Category Archives: Uncategorized

จับขโมยทีสนามบิน

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนขยายผล ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้อีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ประวิทย์ สิทธิเรืองอรุณ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมนาย ขวัญชัย บุตรไชย อายุ 28 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ

พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้า ยาบ้า และสิ่งของที่ขโมย มาจากคลังสินค้าสนามบินภูเก็ตจำนวนหลายรายการ จึงนี้ที่จึงตรวจยึดไว้ และแจ้งข้อกล่าวหา นำหรือพาของต้องห้าม ต้องจำกัดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ มียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าท่าอากาศยานภูเก็ต ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการสุ่มตรวจพนักงานที่ทำการขนถ่ายสัมภาระ และมีผลการจับกุมมาตลอด แต่เนื่องจากการตรวจสอบทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะบางส่วนจะขโมยสิ่งของที่เป็นของใช้เล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผู้โดยสารไม่ติดใจ และบางครั้งก็ไม่ชัดเจนว่าสิ่งของหายที่ใด

กระทั่งรายล่าสุดปรากฏ ว่า มีพัสดุที่จะต้องส่งต่อหายไป จึงแจ้งทางสายการบิน และทางสายการบินได้แจ้งมายังสนามบิน และแจ้งต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งทางชุดสืบสวน จึงไปตรวจสอบกล้องวงปิด จนพบผู้ต้องสงสัยดังกล่าว และ นำไปตรวจค้นบ้านพัก พบของกลางจำนวนมากดังกล่าว

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวลักทรัพย์ในเขตท่าอากาศยานและรับของโจรนั้น ต้องให้กระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน จึงจะแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมในภายหลัง ประกอบกับยังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จิระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการสุ่มตรวจพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในท่าอากาศยาน โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานขนย้ายสัมภาระแล้ว ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง หลังจากนี้นอกจากเพิ่มความเข้มในการสุ่มตรวจแล้ว จะได้มีการเชิญผู้ประกอบการและพนักงานขนถ่ายสัมภาระมาอบรมชี้แจงทำความเข้าใจ โดยเฉพาะโทษที่จะได้รับ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตด้วย และขอให้สายการบินต่างๆ มาดูของกลางที่ สภ.สาคูด้วยว่า มีทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่แจ้งหายไว้บ้างหรือไม่อย่างไร

รอรถไฟฟ้า

ายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า รฟม. ได้ดำเนินนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนารถไฟฟ้าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินโครงการสายหลักไปเกือบหมดแลัว และในอนาคตจะดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าเมืองหลักภูมิภาคตามที่ รฟม. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินงานโครงการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เช่น โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต (ช่วงท่าอากาศยานฯ – ห้าแยกฉลอง) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น โดยได้กำชับ รฟม. ให้เร่งคืนพื้นที่ให้กับประชาชนในเส้นทางที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ เนื่องจากในปี 2561 มีโครงการใหม่ที่ต่องดำเนินการก่อสร้าง เช่น รถไฟฟ้สายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว – สำโรง และสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี รวมถึงการผลักดัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วง เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเหนือ ช่วงบางใหญ่-เตาปูน คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
งนี้ ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการรรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค และช่วงเตาปูน – ท่าพระ มีความคืบหน้าร้อยละ 97.52 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต มีความคืบหน้าร้อยละ 53.31 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความคืบหน้าร้อยละ 4.66 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง อยู่ระหว่างเตรียมการรื้อย้ายสาธารณูปโภคใต้ดินตามแนวสาย

โครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างเตรียมการประกวดราคา 1 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าที่จะดำเนินการในปี 2561 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางแค – พุทธมณฑลสาย 4 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ส่วนตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงคูคต – ลำลูกกา และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงสมุทรปราการ – บางปู

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าเมืองหลักภูมิภาคในปี 2561 รฟม. จะศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการลงทุนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ตให้แล้วเสร็จ และเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป ส่วนโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ รฟม. จะเริ่มศึกษาความเหมาะสม จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ออกแบบ และศึกษารูปแบบการลงทุนโครงการต่อไป

 

นกอ่อนแรง

เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ช่วยเหลือแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย อพยพหนีหนาว อาการอ่อนแรง บินหลงฝูงตกลงพื้นในพื้นที่ตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต พร้อมให้ยาปฏิชีวนะ ดูแลให้แข็งแรงก่อนส่งต่อให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตนครปฐม ต่อไป

นายธีธัช ดำอุดม หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ได้รับตัวแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยตัวเต็มวัย น้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม ความกว้างของปีกกางออกประมาณ 3 เมตร มีลักษณะสีน้ำตาล ตามตัวมีลาย จากชาวบ้านที่พบว่า ตกในพื้นที่ ต.ราไวย์จ.ภูเก็ต ที่มีอาการอ่อนแรง นำเข้าอนุบาล และดูแลรักษาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา โดยทางเจ้าหน้าที่จะให้อยู่ในกรงขนาดใหญ่ มีการให้อาหารตามธรรมชาติผสมยาปฏิชีวนะ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงระยะหนึ่ง ต่อจากนั้น จะส่งตัวแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย ไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม เพื่อนำไปฟื้นฟูดูแลให้แข็งแรง และฝังชิปใต้ปีกก่อนจะปล่อยกลับสู่ถิ่นเดิม

นายสมโชค สุขอินทร์ เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา กล่าวว่า แร้งสีน้ำตาลหิมาลัย มีแหล่งอาศัยในประเทศทิเบต จีน และอินเดีย ซึ่งแร้งสีน้ำตาลตัวดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้รับมาดูแลหลังจากชาวบ้านใน ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต พบตกอยู่บริเวณชายหาด มีอาการอ่อนเพลีย โดยทางชาวบ้านได้นำไปดูแลก่อนจะแจ้งให้ทาง นายธีธัช ดำอุดม หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา และเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ไปรับมาดูแลต่อ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รับมารักษาโดยให้วิตามินผสมกับน้ำ และอาหารในช่วงแรก และทางเจ้าหน้าที่ได้ให้กินซี่โครงไก่แบบสับละเอียด เพื่อเพิ่มแคลเซียม ซึ่งแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย น่าจะอพยพหนีหนาวมาเป็นฝูง และบินจนอ่อนแรงเลยพลัดตกหลงฝูง หลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งไปยังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม ไปฟื้นฟู่ก่อนปล่อยสู่ถิ่นกำเนิด มีน้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม ความกว้างของปีกกางออกประมาณ 3 เมตร ความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 1 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่เคยพบแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย

สำหรับแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย จัดเป็นแร้ง หรืออีแร้งที่มีขนาดใหญ่รองมาจากแร้งดำหิมาลัย ที่สามารถพบได้แถบเทือกเขาหิมาลัย จะกระจายพันธุ์อยู่ตามแถบเทือกเขาของภูมิภาคเอเชียกลางไปจนถึงจีน และไซบีเรีย โดยปกติจะอาศัยอยู่ในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 600 – 2,500 เมตร เวลาบินหากินจะบินไปจนถึงระดับ 4,500 เมตร หรือสูงกว่านี้ จะหากินเพียงลำพังหรือพบเป็นฝูงเล็กๆ เพียง 2-3 ตัว โดยจะหากินตามช่องเขา หรือทางเดินบนเขา หรือบินตามฝูงสัตว์เพื่อรอกินซากของสัตว์ที่ตาย

แก้ปัญหาไกด์

จากกรณีมีการการแชร์ภาพกลุ่มไกด์คนไทยถือป้ายประท้วงไกด์เถื่อนจีน ที่แหลมพรมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาแก้ไขความเดือดร้อน หลังไกด์เถื่อนเข้ามาแย่งงาน บริษัททัวร์ไม่จ้างไกด์คนไทย โดยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าไป พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เกี่ยวกับเรื่องนี้

โดย ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.60 ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากนี้จะได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ รวมทั้งรายงานให้ทางจังหวัดทราบเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยทำความเข้าใจ และให้ทางผู้ที่มายืนถือป้ายได้กลับไปทำข้อเรียกร้องแล้วไปยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งปัญหาดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ปัญหาลักษณะนี้จะเกิดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวหลายจังหวัด ทางตำรวจไม่ได้เพิกเฉยละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง การจับกุมลักษณะนี้จะต้องเป็นความผิดซึ่งหน้า ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นไกด์เถื่อนนั้นจะพูดคุยกับนักท่องเที่ยวในรถ ตรงนี้เราไม่มีหลักฐาน เมื่อลงจากรถก็จะให้ไกด์ไทยที่มีบัตรเป็นคนพูดคุย ทำให้ยากแก่การจับกุม

ด้าน พ.ต.ต.เอกชัย ศิริ สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.3 กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยกลุ่มที่มายืนถือป้ายนั้นอ้างว่า บริษัททัวร์ไม่รับไกด์คนไทยทำงาน ทำให้ไกด์คนไทยตกงาน ซึ่งได้รวบรวมปัญหาทั้งหมดเพื่อหาแนวทางในการแก้ไข ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวไม่ได้ละเลยในการแก้ไขปัญหา มีการออกตรวจ รวมทั้งจับกุมตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ มีผลการจับกุมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีกว่า 100 คดี

ขณะที่แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า เรื่องไกด์เถื่อนเข้ามาแย่งงานคนไทยที่เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะต้องนำไปหารือกับ รมว.การท่องเที่ยวฯ ให้แก้ไขปัญหา และดำเนินการเป็นนโยบายเป็นรูปธรรม ซึ่งในต่างประเทศเองก็มีการบริการท่องเที่ยว เช่น ที่ประเทศจีนที่เราไปเที่ยว ทัวร์ของเขาจะมีหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทยนำลูกทัวร์ไป แต่เมื่อไปถึงเมืองจีน เขาจะมีไกด์จีน 1 คน มาดูแลเราตั้งแต่วันแรกจนจบทัวร์ และแต่ละเมืองจะมีมัคคุเทศก์อีก 1 คน มาเพิ่ม เพื่อที่จะอธิบายประวัติของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ชอปปิ้งก็เป็นของคนจีน

ฉะนั้น นักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยก็ต้องมีกฎเกณท์เหมือนกันว่าเมื่อกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติมา จะมีไกด์ของเขาจากต้นทาง 1 คน เมื่อมาถึงไทยจะมีไกด์ไทยดูแลตั้งแต่ลงเครื่องจนกลับ 1 คน และเมื่อมาถึงภูเก็ต ก็จะต้องมีไกด์ท้องถิ่นที่รู้เรื่องประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวดูแลอีก 1 คน จึงจะถูกต้อง ไม่ใช่เป็นไกด์จีนทำหน้าที่ทั้งหมด แล้วคนไทยจะได้อะไร แถมอธิบายประวัติศาสตร์ผิดๆ ให้เสื่อมเสียประเทศไทย

Amazing Countdown 2018

ยยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2018 ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.60 – 1 ม.ค.61 ภายใต้แนวคิดเที่ยววิถีไทยรับปีใหม่กับชุมชน และ 5 ช. 5ส. คือ ชม ชิม ช็อป ช่วยแชร์- เสน่ห์ สนุกสบาย สุดแซ่บ และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ชุมชน นอกเหนือการจัดงานในพื้นที่เมืองหลักแล้ว ยังได้เน้นการจัดงานในพื้นที่เมืองรอง 5 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง สกลนคร ระยอง กาญจนบุรี และ ภูเก็ต เพื่อให้เกิดการเดินทาง และการใช้จ่ายกระจายไปยังภูมิภาค รวมถึงเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ได้รับประสบการณ์ และจับจ่ายของท้องถิ่น
สำหรับกิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2018 ใน 5 เมืองรองนั้น แต่ละจังหวัดก็จะมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ประกอบด้วย จ.ลำปาง เป็นงานปีใหม่นครลำปาง กล้วยไม้บานที่ลำปาง ซึ่งจะประดับสถานที่ให้เต็มไปด้วยบรรยากาศของสวนกล้วยไม้ พร้อมสะพานดอกไม้ และประดับตกแต่งไฟ รวมถึงการออกร้านอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปาง และผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค.60 -1 ม.ค.61 ส่วนที่ จ.สกลนคร จัดงานในแนวคิด COOL ISAN อีสานแซบนัวสุดชิค พบกับ 3 ดำมหัศจรรย์สัตว์เศรษฐกิจขึ้นชื่อของจ.สกลนครได้แก่ โคเนื้อทาจิมะภูพาน ไก่ดำภูพาน และหมูดำภูพาน ที่ จ.ระยอง กำหนดจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด ททท. ชวนมาอารมณ์ดี รับปีใหม่ที่ริมทะเลระยอง พบกับกิจกรรมดนตรีแนวยุค 90 และดนตรีแนว EDM จ.กาญจนบุรี จัดกิจกรรมที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว โดยมีขบวนสีสันแห่งความสุข การประดับไฟที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และที่ จ.ภูเก็ต จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิดย้อนยุคสไตล์โมเดิร์น ประดับตกแต่งไฟบริเวณหอนาฬิกา อาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ถนนกลาง และสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา การแต่งกายย้อนยุค การออกร้านขายอาหาร และกิจกรรม Big cleaning Day ในวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค.61 ด้วย

“ ตั้งเป้าว่า จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวใน 5 จังหวัด และสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า จังหวัดละ 200 ล้านบาท รวม 5 จังหวัด ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท”

สำหรับกิจกรรม Amazing Thailand Countdown 2018 ในพื้นที่จังหวัดหลัก ก็ยังคงความคึกคักเช่นเคย โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อยู่ในปฏิทินเคานต์ดาวน์ของโลก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นเสน่ห์ของประเทศไทย รวมถึงได้รับความร่วมมือการจัดงานจากหน่วยงานภาคเอกชน ซึ่งจะตอกย้ำเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนมากที่สุด 2 ปีซ้อน เช่นเดียวกับงานเทศกาลปีใหม่พัทยา 2560 Pattaya Countdown 2018 เทศกาลเคานต์ดาวน์เชียงใหม่ 2018 งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม งานเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว จ.เลย เทศกาลท่องเที่ยวรับตะวัน 3 แผ่นดิน จ.ศรีสะเกษ รวมถึงกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าวิถีไทยต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธซึ่งจัดให้มีการสวดมนต์ข้ามปี และการทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าของวันที่ 1 ม.ค.61 ในหลายพื้นที่ด้วย.

รถบัสยุคนี้

ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วย นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการเข้าถึงบริการรถโดยสารประจำทางผ่าน Application Smart Bus Smart Passengers ของสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต นางบุษยา ใจเปี่ยม ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการขนส่ง รถโดยสารสาธารณะ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

ภายหลังพิธีเปิดโครงการฯ ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับบริษัท แท็กซี่ บีม จำกัด บริษัทภูเก็ตมหานคร จำกัด บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด บริษัทวาระรัศมีมหาธานี จำกัด บริษัทพันทิพย์ 1970 จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดโอเอสทัวร์ ซึ่งเป็นผู้ปะกอบการที่เข้าร่วมดำเนินโครงการพัฒนาการเข้าถึงบริการรถโดยสารประจำทางผ่านแอปพลิเคชันกับผู้ประกอบการขนส่ง โดยการนำ Application Bus Beam ไปใช้เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ในส่วนของรถหมวด 3 หมวด 4 รวม ซึ่งประกอบด้วย เส้นทางรถหมวด 4 เส้นทางภายในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางสนามบิน-สถานีขนส่งผู้โดยสาร 1 และเส้นทางสนามบิน-ป่าตอง และในส่วนของรถหมวด 3 ซึ่งเป็นรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัดที่ทดลองใช้โดยเชื่อมโยงกัน ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และจังหวัดภูเก็ต

นายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการจัดทำโครงการดังกล่าว ว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต มีแนวคิด และเป้าหมายที่จะให้ผู้โดยสาร หรือประชาชนผู้รอใช้บริการรถโดยสารประจำทางในจังหวัดภูเก็ต ได้รับความสะดวกในการเดินทาง สามารถทราบว่ารถอยู่ที่ไหน ทราบเวลาที่รถจะเดินทางมาถึง ตลอดจนทราบว่ารถเที่ยวที่รอนั้นผ่านไปหรือยัง จึงมีแนวคิดให้มีการเพิ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้ และเป็นการพัฒนาต่อยอดนโยบาย “มั่นใจ ทั่วไทย รถใช้ GPS” เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเพื่อประชาชน นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้สะดวก เชื่อมคน เชื่อมรถผู้โดยสารรอรถแบบ “รู้รถ รู้เวลา” สามารถตรวจสอบการเดินทางของรถโดยสารประจำทางผ่านสมาร์ทโฟนของตนเองได้

และให้ผู้ประกอบการขนส่งมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการที่มีผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีงบประมาณที่จะนำมาปรับปรุงตัวรถ และการให้บริการให้ดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์กรมการขนส่งทางบก (การขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพพัฒนาและส่งเสริมระบบการขนส่งทางถนนให้มีประสิทธิภาพและแข่งขันได้) ยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และยุทธศาสตร์จังหวัดภูเก็ต (เมืองดิจิทัล:เมืองที่มีความทันสมัยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีการคมนาคมมีความสะดวก)

น้ำตกใหม่

เทศบาลเมืองป่าตอง ตั้งกองทุนน้ำตกวังขี้อ้อน ระดมทุนจากทุกภาคส่วน 10 ล้านบาท พลิกฟื้นคืนชีวิตให้น้ำตกวังขี้อ้อน น้ำตกแห่งเดียวในหาดป่าตอง ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จเยือนเมื่อปี 2502 ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนแห่งใหม่ของหาดป่าตอง พร้อมเปิดศูนย์การเรียนรู้น้ำตกวังขี้อ้อน ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้
น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงการพัฒนาน้ำตกวังขี้อ้อน ซึ่งเป็นน้ำตกแห่งเดียวในเมืองป่าตอง ว่า เทศบาลเมืองป่าตอง มีโครงการที่จะพัฒนาน้ำตกวังขี้อ้อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของป่าตอง ที่นอกเหนือจากหาดทราย ชายทะเล และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน และต้องการให้คนป่าตอง และคนทั่วไปได้รู้ถึงความสำคัญของน้ำตกวังขี้อ้อน จึงได้ทำโครงการฟื้นฟูน้ำตกวังขี้อ้อนขึ้น
หลังจากตนเข้ามาบริหารเมืองป่าตอง ชาวบ้านได้เรียกร้องให้นำวิถีน้ำตกวังขี้อ้อนคืนมาเหมือนในอดีต เพราะน้ำตกวังขี้อ้อนนี้เป็นน้ำตกที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จมาเยือนเมื่อปี 2502 ทำให้ป่าตองเป็นที่รู้จักของคนภายนอกมากขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รวมทั้งมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชนชาวป่าตองอย่างมาก ซึ่งตนจำได้ว่า เคยไปเล่นน้ำตกวังขี้อ้อนตอนเด็กๆ เป็นเสมือนน้ำประปาของคนป่าตองในสมัยก่อน จึงได้เชิญพี่น้องประชาชนในพื้นที่ระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินแปลงที่อยู่ด้านหน้าของทางเข้าน้ำตกวังขี้อ้อน เพราะหลังจากที่การท่องเที่ยวของป่าตองมีการเติบโต ที่ดินที่อยู่ทางเข้าน้ำตกวังขี้อ้อนก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ และล่าสุดก็ได้มีการลงทุนเป็นร้านอาหาร ทำให้การเข้า-ออกน้ำตกค่อนข้างที่จะลำบาก ตนจึงได้หารือกับหลายๆ คนที่จะหาแนวทางในการเปิดทางเข้าน้ำตกให้สะดวกขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
จึงได้จัดตั้งกองทุนน้ำตกวังขี้อ้อนขึ้นมาเพื่อซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว เนื้อที่ 3 งาน ราคา 10 ล้าน ซึ่งระดมทุนประมาณ 4 เดือน ก็สามารถซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวได้ และขณะนี้ได้โอนที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของเทศบาลเมืองป่าตองแล้ว เมื่อซื้อที่ดินแล้วก็มีการเข้ามาพัฒนา สิ่งแรกที่ทำคือ การแยกน้ำเสียออกจากน้ำตกวังขี้อ้น เพื่อให้น้ำตกวังขี้อ้อนสามารถเล่นได้ โดยมีการของบประมาณจากเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อทำท่อรวบรวมน้ำ แยกน้ำเสียจากบ้านเรือนออกจากน้ำตกวังขี้อ้อน ซึ่งขณะนี้ทำเสร็จแล้ว ประชาชนทุกคนสามารถเล่นน้ำตกวังขี้อ้อนได้แล้ว แต่ไม่สามารถเดินไปยังจุดสูงสุดของน้ำตกได้เพราะธรรมชาติไม่เอื้ออำนวย
เทศบาลเมืองป่าตอง จึงมีการออกแบบเสริมทำเหมือนเป็นบันได้ขึ้นไปด้านบนน้ำตก ออกแบบให้กลมกลืนธรรมชาติมากที่สุด และที่บริเวณมีกำแพงบ้านที่อยู่บริเวณน้ำตกจะปั้นหินเทียมปิดกำแพง ปลูกต้นไม้กลมกลืนธรรมชาติ ทำฝ่ายเล็กๆ เพื่อปล่อยให้น้ำจากด้านบนลงมาด้านล่าง ทำให้เห็นน้ำตกมากขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีการของบประมาณทำอาคารศูนย์การเรียนรู้วังขี้อ้อน ในอาคารศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวที่กำแพงจะมีที่ระลึกอนุสรณ์รูปปั้นนูนต่ำของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จมาเยือนน้ำตกวังขี้อ้อน และเสด็จเยือนมายังราชประทานนุสรณ์ บ้านมอญ หลังจากที่มีการเข้าไปปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ ทำให้ป่าตองมีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่ง ถือว่าเป็นการคืนชีวิตให้ธรรมชาติ คืนธรรมชาติให้ชุมชน และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งศูนย์การเรียนรู้วังขี้อ้อนจะเปิดวันที่ 5 ธ.ค.นี้

นางฟ้าลง

มีรายงานล่าสุดพบว่า เหล่านางฟ้าวิกตอเรีย ซีเครต เลือกไทยเป็นสถานพักผ่อนหลังเสร็จสิ้นการเดินแบบโชว์ประจำปีที่เมืองเซี่ยงไฮ้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา 4 สาววิกตอเรีย ซีเครตที่มาเยือนไทยได้แก่ ไลส์ ริเบโร (Lais Ribeiro) จากบราซิล โจเซฟิน สครีเวอร์ (Josephine Skriver) จากเดนมาร์ก ซารา ซังไปยู (Sara Sampaio) จากโปรตุเกส และแจสมิน ทุกส์ (Jasmine Tookes) จากสหรัฐฯ ได้ส่งภาพถ่ายจากไทยผ่านอินสตาแกรมอวดชาวโลก และได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมช้างที่ปางช้างภูเก็ต

เพจซิกส์ (Page Six) รายงานล่าสุดว่า เป็นที่ฮือฮาเมื่อพบว่า 4 นางฟ้าวิกตอเรีย ซีเครตนั้นเดินทางมาพักผ่อนที่ทางใต้ของไทยหลังจากเสร็จสิ้นงานโชว์ประจำปี วิกตอเรีย ซีเครต ในเซี่ยงไฮ้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งออกอากาศในสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (28) ล่าสุดทางสถานีโทรทัศน์ CBS

พบว่า 4 นางฟ้าที่มาเยือนไทยได้แก่ ไลส์ ริเบโร (Lais Ribeiro) จากบราซิล โจเซฟิน สครีเวอร์ (Josephine Skriver) จากเดนมาร์ก ซารา ซังไปยู (Sara Sampaio) จากโปรตุเกส และแจสมิน ทุกส์ (Jasmine Tookes)จากสหรัฐฯ

สื่อเพจซิกซ์รายงานว่า เหล่านางฟ้าทั้งหมดได้ส่งภาพจากรีสอร์ตสุดหรูทางใต้ที่ได้เข้าพัก และการใช้เวลาการท่องเที่ยวระหว่างอยู่ในไทยผ่านทางอินสตาแกรมไปอวดแฟนๆ ทั่วโลก โดยมีการถ่ายภาพหมู่ของบรรดานางฟ้าที่ อานนี วิลลาส์ ไทยแลนด์ (Ani Villas) สถานที่พวกเธอเข้าพัก และมีการโพสต์ภาพการเล่นสไลเดอร์ในสวนน้ำของอานนี่ วิลล่าส์ แห่งนี้อีกด้วย

จากอินสตาแกรมของนางแบบสาวจากโปรตุเกส ชังไปยู กล่าวว่า “ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องจากสถานที่แสนสวยเหล่านี้ไป ขอขอบคุณ@Ani Villas สำหรับการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม และรักสาวๆ พวกนี้มาก มีความทรงจำที่ดีๆ มากมาย!!”

ส่วนในอินสตาแกรมของสครีเวอร์จากเดนมาร์ก เธอได้ถ่ายภาพขณะกำลังเล่นสไลเดอร์ที่สวนน้ำพร้อมกับซังไปยู โดยสครีเวอร์กล่าวในอินสตาแกรมว่า “ไม่เคยโตเสียที”

นอกจากนี้ ในอินสตาแกรมของนางแบบสาวผิวสีชาวอเมริกัน ทุกส์ได้โพสต์ภาพตัวเองในชุดบิกินีสีดำพร้อมกับเรือที่มีชื่อว่า “จิรนันทร์” ซึ่งนางฟ้าวิกตอเรีย ซีเครต รายนี้ถึงกับกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของเธอ ส่วนเพื่อนนางแบบสาวซังไปยูได้โพสต์ภาพการไปเยือนปางช้างภูเก็ต โดยเธอได้เล่าเรื่องของเธอผ่านอินสตาแกรมอย่างน่าสนใจว่า

“ได้ใช้เวลาในช่วงบ่ายเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ที่สวยงามเหล่านี้ที่ @phuketelephantsanctuary ในประเทศไทย พวกเขาได้ช่วยเหลือช้างเหล่านี้ และทำการรักษาและบำบัดช้างที่ได้รับบาดเจ็บและถูกทรมาน ดังนั้นหากพวกคุณได้โอกาสมาเยือนประเทศไทย ขอได้โปรดอย่าขี่พวกมัน หรือให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวที่จะทำร้ายสัตว์ที่สวยงามเหล่านี้ขอขอบคุณ@phuketelephantsanctuary สำหรับทุกสิ่งที่พวกคุณได้ทำ”

เปิดใช้แล้วอาคารผู้โดยสาร

เปิดใช้แล้ว 28 พ.ย.นี้ อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต รองรับผู้โดยสารช่วงไฮซีชั่นภูเก็ต ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกๆปี ก่อนส่งมอบพื้นที่ปรับปรุงอาคารเฟส 2 เสร็จทั้งหมดภายใน มิ.ย.ปีหน้า เผยเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นตลอด ปีนี้ทะลุ 16 ล้านคน เที่ยวบินสูงถึงวันละ 300 เที่ยวบิน
นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการเปิดใช้อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เฟสแรก ของท่าอากาศยานภูเก็ต ว่า หลังจากที่บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ส่งมอบงานปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เฟสแรก ให้กับท่าอากาศภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2560 ที่ผ่านมา ทางท่าอากาศยานภูเก็ตได้เข้าไปดำเนินการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน และพร้อมที่จะเปิดใช้อาคารดังกล่าวตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 27 พ.ย.2560 เพื่อรับเที่ยวบินแรกของเช้าวันที่ 28 พ.ย. 2560 ซึ่งเป็นเที่ยวบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินแอร์เอเชีย
ทั้งนี้ เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในช่วง High Season (ตุลาคม 2560 – มีนาคม 2561) ของทุกปี เนื่องจากผู้โดยภายในประเทศมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับผู้โดยสารระหว่างประเทศร้อยละ 47 ของผู้โดยสารที่ผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตทั้งหมด ซึ่งการเปิดใช้อาคารดังกล่าวจะทำให้ผู้โดยสารภายในประเทศมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งขาเข้าและขาออก อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของการให้บริการอาจจะไม่สะดวกทั้งหมด แต่ท่าอากาศภูเก็ตจะเร่งปรับปรุงแก้ไขให้เสร็จทั้งหมดภายใน 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ระยะแรกแล้ว จะดำเนินการปิดปรับปรุงระยะที่ 2 (เฟส 2 ทางด้านทิศเหนือ) ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตามกำหนดการจะแล้วเสร็จและเปิดให้บิรการได้ภายในเดือน มิ.ย. 2561 นี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามการดำเนินการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศระยะที่ 2 (เฟส 2 ทางด้านทิศเหนือ) อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกต่อผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ท่าอากาศยานภูเก็ตจึงขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และหากผู้โดยสารหรือผู้ใช้บริการมีข้อคิดเห็นประการใด ทางท่าอากาศยานภูเก็ตพร้อมที่จะนำไปปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น
การเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารภายในประเทศทั้งส่วนขาเข้าและขาออกนั้น ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายในเรื่องเส้นทางการจราจร และความกว้างของห้องโถงเช็คอิน โดยมีเคาน์เตอร์เช็คอินจำนวน 22 เคาน์เตอร์ อีกทั้งมีการขยายพื้นที่ห้องโถงเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงระบบสาธารณูปโภคภายในอาคารผู้โดยสารและเส้นทางการจราจร ซึ่งผู้โดยสารสามารถเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศโดยใช้ทางเข้าจากทางหลวงหมายเลข 4031 บริเวณตรงข้ามสถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หลังจากนั้นในส่วนของ ผู้โดยสารขาออกสามารถส่งผู้โดยสารได้บริเวณชานชาลาชั้น 2 และผู้โดยสารขาเข้าสามารถรับได้บริเวณชานชาลาชั้น 1 นอกจากนี้ผู้โดยสารที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลมา สามารถนำรถยนต์ไปจอดยังบริเวณลานจอดรถยนต์ด้านหน้าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ หรืออาคารจอดรถยนต์ 5 ชั้นและใช้ทางเดินเชื่อมมายังอาคารผู้โดยสารภายในประเทศได้เช่นกัน และในส่วนของการตรวจค้นสัมภาระของผู้โดยสาร ทภก. ได้ใช้รูปแบบการตรวจค้นสัมภาระแบบ Terminal Screening
นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า สำหรับเที่ยวบินที่มาลงที่สนามบินภูเก็ตขณะนี้เฉลี่ยวันละ 270-280 เที่ยวบินต่อวัน และเมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีชั่นจะมีถึง 300 เที่ยวบินต่อวัน ยังอยู่ในศักยภาพที่ท่าฯภูเก็ตจะสามารถรองรับได้ เพราะโดยศักยภาพของท่าฯภูเก็ต สามารถรองรับได้ชั่วโมงละ 20 เที่ยวบิน หรือวันละ 400 เที่ยวบิน ส่วนผู้โดยสารสิ้นสุดเดือน ต.ค.2560 อยู่ที่ 16 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก ในส่วนนี้ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้วางแผนในการพัฒนาเพิ่มศักยภาพไว้แล้ว

บินไปนครราชสีมา

สนามบินนครราชสีมาเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์แบบเช่าเหมาลำ โดย “นิวเจน แอร์เวย์ส” ประเดิม “นครราชสีมา- สุราษฎร์ธานี” ก่อนเปิดบินประจำ 2 เส้นทาง “นครราชสีมา-เชียงใหม่-นครราชสีมา” และ “นครราชสีมา-ภูเก็ต-นครราชสีมา” 3 ธ.ค. 60

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ท่าอากาศยานนครราชสีมาได้มีพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เที่ยวบินที่ E3 7511 ซึ่งเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส จำกัด เส้นทางจากท่าอากาศยานนครราชสีมาไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โดยนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มอบให้นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี รักษาราชการผู้อำนวยการกองส่งเสริมท่าอากาศยาน และนายประวัติ ดวงกันยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครราชสีมา ร่วมพิธีเปิด และมีนายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานหอการค้า จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมพิธีเปิดและเดินทางในเที่ยวบินปฐมฤกษ์

ออกจากท่าอากาศยานนครราชสีมา เวลา 09.17 น. ถึงท่าอากาศยานสุราษฏร์ธานี เวลา 10.30 น. เวลาทำการบิน 1 ชั่วโมง 30 นาที มีผู้โดยสารเดินทางทั้งหมด 168 คน โดยนายกำแหง สายวิภู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ สำหรับเที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ เพื่อรองรับหน่วยงานหอการค้า จังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมประชุมสภาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 35 ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ สายการบินนิวเจน แอร์เวย์ส จำกัด ได้ขออนุญาตทำการบินแบบเช่าเหมาลำ โดยใช้อากาศยานแบบโบอิ้ง 737-800 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ E3 7511 เส้นทางนครราชสีมา-สุราษฎร์ธานี วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ E3 7512 เส้นทาง-สุราษฎร์ธานี-นครราชสีมา

และจะเปิดทำการบินเที่ยวบินประจำ 2 เส้นทางในวันที่ 3 ธันวาคม  2560 เป็นต้นไป คือ 1. เส้นทางบิน นครราชสีมา-เชียงใหม่-นครราชสีมา ทำการบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน

2. เส้นทางบินนครราชสีมา-ภูเก็ต-นครราชสีมา ทำการบินทุกวันวันละ 1 เที่ยวบิน โดยจะเริ่มทำการบินในวันที่ 3 ธันวาคม  2560 เป็นต้นไป

ปัจจุบันท่าอากาศยานนครราชสีมาตั้งอยู่ที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 26 กิโลเมตร มีพื้นที่ 4,625 ไร่ อาคารผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารจำนวน 300 คน ในเวลาเดียวกัน ทางวิ่ง ขนาด 45×2100 เมตร ทางขับขนาด 23×320 จำนวน 2 สาย ลานจอดอากาศยาน ขนาด 85×323 สามารถรองรับอากาศยาน แบบโบอิ้ง 737 ได้ 4 ลำ ซึ่งท่าอากาศยานนครราชสีมามีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสาร ทั้งทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยที่เป็นไปตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบเที่ยวบินของท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานได้ทางแอปพลิเคชัน ThaiFlightInfo โดยสามารถดาวน์โหลดผ่านระบบ IOS และ Andriod