝันดีของนักท่องเที่ยวหลายๆ คนที่กำลังรอคอย การรื้อร่มเตียง สิ่งปลูกสร้างบนชายหาดต่างๆ ในภูเก็ต แต่เป็นฝันร้ายของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นนายทุนที่บุกยึดที่ชายหาดเป็นของตัวเองเพื่อประกอบ อาชีพสร้างรายได้ ซึ่งคนเหล่านี้จริงๆ ก็เป็นคนไทยเหมือนกัน และบางคนก็เป็นคนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพมาตั้งแต่เด็กๆ หรือทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ จนถึงขณะนี้ก็กว่า 20 ปีแล้ว ที่ยึดอาชีพทำร่มเตียงชายหาด เพื่อเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว รวมถึงลูกน้อง

เสียงสะท้อนส่วนหนึ่งที่ผู้ประกอบการบริเวณชายหาด ซึ่งได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการขอคืนชายหาดสาธารณะให้แก่นักท่องเที่ยว และประชาชน ที่อยากสื่อไปถึงหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “หลังจากสั่งรื้อร่มเตียง สิ่งปลูกสร้าง ออกจากชายหาด แล้วหน่วยงานเหล่านี้จะเข้าไปดำเนินการ และมีแผนในการรองรับเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร” เพราะจนถึงขณะนี้ชาวบ้านยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานราชการเลย

ผู้ว่าภูเก็ตรื้อชายหาดคืนความสุขให้ประชาชน

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดระเบียบชายหาดของจังหวัดภูเก็ต วันที่ 11ก.ค.  ว่า หลังจากที่ คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวได้ลงพื้นที่จัดระเบียบชายหาดต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพในการนำประกาศไปติด ให้ผู้ประกอบการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากชายหาด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชายหาดทางตะวันตกของจังหวัดภูเก็ต 14 ชายหาดใหญ่ๆ ได้ทำการจัดระเบียบไปแล้วประมาณ 45 % โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทหารมณทลทหารบกที่ 41 เจ้าหน้าที่ทหารเรือทัพภาคที่ 3 อส.ในจังหวัดภูเก็ตให้การสนับสนุนในการรื้อถอน ทำให้ขณะนี้ชายหาดต่างๆที่มีการรื้อถอนไปแล้วมีความสวยงามซึ่งเป็นการคืน ธรรมชาติ และคืนความสุขให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนเพราะชายหาดปัจจุบันไม่มีสิ่ง ที่บดบังทัศนียภาพ ดูแล้วเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนเมื่อก่อน

หลังจากที่ได้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากชายหาดแล้วปรากฏว่านักท่องเที่ยวให้การตอบรับดีมาก อะไรที่เอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทางจังหวัดจะทำให้เกิดดุลยภาพและเกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน ทางจังหวัดเห็นว่าชาวบ้านที่จะทำมาหากินในบริเวณนั้นก็จะหาพื้นที่ให้ถูกต้อง และทางอำเภอกับท้องถิ่นจะลงไปให้ความช่วยเหลือ ขณะที่พื้นที่ป่าตอง 352 รายได้มาลงทะเบียนแล้ว พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไป

“Miss Universe Myanmar 2014” บินเก็บตัวที่ภูเก็ต

20 สาวงามผู้เข้าประกวด “Miss Universe Myanmar 2014” บินเก็บตัวทำกิจกรรมที่ภูเก็ตเป็นครั้งแรกหลังจากที่ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และผู้ก่อตั้ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับการทาบทามจาก คุณโซ ยู ไว (Soe Yu Wai) National Director Miss Universe Myanmar ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวด มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ ให้เป็นผู้ดูแลการผลิต และจัดการประกวด Miss Universe Myanmar 2014 (มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์) ในฐานะผู้ดูแลการผลิต และจัดการประกวด 26 ก.ค. นี้ ที่เมียนมาร์

การประกวด Miss Universe Myanmar 2014 ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ โดย ณวัฒน์ ในฐานะผู้ดูแลการผลิต และจัดการประกวด ได้ทำการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการพาสาวงามทั้ง 20 คนมาร่วมเก็บตัวทำกิจกรรมที่ จ.ภูเก็ต ตามรอย คำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า “ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม” นับเป็นครั้งแรกของการประกวด มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ ที่ผู้เข้าประกวดเดินทางมาเก็บตัวยังประเทศไทย ถึง 5 วันเต็ม โดยวันแรก 20 สาว สวยพร้อมในชุดประจำชาติเมียนมาร์ ประแป้งทานาคา อันเป็นเอกลักษณ์ของสาวๆ เมืองหม่อง เดินทางไปทำกิจกรรมที่วัดไชยธาราราม หรือวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต นมัสการ หลวงพ่อแช่ม เกจิดังในอดีต ท่ามกลางนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่ต่างมาขอถ่ายภาพผู้เข้าประกวดจำนวนมาก จากนั้นเข้าชม และกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑป

ผู้ที่สามารถคว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์ส เมียนมาร์ 2014 จะได้รับมงกุฎเพชร สายสะพาย เงินสดกว่า 3 แสนบาท รถยนต์ และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญกองประกวดจะส่งผู้ได้รับตำแหน่งทั้ง 5 คน ไปอบรมหลักสูตร “Pageant Coaching” ร่วมกับผู้ชนะทั้ง 5 ตำแหน่ง จากเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2014 เป็นเวลา 10 วัน เพื่อพัฒนาบุคลิกด้านต่างๆ ในการพิชิตตำแหน่ง Miss Univere ที่ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

 เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ต ร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันจับงูเหลือมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ได้รับแจ้งจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเคทีเจ้าฟ้า การ์เด้นโฮม ม.1 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า มีงูเหลือมขนาดใหญ่เลื้อยมานอนขดตัวอยู่บริเวณหน้าบ้าน ขอให้ช่วยจับด้วย เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 5 ก.ค.  หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบงูเหลือมขนาดใหญ่ยาวประมาณ 3 เมตร กำลังนอนขดตัวอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงได้ใช้ไม้เขี่ยให้งูคลายตัว แล้วช่วยกันจับใส่กระสอบเพื่อนำมาเก็บไว้ที่มูลนิธิก่อนที่จะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว บอกว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งดูถ่ายทอดฟุตบอลโลกอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาเดินอยู่หน้าบ้านจึงได้เปิดประตูออกไปถึงกับผงะ เมื่อเห็นงูขนาดใหญ่เลื้อยมาจากข้างบ้านเข้ามานอนขดตัวอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทำให้ตนตกใจเป็นอย่างมาก และได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย มาจับในที่สุด

เจ้าหน้าที่ได้นำงูที่จับได้นั้นไปปล่อยในป่าธรรมชาติพื้นที่เขานาคเกิด ซึ่งอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้าน และบ้านเรือนของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เลื้อยกลับมาเข้าที่บ้านชาวบ้านอีก

ตร.ชุดปราบปรามกลุ่มแท็กซี่ผู้มีอิทธิพล ส่งพยานหลักฐานและผู้ต้องหาให้อัยการภูเก็ตแล้ว

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยกำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จ.ภูเก็ต ลงพื้นที่ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้ประกอบการแท็กซี่ ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต จำนวน 112 หมายจับ รวม 12 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้กว่า 100 คน ล่าสุด วันนี้ (1 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในชุดเฉพาะกิจปราบปรามกลุ่มแท็กซี่ผู้มีอิทธิพล ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้นำพยานหลักฐานเอกสาร และผู้ต้องหา จำนวน 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ขอประกันตัวในชั้นสอบสวน และขอปล่อยตัวชั่วคราวไปในวงเงินรายละ 75,000 บาท ไปส่งมอบให้แก่อัยการจังหวัดภูเก็ต เพื่อพิจารณาว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดอ้างว่า มีอาการเจ็บป่วย โดย นายพิสิทธิ์พล ภูมิศิริสวัสดิ์ อัยการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้รับมอบตัวผู้ต้องหา และสำนวนสอบสวนทั้งหมด

สำหรับคดีที่มีการดำเนินการต่อผู้ต้องหาทั้งหมดนั้นมี  12 คดี เป็นคดีที่ทำความผิดตามคิวรถแท็กซี่ต่างๆ ทั้งในพื้นที่กะรน กมลา และเชิงทะเล รวมทั้งหมด 12 คิว ประกอบด้วย คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมคลับเมด คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมเอวิสต้า คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมพีชยู คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมบาวแมนดิโอ คิวแท็กซี่ในโรงแรมดิโอภูเก็ต คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมแคปเซียน่า คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมแอดรีเจ้นท์ภูเก็ตรีสอร์ท คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมดับเบิ้ลคีย์ หรือหน้าโรงแรมทวินปาล์ม คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมเบส เวสเทิร์น คิวแท็กซี่หน้าโรงแรมพอย ยามู บายโคโม่ และชมรมแท็กซี่กะตะ กะรน

เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจยังได้เก็บรวบรวมพยานหลักเพื่อขยายผลในการดำเนิน การเพื่อปราบปรามกลุ่มแท็กซี่ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เป้าหมายอีก 2 แห่ง คือในพื้นที่ป่าตอง และสนามบิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถขอศาลออกหมายจับได้อีกประมาณ 100 หมายจับได้ในเร็วๆ นี้

เทศบาลนครภูเก็ตจัดอบรมป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว ประจำปี 2557 วันนี้ (1 ก.ค.) ที่โรงแรมคาทีน่าภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมี นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายธวัชชัย ทองมั่ง ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต ผู้นำชุมชน อาสาสมัครเครือข่ายศาลเยาวชนและครอบครัว เข้าร่วม

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน มีหลายรูปแบบทั้งการทำร้ายร่างกาย การบังคับจิตใจ การข่มขู่ การข่มขืน การกระทำอนาจาร ซึ่งผู้กระทำส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัว และผู้ที่ถูกกระทำจะเป็นเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ สำหรับสาเหตุของการกระทำความรุนแรงเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การดื่มสุรา การพนัน สารเสพติด ความหึงหวง การสะท้อนภาพความรุนแรงจากสื่อต่างๆ

ทางเทศบาลนครภูเก็ตได้เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการอบรมป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัวขึ้น ในการให้ความรู้แก่ ผู้นำชุมชน เด็ก สตรี บุคคลในครอบครัว อาสาสมัครเครือข่ายศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต สภาเด็กและเยาวชนเทศบาลนครภูเก็ต ขึ้น เพื่อปลูกจิตสำนึกการป้องกัน แก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี และร่วมกันเป็นแนวรั้วในการป้องกันปัญหาให้กับชุมชนและสังคม ตลอดจนเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเข้าใจถึงสาเหตุและรูปแบบของความรุนแรง และแนวทางในการป้องกันและแก้ไขความรุนแรงอย่างถูกต้อง