Monthly Archives: April 2014

รถตู้รับนักท่องเที่ยวจากสนามบินภูเก็ตชนควายรถพังยับ

พ.ต.ท.สานิช หนูคง พนักงานสอบสวน สภ.ถลาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ถลาง เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 20.00 น. ว่ามีเหตุรถตู้ชนควาย บริเวณถนนสายบ้านดอน ก่อนถึงโค้งวัดเทพกระษัตรี ประมาณ 1 กม. หมู่ 4 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปพร้อมด้วยเจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต จุดบ้านในคลำ

สถานที่เกิดเหตุพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว เป็นรถของบริษัท PEGAS  ป้ายเหลืองหมายเลขทะเบียน 30-7147 ภูเก็ต จอดอยู่กลางถนน ด้านหน้ารถพังยับเยิน หม้อน้ำแตก และพบควายเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 1 ตัน อยู่ห่างจากรถตู้ประมาณ 15 เมตร นอนหายใจรวยริน มีเลือดไหลออกจากจมูก ขาด้านซ้าย และซี่โครงหักที่สะโพกมีรอยช้ำเลือด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานรถยกนำรถตู้ไปยัง สภ.ถลาง ส่วนควายผู้เสียหายได้ประสานพ่อค้าเนื้อควาย มาตีราคาก่อนนำไปชำแหละขาย เนื่องจากไม่มีผู้ใดได้แสดงตนเป็นเจ้าของควาย

นายอำนาจ จันทร์สุริวงค์ อายุ 44 ปี โชเฟอร์รถตู้คันดังกล่าว อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 17 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถตู้ไปรับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 สามีภรรยาที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เพื่อพามาส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง โดยใช้เส้นทางสี่แยกถลาง – บ้านดอน เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งมีแสงไฟสลัว ในขณะที่กำลังขับรถตู้อยู่ ได้มีควายจำนวน 2 ตัว วิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน เบรกไม่อยู่ จึงได้ชนควายตัวดังกล่าวเข้าอย่างจัง ทำให้รถตู้ได้รับความเสียหาย ส่วนควายกระเด็นลงข้างทาง และควายอีกตัวที่วิ่งมาด้วยกันวิ่งหนีไป ทำให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่อยู่ภายในรถตกใจ ตนจึงได้ประสานให้รถบริษัทเดียวกันนำนักท่องเที่ยวส่งเข้าที่พักก่อน หลังทราบเรื่องพนักงานสอบสวนได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจับกุม 2 ชาวจีนประกอบอาชีพไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สัญชัย โชคขยายกิจ ผกก.ตม.จังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.ต.เทียนชัย ชมพู สว.ตม.ภูเก็ต ด.ต.เอกพจน์ พังงา ด.ต.เสรี ช่วยจันทร์ ผบ.หมู่ ตม.จังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจับกุมชาวจีน 2 คน คือ นาย ZHOU YI อายุ 33 ปี และ น.ส. CHEN XIAOTAN อายุ 27 ปี  เมื่อเวลา 12.45 น. ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ทางชุดจับกุมสืบทราบว่า ที่บริเวณวัดฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตมีชาวจีนพาลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยกันมาถ่ายรูปแต่ง งาน

เจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบกลุ่มชายหญิงกำลังถ่ายภาพ ชุดแต่งกันอยู่ จำนวน 4 คน โดยแต่งชุดเป็นบ่าวสาว จำนวน 2 คน เป็นช่างภาพชาย 1 คน และเป็นผู้ช่วยช่างภาพหญิง 1 คน เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงได้แสดงตัวให้ทราบ และนำตัวมาสอบสวน จากการสอบสวนทราบชื่อคือ นาย ZHOU YI ซึ่งเดินทางเข้าเข้ามาทำงานเป็นช่างภาพที่จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะพานักท่องเที่ยวคู่บ่าวสาวไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ทางด้านผู้ช่วยช่างภาพหญิง ทราบชื่อ น.ส. CHEN XIAOTAN เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยจะพาคู่บ่าวสาวที่เดินที่เดินทางมาจากประเทศจีนไปถ่ายภาพตามสถานที่ท่อง เที่ยวต่างๆ โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงได้นำตัวมาสอบสวน และแจ้งให้ทราบว่า เป็นบุคคลต่างด่าวเดินทางเข้ามาประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เพลิงไหม้สามล้อพ่วงขายขนมเครปที่ภูเก็ต

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ 3 ล้อพ่วงได้รับความเสียหายวอดทั้งคัน เมื่อเวลา 04.30 น. วันนี้ (21 เม.ย.) ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 155/20 ซ.บังสยาม ม.5 (บ้านบางเทา) ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งรับเหตุ ร.ต.ท.จิระศักดิ์ สังข์วิสุทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล จึงรายงานไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ร.ต.ต.นิคม แก้วหนู รองสวป.สภ.เชิงทะเล และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เชิงทะเล รุดไปตรวจสอบ

สถานที่เกิดเหตุมีประชาชนยืนดูเหตุการณ์อยู่จำนวนมาก พบรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงมีหลังคายี่ห้อฮอนด้าเวฟ 110 สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 343 ภูเก็ต ของนางยอร่า ถิ่นเกาะยาว อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดพังงา ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายวอดทั้งคัน อยู่บ้านเลขที่ 155/20 ซ.บังสยาม ม.5 (บ้านบางเทา) ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะทำการสืบสวนหาสาเหตุต่อไป ในเบื้องต้นตั้ง 2 สาเหตุ ถูกวางเพลิง หรือไฟไหม้เอง

จากการสอบถาม นางยอร่า เปิดเผยว่า ตนเองมีอาชีพขายขนมเครปญี่ปุ่นอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านบางเทา ซึ่งตนเองได้จอดรถอยู่หน้าบ้านตามปกติ ก่อนเข้านอน จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 ตนเองได้กลิ่นเหม็นไหม้เหมือนมีใครมาเผาขยะ จากนั้นได้ลุกขึ้นมาดูถึงกับตกใจเมื่อเห็นรถจักรยานยนต์ที่ตนเองใช้ทำมาหา กินถูกเพลิงไหม้วอดทั้งคัน จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในที่สุด โดยตนเองไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 สัมมนานำเสนอผลการคัดเลือกรูปแบบทางลอดเชื่อมถนนวิเศษ-เจ้าฟ้าตะวันตกแก้รถติด

กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท บูแมพ จำกัด และ บริษัท เอเชีย แล็ป แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดสัมมนานำเสนอผลการคัดเลือกรูปแบบรายละเอียด ครั้งที่ 2 วันนี้ (21 เม.ย.) ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต โครงการสำรวจและออกแบบทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4021 กับ 4024 กับ 4028 กับถนนเทศบาล (ห้าแยกฉลอง) เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณห้าแยกฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น ซึ่งนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวสมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายสมัคร เลือดวงหัด ผอ.แขวงการทางภูเก็ต นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนในบริเวณพื้นที่ตำบลฉลอง และราไวย์ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทางกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาได้นำเสนอรูปแบบทางเลือกของทางแยกต่างระดับ บริเวณห้าแยกฉลอง 4 รูปแบบ ประกอบด้วย รูปแบบทางเลือกที่ 1.เป็นทางลอดขนาด 2 ช่องจราจรไป-กลับ ในทิศทางถนนเจ้าฟ้าตะวันตก – ถนนวิเศษ (ถนนทางไปหาดราไวย์) อุโมงค์มีความยาว 1 กิโลเมตร กว้าง 4 เมตร มีฝาปิดส่วนทางลอด และเปิดโล่งบริเวณทางเข้าและออกรูปแบบทางเลือกที่ 2 ทางลอดในทิศทางถนนเจ้าฟ้าตะวันตก – ถนนวิเศษ เหมือนรูปแบบทางเลือกที่ 1 แต่มีทางยกระดับจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปยังถนนเจ้าฟ้าตะวันออกด้วย

รูปแบบทางเลือกที่ 3 ทางลอดขนาด 1 – 2 ช่องจราจร ทิศทางจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปถนนเจ้าฟ้าตะวันตกและเจ้าหน้าตะวันออก และทางเลือกที่ 4 สะพานขนาดช่อง 2 จราจร ทิศทางจากถนนวิเศษมุ่งหน้าไปถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ร่วมกับการจัดการจราจรใหม่บริเวณห้าแยกฉลอง ซึ่งทางเลือกที่ 3 และ 4 นั้น ได้จากการนำเสนอและแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาประชาชนในพื้นที่ ฉลองและราไวย์ เมื่อการจัดสัมมนาแนะนำโครงการครั้งแรก

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตขอความร่วมมือโรงแรมช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม

ผู้ ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ฝากผู้ประกอบการโรงแรมให้ช่วยดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขณะที่นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เผยภาพรวมการท่องเที่ยวของภูเก็ต หลังสงกรานต์ และตลอดทั้งปียังอยู่ในเกณฑ์ดีอัตราเข้าพักโรงแรมสูงกว่า 60%

ดร.กฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ พร้อมด้วย นางสุพัตรา จารุอริยานนท์ นายกสมาคมโรงแรมป่าตอง และคณะกรรมการทั้ง 2 สมาคม เข้าแนะนำตัวต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 10.00 น .วันที่ 15 เม.ย. ที่ห้องรับรองศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ทั้ง 2 สมาคม โดยมี น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมด้วย พร้อมถือโอกาสนี้ร่วมรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ด้วย

นาย ไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวขอความร่วมมือผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมให้ช่วยกันดูแลในเรื่องของ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดขายหลักทางการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะเรื่องของน้ำเสีย ซึ่งขณะนี้ได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งที่ชายหาดกะรน ที่อ่าวบางเทา ต.เชิงทะเล  ซึ่งทั้งหมดนี้ทางจังหวัดพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไป บางจุดอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย บางจุดอยู่ในขั้นตอนของการของบประมาณมาขยายระบบบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุมทั้ง พื้นที่ จึงอยากจะขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมให้ช่วยดูแล และตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียของแต่ละโรงแรมว่ายังสามารถทำงานได้ตามปกติหรือ ไม่ เพราะถ้าหากระบบบำบัดน้ำเสียจุดใดจุดหนึ่งมีปัญหาอาจจะก่อให้เกิดปัญหาน้ำ เสียจากโรงแรมไหลลงทะเลได้

รถบรรทุกลงจากเขาแหลมไทร ทับคนขับตุ๊กตุ๊กขาหัก 3 ราย

รถบรรทุกน้ำเต็มคันลงจากเขาแหลมไทร กะตะ จ.ภูเก็ต เสียหลักพลิกคว่ำทับคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ขณะขับลงจากทางลาดชัน ไปส่งให้โรงแรม ส่วนคนขับหลบหนีลอยนวล

เกิด เหตุรถบรรทุกน้ำของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังนำน้ำไปส่งให้แก่ทางโรงแรม พีส ฮิล บริเวณเขาแหลมไทร หาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 15 เม.ย. โดยเส้นทางเป็นทางขึ้นลงเขาลาดชันมาก ขณะที่คนขับได้ขับรถส่งน้ำขึ้นไปส่งถึงจุดหมายเรียบร้อยแล้ว แต่ได้รับคำสั่งจากหัวหน้างานให้นำน้ำไปส่งอีกโรงแรมหนึ่ง ซึ่งมีความต้องการน้ำด่วนมาก คนขับรถจึงได้นำรถซึ่งบรรทุกน้ำขับลงเขา

ขณะ ที่รถกำลังวิ่งลงเขาได้เสียการควบคุมกะทันหัน คนขับไม่สามารถควบคุมรถได้ ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำไปทับเพิงพักของคนขับรถตุ๊กตุ๊ก คิวกะตะเซ็นเตอร์ และทับร่างคนขับรถตุ๊กตุ๊กที่นั่งพูดคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย โดยขาหักทั้งหมด ส่วนอีกหนึ่งรายถูกต้นมะพร้าวทับ และรถบรรทุกน้ำทับซ้อนอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลกะรนต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนาน เกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลได้ ส่วนคนขับอาศัยช่วงจังหวะชุลมุนหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

กลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ตและผู้ร่วมชุมนุม เข้าแจ้งความดำเนินคดีโกตี๋

นายสุรทิน เลี่ยนอุดม หรือกำนันเสง แกนนำกลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ต และผู้ร่วมชุมนุม โดยได้นำหลักฐานวิดีโอคลิปการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศของ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ดีเจเสื้อแดงปทุมธานี ที่มีเนื้อหาบางส่วนพาดพิงสถาบันฯ เข้าพบ พ.ต.อ.เศียร แก้วทอง พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ (สบ 4) สภ.เมืองภูเก็ต  เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ นายวุฒิพงศ์ ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นายสุรทิน เลี่ยนอุดม แกนนำกลุ่มกบฏรักชาติภูเก็ต ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่ดูเนื้อหาในวิดีโอคลิปที่นายวุฒิพงศ์ ให้สัมภาษณ์แล้วรู้สึกสะเทือนใจ เนื่องจากได้พาดพิงถึงเบื้องพระยุคลบาทอย่างชัดเจน ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ในวันนี้จึงตัดสินใจรีบเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี เพราะถือเป็นการทำลายความศรัทธาที่ประชาชนชาวไทยเคารพอย่างมาก

ทางด้านพนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ (สบ 4) สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.เศียร แก้วทอง กล่าวว่า จากการพิจารณาในเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรรับแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะมีการรวบรวมหลักฐานพร้อมสำนวนส่งต่อไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พิจารณา และส่งต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตตรวจค้น 4 หมู่บ้านเป้าหมาย พบยาบ้า 45 เม็ด

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่ เขตเทศบาลนครภูเก็ต และเขตเทศบาลตำบลวิชิต ครั้งที่ 2 วันนี้ (10 เม.ย.) โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดละ 25 นาย ตั้งจุดสกัดพื้นที่ชุมชนทั้ง 2 พื้นที่ แบ่งเป็น 4 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 บริเวณทางเข้าถนนวิชิตสงครามซอย 1 เขตเทศบาลนครภูเก็ต จุดที่ 2 ทางออกถนนวิชิตสงครามซอย 1 ตัดกับถนนวิรัชหงษ์หยก (ใกล้สวนหลวง เขตเทศบาลตำบลวิชิต) จุดที่ 3 สี่แยกพัฒนาท้องถิ่น เขตเทศบาลนครภูเก็ต จุดที่ 4 ซอยหล่อโรง เขตเทศบาลนครภูเก็ต

การตรวจค้นในครั้งนี้ เพื่อค้นหายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย ตามแผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต ปรากฏว่า การตรวจค้นบ้านเป้าหมาย จำนวน 2 หลัง คือ บ้านเช่าซอยพัฒนาท้องถิ่น 4 (หล่อโรง) เขตเทศบาลนครภูเก็ต จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 45 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 15 กรัม ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ในส่วนโรงแรมแห่งหนึ่ง อยู่ที่ถนนวิรัชหงษ์หยก เขตเทศบาลตำบลวิชิต จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ 0.5 กรัม จำนวน 1 ถุง และน้ำหนัก 3.5 กรัม จำนวน 1 ถุง เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

สำหรับการตั้งด่านตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายตรวจปัสสาวะทั้ง 4 จุด รวม 626 คน แยกเป็นชาย 570 ราย หญิง 56 ราย พบมีสารเสพติด 41 คน แยกเป็นชาย 37 ราย และหญิง 4 ราย ซึ่งทั้งหมดจะเข้ารับการบำบัดในระบบสมัครใจที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมทั้งจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย รายที่ 1 ยึดของกลางพืชกระท่อม 17 ใบ และกัญชา 0.7 กรัม ส่วนรายที่ 2 ยึดน้ำต้มใบกระท่อม ขนาด 600 มิลลิเมตร จำนวน 2 ขวด และ ขนาด 350 มิลลิเมตร จำนวน 1 ขวด พร้อมกันนี้ ยังได้เรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ยานพาหนะ จำนวน 150 ราย พบว่า ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่รถ จำนวน 26 ราย และยังได้เรียกตรวจใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว จำนวน 15 ราย ไม่พบผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด

คนร้ายกระหน่ำยิงรถขนเงิน G4S ขนเงินกว่า 10 ล้านบาทที่ภูเก็ต

คนร้าย 3 คน ขี่จักรยานยนต์ใช้ปืน 2 กระบอก กระหน่ำยิงรถขนเงินบริษัท G4S ที่กำลังนำเงินไปเติมตู้ ATM ที่เชิงทะเล และสนามบินภูเก็ต ซึ่งภายในรถมีเงินสดมากกว่า 10 ล้านบาท พนักงานเผยไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน สว 8288 กทม. โดยบริเวณกระจกด้านหน้ารถซึ่งเป็นกระจกนิรภัยกันกระสุนหนาประมาณ 1 นิ้ว มีร่องรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 8 นัด แต่ส่วนอื่นๆ ของรถไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

นายจิริยะ แซ่ลิ่ม พนักงานขับรถตู้ขนเงินดังกล่าว บอกว่าตนเองและนายศราวุธ หนูชู ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทดังกล่าวได้นั่งมาด้วย  โดยได้ขับรถคันดังกล่าวออกมาจากห้างเทสโก้โลตัส สาขารัษฎา ซึ่งภายในรถมีเงินสดมากกว่า 10 ล้านบาท เพื่อที่จะนำเงินไปเติมในตู้เอทีเอ็มที่ท่าอากาศยานนานาภูเก็ต และบ้านบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เมื่อมาถึงโค้งศาลเจ้าท่าเรือ ได้มีวัยรุ่น จำนวน 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีแดง-ดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน มาประกบแซงปาดหน้าด้านซ้ายของรถห่างประมาณ 3 เมตร จากนั้นคนนั่งกลางและซ้อนท้ายชักปืนขึ้นมาจำนวน 2 กระบอก กระหน่ำยิงใส่รถยนต์คันของตนเข้ากระจกหน้า แต่โชคดีรถคันดังกล่าวเป็นรถที่ใช้กระจกนิรภัยกันกระสุน ก่อนคนร้ายขับรถหลบหนีไป และได้ใช้นิ้วชี้มาที่หน้ารถลักษณะเหมือนโกรธแค้นมาก และตนเองพยายามจะขับไล่รถจักรยานยนต์ของคนร้าย แต่ก็ไม่ทันเนื่องจากการจราจรติดขัดมาก

พบ 3 ช่องโหว่บริษัทดำน้ำภูเก็ตทำให้เกิดส่วย ผู้ว่าเตรียมเรียกมาทำความเข้าใจ

นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางเยาวภา พิบูลย์ผล จัดหางานจังหวัดภูเก็ต น.ส.อโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักงานภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ น.ส.สองฤดี พรหมชู เจ้าหน้าที่สมาคมดำน้ำทีดีเอ เดินทางเข้ารับฟังข้อมูลปัญหาจากผู้บริหารสถานประกอบการ และครูสอนดำน้ำ   เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่สถานประกอบการธุรกิจดำน้ำ ออล โฟร์ ไดร์ฟ ซอยแสนสบาย หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งเยี่ยมชมกระบวนการทำงาน และขั้นตอนการเรียนการสอนของครูสอนดำน้ำชาวต่างชาติ เพื่อนำไปร่วมแก้ปัญหา หลังจากเกิดกรณีมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการจับกุม ก่อนเรียกร้องจ่ายเงินรายเดือนเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี

หลังจากที่ มีการทางสมาคมด้ำน้ำมายื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องความไม่สะดวกที่ เกิดขึ้นกับอาชีพดำน้ำ ล่าสุด  นายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  ได้ลงมาหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจดำน้ำ และได้เปิดเผยว่า ที่นี่เองเป็นทั้งบริษัทสอนดำน้ำด้วย และมีการจำหน่ายอุปกรณ์ด้วย ในส่วนการเรียนการสอนนั้นจะมีการฝึกสอนทั้งในห้องเรียน ลงเรียนในสระ และการออกไปดำในทะเลจริง ตามหลักสูตร 2 วัน 3 วัน และ 5 วัน ในราคาตั้งแต่ 12,000-15,500บาท และจากการฟังข้อมูลทั้งหมด จุดที่พบว่าเป็นช่องโหว่ให้เกิดการหาประโยชน์ใน 3 ข้อ คือ 1.การที่เจ้าหน้าที่บางหน่วยงานเข้ามาตรวจ และจับกุมครูสอนดำน้ำ และว่าอ้างว่าครูสอนดำน้ำทำงานนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในใบอนุญาตทำงานแบบเก่าระบุว่า ทำงานอยู่ในที่ตั้งสำนักงานเพียงอย่างเดียว ไม่รวมถึงการออกไปสอนนอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต

ส่วนการแก้ไขปัญหา นั้น จะมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาเพื่อทำความเข้าใจให้ยืนอยู่บน กติกาตามที่สำนักงานจัดหางานได้ตั้งไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบดังกล่าว เกิดความเข้าใจร่วมกัน เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะเรื่องดำน้ำนั้นเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีบริษัทดำน้ำในภูเก็ตอยู่ถึง 114 แห่ง มีจำนวน ครูสอนดำน้ำต่างชาติอีกกว่า 196 คน มีชาวต่างชาติเลือกมาเรียนดำน้ำที่จังหวัดภูเก็ตถึงร้อยละ 60 ต่อปี