Category Archives: Uncategorized

ท่าเรือต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน

จังหวัดภูเก็ตเร่งปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลที่เติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี นำร่อง 4 ท่าเรือของรัฐและเอกชน ต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน ทั้งความปลอดภัยของผู้โดยสาร เรือ การให้การช่วยเหลือ
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงการโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ว่า การท่องเที่ยวทางทะเลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ท่าเรือมีความสำคัญมากสำหรับที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ทางจังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การให้บริการของท่าเรือได้มาตรฐานระดับสากล โดยจะนำร่อง 4 ท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นท่าเรือของรัฐและเอกชน ประกอบด้วย ท่าเรือรัษฎา ของอบจ.ภูเก็ต แต่ได้ให้สัมปทานกับบริษัท ซีทราน ในการบริการจัดการ ท่าเรืออ่าวฉลอง บริหารโดยอบจ.ภูเก็ต และท่าเรืออ่าวปอ ที่เอกชนได้รับสัมปทาน และรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ซึ่งทั้ง 4 ท่าเรือเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก ในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา
สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่ง จะต้องปรับปรุงและพัฒนาใน 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.เรือจะต้องปลอดภัยก่อนออกจากท่า โดยจะต้องแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารที่ต้องผ่านท่าเรือดังกล่าว เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร จำนวนในแต่ละวัน เสื้อชูชีพครบตามจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งเกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารนั้น ทางดีป้ากำลังพัฒนาระบบการป้อนข้อมูลผู้โดยสารก่อนเดินทางลงชื่อเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งกับทางท่าเรือไดล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการ 2.เรือทุกลำจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าท่าอย่างเข้มงวด ตัวเรือจะต้องผ่านเกณฑ์ของเจ้าท่า ผู้ขับเรือจะต้องมีใบนายท้ายเรือ พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน 3.เรือทุกลำจะต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับฝั่งในการตรวจติดตามหรือให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หากเกิดอุบัติเหตุ และ 4. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการประสานการช่วยเหลือทางทะเล เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสีย โดยศูนย์นี้จะเน้นการทำงานในวันหยุด เพราะในวันปกติธรรมดา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว
โดยท่าเรือทั้ง 4 ที่เป็นโครงการนำร่อง มีความพร้อมในการดำเนินการให้เป็นไปตาม 4 มาตรการหลัก เช่น ท่าเรืออ่าวฉลอง ทาง อบจ.ภูเก็ต จะมีการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งทาง อบจ.จะมีการปรับปรุงในหลายๆ ส่วน เช่น การทำที่กั้นเพื่อนับจำนวนนักท่องเที่ยวแต่ละวันว่าผ่านท่าเรือมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ติดตั้งกล้อง CCTV ที่สามารถสแกนใบหน้าของผู้โดยสารได้ โดยร่วมมือกับทาง DEPA ภูเก็ต และอื่นๆ ด้วยงบประมาณปี 61 จำนวน 29 ล้านบาท และนอกจากนี้มีโครงการที่จะก่อสร้างโป๊ะจอดเรือเพิ่ม เป็นต้น
ในขณะที่ท่าเรืออ่าวปอ หลังจากเอกชนเข้ามาดำเนินการได้มีการพัฒนา ติดตั้งกล้อง CCTV ดูแลความสะอาดรอบๆบริเวรท่าเรือ และเข้มงวดในเรื่องของเรือที่จะออกจากท่าจะต้องปฏิบัติตามกฎของเจ้าท่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งจะมีการจัดทำสายรัดข้อมือที่มีข้อมูลรายละเอียดของผู้โดยสารและประกันภัยสำหรับผู้โดยสารที่ผ่านท่าเรือทุกๆคน
ขณะที่ท่าเรือรัษฎาได้จัดทำในส่วนของที่กั้นเข้า-ออกท่าเรือ พร้อมเพิ่ม CCTV ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละวันมีผู้โดยสารผ่านท่าเรือรัษฎาเป็นจำนวนมาก
นายนรภัทร กล่าวเพิ่มว่า สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้น แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าววันละ 25,000 – 30,000 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ดังนั้นการปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือให้ได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับเมืองท่องเที่ยวทางทะเลอย่างภูเก็ต

 

ชุมชนท่องเที่ยวมากเสน่ห์

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อคิดจะมาเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ต อันดับแรกที่นึกถึงก็คงหนีไม่พ้นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามของท้องทะเล ชายหาด และเกาะต่างๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ตามด้วยเมืองแห่งอาหารการกิน รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าจังหวัดภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่แหล่งท่องเที่ยวที่กล่าวมาเพียงเท่านั้น เพราะภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ชวนให้ไปเที่ยวไปสัมผัสถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตอย่างแท้จริง

ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เผยว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คิดมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ก็จะมาเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเล แต่ที่จริงแล้วภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม แบบไม่ได้จัดแต่งขึ้นมา เป็นวีถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำกันเป็นปกติให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม อย่างที่ชุมชนบ้านบางโรง ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ชาวบ้านยังทำสวนยางกรีดยาง ออกเรือทำประมงใช้ชีวิตตามประจำวัน มีการเลี้ยงแพะ ทำสวนผสม มีวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านแบบเดิมๆ ให้ได้เห็นให้ได้มาสัมผัสกัน

“เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน ทางททท. เรามีการจัดทำเป็นเอกสารชื่อว่า เหวนภูเก็ต 7 ชุมชนท่องเที่ยว เหวน ภาษาถิ่นภูเก็ต แปลว่า เที่ยวแบบเรื่อยๆ ค่อยๆ ไป ไม่เร่งรีบ เราจัดทำขึ้นมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้ว่าที่จังหวัดภูเก็ตยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจอีกเยอะ ให้นักท่องเที่ยวรู้จักแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น และภูเก็ตสามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี” กนกกิตติกา เผยเพิ่มเติม
“บ้านบางโรง” เป็นชุมชนเก่าแก่ชุมชนหนึ่งบนเกาะภูเก็ต ชุมชนแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองที่มีชื่อว่าเมืองถลางบางโรงในอดีตเกือบ 200 กว่าปี ชาวบ้านบางโรงที่นี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้าน ทำสวน และรับจ้างทั่วไป แต่ด้วยความที่บ้านบางโรงตั้งอยู่ระหว่างภูเขาและทะเล ทำให้บ้านบางโรงมีทรัพยากรทั้งภูเขา และทะเลที่หลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ จึงทำให้บ้านบางโรงเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติอันบริสุทธ์เดินทางมาเที่ยวกัน

ศึกษาเพิ่ม

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมกระทรวงคมนาคม และประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงคมนาคมว่า โครงการใหญ่ๆ ทยอยเปิดประมูลตามแผน ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น และทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นโดยลำดับ โดยความคืบหน้าของงานด้านโครงสร้างพื้นฐานจะมีผลต่อการจัดลำดับต่างๆ ของประเทศด้วย ซึ่งรัฐบาลมีเวลาทำงานอีก 1 ปี ดังนั้น โครงการที่ยังเหลือจะต้องดำเนินการแบบกระชับ โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) เป็นลำดับแรก ทั้ง ระบบรถไฟ การพัฒนาสนามบิน ท่าเรือ และถนน จะต้องดำเนินการให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้ โดยโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินนั้น คาดว่าจะออกร่างเอกสาร TOR ได้ก่อนสิ้นปีนี้ ส่วนการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภา (MaintenanceRepair and Overhaul) หรือMRO จะออกTOR ได้ ในไตรมาส 1 ปี 2561 เพื่อให้ได้ตัวผู้ก่อสร้างเริ่มต้นในโครงการหลักในขณะที่กฎหมาย EEC ใกล้ออกแล้ว ดังนั้นทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามแผนงาน

พร้อมกันนี้ได้เร่งรัด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ให้ ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาคจำนวน 4 แห่ง ภายในปี 2561 คือ จังหวัดภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา เนื่องจากมีความแออัดสูง ซึ่งโครงการจะมีผลต่อการพัฒนาพื้นที่อย่างมากและด้านการท่องเที่ยว ส่วนการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF: Thailand Future Fund) เพื่อนำมาสร้างทางด่วนพิเศษ นั้นใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งจะสอดคล้องกับการเริ่มต้นโครงการทางด่วนสายพระราม 3- ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพ (ด้านตะวันตก) ในต้นปี 2561

สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ระยะ 2 และทางสายใหม่จำนวน 9 เส้นทาง จะเริ่มทยอยออกประมูล ถือว่าเป็นไปตามแผน รวมถึงโครงการรถไฟไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ-นครราชสีมา นั้น มั่นใจว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ปลายพ.ย.หรือต้นธ.ค. 2560 และอยู่ระหว่างศึกษาจากนครราชสีมา-หนองคาย ต่อเนื่อง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าโครงการที่เกี่ยวข้องกับ EEC นั้น ในส่วนของการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และ โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภา ( MRO) ผ่านการพิจารณาสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ส่วน รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-ระยอง ศึกษาเสร็จแล้วเตรียมเสนอคณะกรรมการ EEC

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง (Action Plan) ปี 58-60 ซึ่งขณะนี้ มีโครงการที่เปิดประมูลแล้วและเตรียมการก่อสร้างจำนวน 27 โครงการ ,โครงการที่อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) หรือ คณะกรรมการ PPP จำนวน24 โครงการ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้จัดทำ Action Plan ปี 2561 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการลงทุน โดยจะเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจากปี 2559 มูลค่า 1.27 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2560 มูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท จำนวนรวม 43 โครงการและเป็นโครงการใหม่ 8 โครงการ มูลค่า 1.03285 แสนล้านบาท ได้แก่ ระบบขนส่งมวลชนในภูมิภาค 4 โครงการคือ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา และภูเก็ต ซึ่งขณะนี้ที่ภูเก็ตได้มีการออกแบบรายละเอียดแล้ว ซึ่งรองนายกฯ ได้มอบหมายให้ศึกษาเพิ่มเติมในจังหวัดที่มีความหนาแน่น เช่น อุดรธานี พิษณุโลก ต่อไป

จบแล้วกินผัก

คึกคักสนั่นเมือง !ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมส่งพระ วันสุดท้ายงานประเพณีถือศีลกินผักวันสุดท้ายที่ภูเก็ต ขณะที่ปี 2561 จะเริ่มตั้งแต่ 9-17ตุลาคม 2561
สำหรับประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2560 ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 20 – 28 ต.ค.60 โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาศาลเจ้าต่างๆ ได้การประกอบพิธีส่งพระ หรือส่ง องค์ยกฮ่องซ่งเต่(พระอิศวร) และองค์กิ้วฮ๋องไต่เต่ (องค์เก้าราชัน) ซึ่งถือว่าเป็นเทพสูงสุดของการถือศีลกินผัก กลับสู่สรวงสวรรค์ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหิน โดยในปีนี้แต่ละศาลเจ้าในเขตตัวเมืองภูเก็ต ไม่จัดพิธีอิ้วเก้งหรือแห่พระผ่านตัวเมือง เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ในห้วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางศาลเจ้าได้ใช้รถยนต์บรรทุกม้าทรงเดินทางมายังปลายสะพานหินแทนเพื่อประกอบพิธีตามที่สืบทอดกันมา


แต่เมื่อขบวนมาถึงปลายแหลมสะพานหิน ได้มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก ได้จุดประทัดใส่ม้าทรงและไท่เปี้ยเป็นจำนวนมากทำเสียงประทัดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบคอยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมงานดังกล่าว
สำหรับพิธีส่งพระ จะประกอบพิธีในคืนสุดท้ายของประเพณี โดยจะมีการส่งองค์ยกฮ่องซ่งเต่ (พระอิศวร) ซึ่งมักส่งกันที่หน้าเสาโกเต้งช่วงเวลา 22.30 น. เพื่อกลับสวรรค์ หลังจากนั้นก็จะส่งองค์กิ๊วฮ๋องไต่เต่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไปประกอบพิธีที่ชายทะเลปลายแปลมสะพานหิน เมื่อขบวนส่งพระออกพ้นประตูไฟทุกดวงในศาลเจ้าต้องดับสนิทและปิดประตูใหญ่
ส่วนการจัดงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2561ได้มีการกำหนดแล้วเช่นกันโดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 และ ในวันนี้ (29ต.ค.) ตั้งแต่เวลา16.00 น.เป็นต้นไป แต่ละศาลเจ้าจะมีการประกอบพิธีลงเสาโก้เต้ง เพื่อเป็นการสิ้นสุดการถือศีลกินผักในปีนี้

พสกนิกรจังหวัดภูเก็ต

สำหรับบรรยากาศการเดินทางมาร่วมพิธี ถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่บริเวณภายในมณฑลพิธีพระเมรุมาศจำลอง เวทีกลางสะพานหิน จ.ภูเก็ต ขณะนี้มีประชาชนเดินทางมาแล้วจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ประชาชนทยอยเดินทางเข้ามายังบริเวณพิธีตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อเข้าสู่จุดคัดกรองบริเวณโรงยิม 4,000 ที่นั่ง ก่อนที่จะทยอยเดินทางไปยังจุดที่กำหนดเพื่อนั่งร่วมพิธี โดยหางแถวของประชาชนอยู่ถึงหน้าวิทยาลัยอาชีวภูเก็ต
โดยเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการ และ จิตอาสา มาเตรียมพร้อมตั้งแต่เวลา 06.30 น.เพื่อปฏิบัติงานทุกอย่างให้พร้อม โดยพิธีถวายดอกไม้จันทน์ เริ่มขึ้น ในเวลา 09.00 น. โดยนายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานในพิธี ต่อด้วยประธานฝ่ายสงฆ์ ตามด้วยพระภิกษุสงฆ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และประชาชน ไปจนถึงเวลา 15.00 น. แล้วจะเริ่มเข้าสู่พิธีสงฆ์ จนถึงเวลา 16.00 น.
หลังจากนั้น จะเป็นการชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีฯ จากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ในเวลา 17.30 น. จะเป็นการถวายดอกไม้จันทร์ในช่วงที่สองอีกครั้ง เริ่มด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานในพิธี ต่อด้วยประธานฝ่ายสงฆ์ พระภิกษุสงฆ์สมณศักดิ์ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชน เวลา 18.00 น. จะเป็นการแสดงมหรสพสมโภช เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ไปจนถึงเวลา 21.00 น. สำหรับการถวายดอกไม้จันทน์จะดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และประชาชนชาวภูเก็ต ที่เดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ จะได้ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ตามความตั้งใจทุกคน
ส่วนสถานที่จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในจังหวัดภูเก็ต ได้กำหนดสถานที่ในพื้นที่ 3 อำเภอ เพื่อสะดวกแก่ประชาชน ประกอบด้วย พระเมรุมาศจำลอง ที่เวทีกลางสะพานหิน อำเภอเมืองภูเก็ต ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ อำเภอกะทู้ ที่วัดอนุภาษกฤษฎาราม (วัดเก็ตโฮ่) และอำเภอถลาง ที่วัดเทพวนาราม (วัดม่าหนิก)

อย่าตัดต้นไม้เลย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่บริเวณสำนักงานสวนป่าบางขนุน ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เดินทางมาตรวจสอบกรณีเรื่องร้องเรียน ต้นกฤษณาขนาดใหญ่ถูกลักลอบตัดในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมี นายสมชาย จิตรหลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ นายทวี ลือชา ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ นายสรกฤษณ สิงห์คำ หัวหน้าส่วนป่าบางขนุน นายกองโท อดุลย์ ชูทอง นายอำเภอถลาง นายสมพร อ่อนทองอินทร์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายจิระเดช บุรารักษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ทหารเรือทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่อส.อ.ถลาง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม กว่า 50 คน และร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน ม.5 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงการเดินทางมาครั้งนี้ ว่า สืบเนื่องจากกรมป่าไม้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่า ต้นกฤษณาขนาดใหญ่ถูกลักลอบตัดในพื้นที่สวนป่าบางขนุน ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังจากนั้นจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบทันที โดยเมื่อวันที่ 19 ต.ค.60 เวลาประมาณ 16.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ขุดดังกล่าวได้สนธิกำลังออกตรวจสอบพื้นที่บริเวณสวนป่าบางขนุน พบไม้กฤษณาถูกโค่นล้ม จำนวน 1 ต้น บริเวณพิกัด UTM 47P 0424488E 0893210N และพบไม้กฤษณามีร่องรอยถูกขุดเจาะต้นไม้แต่ยังไม่ได้โค่นล้ม จำนวน 1 ต้น บริเวณพิกัด UTM 47 P 0424925E 0893184N ซึ่งไม้ดังกล่าวเป็นของป่าหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดของป่าหวงห้าม 2530 ลำดับที่ 4 ไม้กฤษณาที่ถูกโค่นล้มตรวจวัดขนาดได้ความยาว 15 เมตร โต 140ซม. หลังจากทราบข้อมูลในเบื้องต้นตนจึงได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบทันทีในวันนี้
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในวันนี้ พบไม้กฤษณาถูกตัดฟันโค่นล้มเพิ่มอีก จำนวน 1 ต้น บริเวณพิกัด 47 P0425979 E ซม. ความยาว 20 เมตร คิดเป็นปริมาตรได้ 17.33 ลบ.ม. โดยจุดบริเวณทั้งหมดที่พบไม้กฤษณา ถูกตัดโค่นล้มจำนวน 2 จุด รวมไม้ที่ถูกตัดโค่นล้มจำนวน 2 ต้น ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงใช้ดวงตรา ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อน ตรวจยึดไว้เป็นของกลางต่อไป และในขณะคณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบไม่พบบุคคลหนึ่งบุคคลใด ในบริเวณที่เกิดเหตุ และบริเวณที่ใกล้เคียงแต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของผู้ใด เกิดคำถามทำไมต้องทำลายตัดต้นไม้กันด้วย

ต้องทำความสะอาดก่อน

ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต้าโบ้เก้ง (อ๊ามจุ้ยตุ่ย) อ.เมือง จ.ภูเก็ต คณะกรรมการศาลเจ้าฯ ร่วมกับพี่น้องประชาชน นักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งในครั้งนี้ทาง บริษัท แสนสิริ จำกัด และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้นำลูกบ้านและพนักงานมาร่วมด้วย โดยได้ช่วยกันขัดถูและล้างทำความสะอาดพื้นโดยรอบศาลเจ้าเจ้า ตั้งแต่บันไดปากทางเข้าศาลเจ้า เช็คถูโต๊ะ เก้าอี้ และแผงกั้นลวดลายโลหะต่างๆ ขณะเดียวกันยังได้ช่วยกันกวาดถูภายในอาคารศาลเจ้า เช็ดทำความสะอาดกระถางธูป เชิงเทียน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเนื้อโลหะเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม
นอกจากนี้ยังมีการขัดล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการประกอบอาหาร และเครื่องครัวอื่นๆ ที่ใช้ในโรงทานสำหรับผู้เข้าร่วมประเพณีถือศีลกินผักที่ทางศาลเจ้าฯ จัดขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประเพณีถือศีลกินผักที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560
ทั้งนี้การล้างศาลเจ้า หรือล้างอ๊าม ทางศาลเจ้าจะจัดการทำความสะอาดรอบบริเวณ ทั้งภายใน และภายนอก พร้อมประชุมเตรียมความพร้อมประเพณีกินผักไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน หลังจากนั้น ทางศาลเจ้าจะจัดเตรียมอาหารแห้ง ธูปเทียน กระดาษทอง และรับบริจาคสิ่งของ
สำหรับศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง นับว่าเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต มีจำนวนม้าทรงที่มากเป็นอันดับหนึ่ง เดิมศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยตั้งอยู่ที่ซอยอ่างอ่าหลาย หรือซอยรมณีย์ ต่อมา ได้เกิดไฟไหม้บริเวณบ้านเรือนก่อนลามมาติดศาลเจ้า ขณะนั้นจึงได้อัญเชิญเฮี้ยวโห้ย หรือไฟศักดิสิทธิ์มาฝากไว้ที่ศาลเจ้าปุดจ้อ และเมื่อถึงเวลากินผักก็จะอัญเชิญมาไว้ยังศาลเจ้าชั่วคราวที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น ต่อมาเจ้าของที่ได้ถวายที่ให้กิ้วอ๋องไต่เต่ สร้างเป็นศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งหลังแรกเป็นเรือนหลังคาจาก ต่อมา เมื่อชาวบ้านเข้าร่วมพิธีกินผักกันมากขึ้นจึงได้ช่วยกันพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน กินเจปีนี้นักท่องเที่ยวจีนคงมากันมากมายที่พักจะป่าว ต้องรีบจองด่วน

งานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย

บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าบิ๊กซีภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยมีเครือข่ายผู้ผลินสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดภูเก็ต ออกบูทจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรจำนวน 30 บูท ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค. 2554 นี้ โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากศูนย์การค้าบิ๊กซี ภูเก็ต

นายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตพืชปลอดภัยสนับสนุนการท่องเที่ยว งบพัฒนาจังหวัดปีงบประมาณ 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเชื่อมโยงการตลาดเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดสินค้าเกษตรให้สามารถแข่งขันได้ ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรให้แก่ผู้บริโภคด้วย

การจัดตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่การจำหน่ายผัก ผลไม้ ปลอดภัยจากสารพิษของเกษตรกรผู้ผลิตจังหวัดภูเก็ต การจำหน่ายอาหารแปรรูป อาหารพื้นเมือง ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูเก็ต การสาธิตและการจัดแสดงกระบวนการผลิตสำค้าปลอดภัย การจัดนิทรรศการและการให้คำปรึกษาวิชาการเกษตร โดยหน่วยงานราชการและเกษตร

รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญตักบาตร นับเป็นมหามงคลยิ่งที่ประชาชนชาวภูเก็ตทุกหมู่เหล่าได้แสดงความจงรักภักดี และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ที่ทุก พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในพระกรณียกิจ น้อยใหญ่ เพื่อพสกนิกรชาวไทย อยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติเป็นสำคัญ จังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้งและพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ขึ้น

ชาวประมงพบ

ชาวประมงพบวัตถุคล้ายระเบิดตอร์ปิโด จมในทะเลหน้าหาดในยาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต ประสานเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงตรวจสอบเก็บกู้
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ทำการประมงอยู่บริเวณหาดในยาง ว่า พบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ คล้ายระเบิดตอร์ปิโด จมอยู่ในน้ำ ห่างจากชายฝั่งลงไปในทะเลประมาณ 30-40 เมตร จะเห็นชัดเจนช่วงที่น้ำลด หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ลงไปตรวจสอบเบื้องต้น

พบว่า วัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่งเหล็ก หัวมนกลม และส่วนปลายเรียว มีสนิม และตัวเพรียงเกาะโดยรอบ ความยาวประมาณ 3-5 เมตร กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการผูกทุ่นเพื่อแจ้งจุดที่พบ และกั้นเขตพื้นที่ปลอดภัยไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณดังกล่าวจนกกว่าจะมีการตรวจพิสูจน์แน่ชัดว่าเป็นวัตถุอะไร เพราะวัตถุดังกลาวจะจมอยู่ใต้น้ำจะสามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อน้ำลด
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ชาวบ้านที่ทำประมงอยู่บริเวณดังกล่าวเคยเห็นวัตถุนี้แล้วเมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้ แต่เห็นไม่ชัดเนื่องจากจมอยู่ในทรายใต้น้ำ แต่เนื่องจากวันนี้ระดับน้ำลดลงทำให้เห็นวัตถุโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสอบ

เข้อีกแล้ว

เจ้า “เลพัง” จระเข้เพศผู้ น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ตัวบิ๊กจริงๆ  ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้จากขุมน้ำบริเวณหน้าหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีชาวต่างชาติใช้โดรนบินถ่ายภาพไว้ได้ขณะที่จระเข้เลพัง กำลังว่ายน้ำที่หน้าชายหาดเลพัง ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและตื่นกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ จนทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องตั้งทีมไล่ล่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

หลังจากเจ้าหน้าที่จับตัวจระเข้ตัวดังกล่าวได้ ก็ได้นำตัวไปพักไว้ที่บ่อเลี้ยง ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ชั่วคราว ระหว่างรอผลการตรวจพันธุกรรมของเจ้าเลพัง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและจัดหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้กับเจ้าเลพังต่อไป ไม่ว่าจะเป็นจระเข้น้ำเค็มสายพันธุ์แท้หรือ ลูกผสมไฮบริด ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจดีเอ็นเอยังไม่ออก เจ้าเลพังยังคงอยู่ในบ่อซีเมนต์ไปก่อน
อย่างไรก็ตามหลังจากทางเจ้าหน้าที่นำเจ้าเลพัง มาพักที่บ่อพักชั่วครัวได้เกือบ 1 เดือน ล่าสุดวันนี้ (29ก.ย.) พบว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เจ้าเลพัง ยอมกินซี่โครงไก่ที่เจ้าหน้าที่ให้แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ยอมกินอะไร ไม่ว่าจะเป็นปลาตาย ปลาเป็น ซี่โครงไก่ ซึ่งจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเจ้าเลพัง ทราบว่า เจ้าเลพังยังมีร่างกายแข็งสมบูรณ์ สามารถว่ายน้ำได้ตามปกติ แต่ส่วนใหญ่จะนอนนิ่งๆในน้ำ ซึ่งในบ่อมีการสร้างกองทรายขึ้นมา เพื่อให้เจ้าเลพังปีนขึ้นไปพักบนกองทรายดังกล่าว

สำหรับการให้อาหาร ตลอด 25 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ให้อาหารทั้งปลาเป็นและปลาตายลงไปในบ่อ แต่เจ้าเลพังไม่ยอมกิน รวมทั้งนำปลาใส่ตะแกรงและและนำไปใกล้ปากของเจ้าเลพังก็ไม่สนใจที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำทุกวิธีเพื่อให้ เจ้าเลพังกินอาหาร จนกระทั้งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำโครงไก่ใส่ลงไปในบ่อ เมื่อเจ้าเลพังเห็นก็ว่ายน้ำเข้ามางับและกินทันทีสร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าเลพังเป็น จระเข้น้ำเค็มแต่ หรือเป็นลูกผสม ยังไม่มา แต่คาดว่าจะทราบผลเร็วนี้ ซึ่งหากทราบผลแล้วคงต้องให้กรมอุทยานฯ เป็นแม่งานหลักในการจัดหาสถานที่เหมาะสมให้กับเจ้าเลพังต่อไป