All posts by Thai Thae

อย่าเล่นน้ำทะเลช่วงนี้

ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกาศเตือนฝนตกหนักในช่วงวันที่ 21-26 กันยายนนี้ จังหวัดภูเก็ต โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้มีโทรสารแจ้งเตือนไปยังอำเภอ/อปท. ให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วยบ่ายวันนี้ (21 กันยายน 2560) และเมื่อเวลา 11.30 น. พบว่ามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีน้ำขังรอการระบายหลายจุด อาทิ คลองบางดุก ถนนเทพกระษัตรีย์ (สาย 402) ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง มีน้ำท่วมขังรอระบายปริมาณ 25 เซนติเมตร ถนนเส้นสนามบิน ตำบลสาคู อำเภอถลาง มีน้ำท่วมขังรอระบาย ประมาณ 10-20 เซนติเมตร พื้นที่บ้านป่าคลอกอำเภอถลาง ที่บ้านอ่าวปอมีน้ำขังรอระบายหลายจุด

ทั้งนี้ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยภูเก็ต ได้ประสานให้ ปภ.เขต 18 แขวงทางหลวง อำเภอ ท้องถิ่นในพื้นที่เข้าแก้ปัญหาในพื้นที่พร้อมแจ้งประชาชนเฝ้าระวังติดตามข่าวสารและประกาศจากอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ พบว่าตามชายหาดต่างคลื่นลมยังสูงและมีฝนตกหนักเจ้าหน้าที่จึงประกาศปิดชายหาดหลักๆ จำนวน 10 หาดห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเด็ดขาดประกอยด้วย หาดไม้ขาว หาดในยาง หาดในทอน หาดบางเทา หาดสุรินทร์ กมลา ป่าตอง กะรน กะตะ และหาดในหาน ซึ่งจะปิดจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นส่วนเรือเล็กงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ปฏิบัติการเก็บขยะใต้ทะเล

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร เป็นประธานในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ครั้งที่ 12/2560 หัวข้อ จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนเตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังปฏิบัติการเก็บขยะในทะเลตามโครงการภูเก็ตสวยด้วยมือและใจเรา Keep Phuket Clean by our hands and hearts ในวันที่ 16 กันยายน 2560 นี้ โดยมี นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


 นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องด้วยในวันที่ 16 ก.ย.60 ทางหน่วยงาน OCEAN CONSERVANCY ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาดในทะเล ได้กำหนดในวันเสาร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.ย.60 เป็นวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล โดยมากกว่า 104 ประเทศทั่วโลกจะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกัน

โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตกำหนดจัดงานดังกล่าวและเปิดงานบริเวณสวนธารณะกะรน และจะจัดพร้อมๆ กันทั้ง 15 ชายหาดของเกาะภูเก็ต อำเภอเมือง เก็บขยะในทะเลที่หาดกะตะ, หาดกะรน, หาดพันวาหาดในหาน , อำเภอถลาง เก็บขยะในทะเล ที่หาดไม้ขาว, หาดในยาง, หาดในทอน, หาดสุรินทร์, หาดบางเทาหาดลายันและหาดยามู และอำเภอกะทู้ จัดกิจกรรมเก็บขยะที่ หาดกมลาหาดกะหลิม, หาดป่าตองและหาดไตรตรัง เพื่อร่วมกันสร้างภูเก็ตให้สะอาดสวยและปลอดภัยสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้าน นายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ จะนำพนักงานโรงแรมร่วมเก็บขยะบริเวณหน้าหาดของตนเอง ทั้งนี้โรงแรมและสถานประกอบการจะสนับสนุนอาหารเที่ยงแก่ผู้ร่วมเก็บขยะทุกคนด้วย

ขณะที่ โรงแรมในเครือ AKSARA Collection ซึ่งประกอบด้วย ภัทรแมนชั่น, กะตะ ซี บรีซ รีสอร์ท และ เดอะ ซิส กะตะ ทีมงานร่วมกับกลุ่มชาวต่างชาติท้องถิ่นภายใต้องค์กร Clean the Beach Boot Camp ได้เล็งเห็นความสำคัญของวันดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมการทำความสะอาดชายหาดบริเวณกะตะขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อการรักษาความสะอาดบริเวณชายหาดกะตะ อีกทั้งยังให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักเล็งเห็นความสำคัญของความสะอาดที่พึงรักษาในชายหาดสาธารณะ พร้อมกับชาวบ้านในละแวก เพื่อการคงไว้ซึ่งความสวยงามของหาดกะตะ ที่เป็นหาดสาธารณะที่ทุกคนใช้ร่วมกัน อีกทั้งยังมีกิจกรรมการออกกำลังกายบริเวณชายหาดก่อนการเก็บขยะ เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

จัดแข่งขันเดิน – วิ่ง บางวาด

เริ่มอีกแล้วงานเดินวิ่ง  สำหรับคนรักการออกกำลังกาย  เมื่อ เวลา 06.00 น.วันนี้ (10 ก.ย.) ที่ เขื่อนบางวาดอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสุดาวรรณ ปลอดทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ดร.ชัยอนันต์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ นายเรวัตร อารีรอบ คณะผู้บริหารเทศบาลเปิดการแข่งขัน เดิน-วิ่ง บางวาด มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 ซึ่งเทศบาลเมืองกะทู้จัดขึ้น โดยมีนักวิงเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก

การจัดแข่งขันเดิน-วิ่งบางวาดมินิมาราธอนครั้งที่ 1 เทศบาลเมืองกะทู้ จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาร่วมกันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสร้างความใกล้ชิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสังคมระหว่างประชาชน ส่วนราชการ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และชุมชนตลอดจนเพื่อให้กีฬาเป็นสื่อกลางในการแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือสังคมซึ่งกันและกัน สำหรับรายได้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะนำไปสร้างห้องโสตทัศนูปกรณ์ให้กับโรงเรียนบ้านบางทอง อ.กะทู้ จังหวัดภูเก็ต ด้านนายนรภัทรปลอดทองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า “จังหวัดภูเก็ตมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายให้ภูเก็ตเป็นเมืองสปอร์ตซิตี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จะต้องมีกิจกรรมสันทนาการโดยการออกกำลังกาย มีเวทีให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมเพื่อที่จะอยู่ภูเก็ตได้นานมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบออกกำลังกาย

สำคัญต้องการให้ประชาชน ในพื้นที่มีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศ ของความเป็นเจ้าบ้านที่ดีจะเป็นเสน่ห์ ให้กับภูเก็ต มีส่วนร่วมให้การต้อนรับ ช่วยกันเชียร์ เมื่อนักวิ่งวิ่งผ่าน ขณะนี้กระแสการออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่ง เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและเริ่มหันมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นั่นหมายถึงพี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดภูเก็ต” 

อย่าลืมไปจอยกัน เอาร้องเท้าไปด้วยล่ะ


 

พัฒนาสะพานหินให้คนไปเที่ยว

ภูเก็ตได้งบพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามันกว่า 160 ล้านบาท พัฒนาปลายแหลมสะพานหิน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นปอดแห่งใหม่ของคนเมืองอย่างแท้จริง พร้อมเดินหน้าของบนำสายไฟฟ้าลงดินในย่านเมืองเก่าให้ครบทุกสายให้สวยงาม ดึงนักท่องเที่ยวเข้าเมืองมากขึ้นเพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวไม่คิดเที่ยวในเมืองเลย ทุกคนไปแต่ป่าตอง กะตะ กะรน  

น.ส.สมใจ นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลายแหลมสะพานหิน เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาสวนสาธารณะสะพานหิน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดกับทะเลบริเวณอ่าวภูเก็ต จากสภาพในปัจจุบันได้ถูกคลื่นลม น้ำทะเลกัดเซาะตลิ่ง ส่งผลให้ชายฝั่ง และเขื่อนหิน ที่เทศบาลนครภูเก็ต ได้ทำเป็นแนวเขตทรุดตัวพังทลาย และทางเดินรอบชายหาดรับผลกระทบก่อให้เกิดการทรุดตัว อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มาออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจได้ และได้ให้พ่อแม่พาเด็กๆ ไปพักผ่อนได้

เทศบาลนครภูเก็ต จึงได้ประสานไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอรับงบประมาณในการปรับปรุงสวนสาธารณะสะพานหิน และได้รับงบประมาณในการปรับปรุงสภาพ ภูมิทัศน์ เป็นเงิน 160 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงแนวสันเขื่อน และภูมิทัศน์โดยรอบ ระยะทาง 900เมตร แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ช่วงๆ ละ 300 เมตร โดยเริ่มดำเนินงานระหว่างวันที่ 26 เมษายน 2560-20 เมษายน 2561

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในตัวเมืองที่มีผู้มาใช้บริการมากสูงสุด มีความเป็นธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยต้นไม้สีเขียวชนิดต่างๆ ทั่วบริเวณ มีระบบนิเวศของป่าชายเลน และทะเลในเมืองที่มองเห็นทิวทัศน์ของภูเก็ตได้ในมุมกว้าง และด้วยความร่มรื่นของทิวสนที่ปกคลุมถนนตลอดทั้งสองข้างทาง นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว สะพานหิน ยังเป็นศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาป่าชายเลน รวมถึงเป็นแหล่งปลุกจิตสำนึก และสร้างความใกล้ชิดระหว่างคนกับป่าให้มากยิ่งขึ้น

ด้าน นายทวี หอมหวล โยธาธิการและผังเมืองภูเก็ต กล่าวว่า โครงการปรับปรุงพื้นที่ปลายแหลมสะพานหิน จ.ภูเก็ต เป็นในหลายๆ โครงการที่ทางจังหวัดภูเก็ตเข้าไปดำเนินการ ซึ่งโครงการปรับปรุงปลายแหลมสะพานหินนั้น ทางจังหวัดภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากงบกลุ่มจังหวัดอันดามันประจำปี 2561 (เพิ่มเติ่ม) จำนวน 166 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงปลายแหลมสะพานหินเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในเมืองภูเก็ต โดยจะมีการพัฒนาในส่วนของการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะของน้ำทะเล ระยะทาง 900 เมตร การปรับปรุงทางเดินรอบๆ สวนสาธารณะสะพานหิน การปรับปรุงทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และการเพิ่มแสงสว่างเพื่อดูแลความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี เมื่อแล้วเสร็จ ปลายแหลมสะพานหิน จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของคนภูเก็ต

นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังมีโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินในบริเวณย่านเมืองเก่า ที่ถนนพังงา และถนนรัษฎา ด้วยงบกลุ่มจังหวัดประจำปี 2560 (เพิ่มเติม) จำนวน 160 กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนาให้ย่านเมืองเก่าภูเก็ตมีความสวยงาม ดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตมากขึ้น โครงการนี้ขณะนี้ก็ได้ผู้รับจ้างแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับมอบพื้นที่ดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ และในช่วงที่มีการดำเนินการดังกล่าว ประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนดังกล่าวอาจจะได้รับผลกระทบบ้างในช่วงของการก่อสร้าง 1 ปี

จระเข้โผล่อีกแล้ว ต้องไปมุงดูด่วน

ตื่นกันอีก! ภาพจระเข้ขนาดใหญ่โผล่กลางทะเลหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต หลายภาคส่วนจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไขข้อข้องใจ ขณะที่ ดร.ธรณ์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความยืนยันตามภาพเป็นจระเข้จริงแท้แน่นอน แต่ถ้าอยู่ในทะเลไม่เป็นอันตรายต่อคน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งล่า ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อไขข้อข้องใจแล้ว
จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพจระเข้ขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเล โดยระบุว่าภาพดังกล่าวเพิ่งถ่ายได้ และเป็นการถ่ายภาพจากมุมสูงโดยชาวต่างชาติที่ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งหลังจากมีภาพดังกล่าวออกมาก็มีการนำไปแชร์ต่อกันในสังคมโซเชียลอย่างกว้างขวาง

ทำให้ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปต่างๆ นานา ทั้งสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือเป็นภาพเก่า รวมทั้งถ้าเป็นจระเข้พบในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจริงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งต่างก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยด่วนที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกไป ทาง ดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านทะเล และสิ่งแวดล้อม ผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับท้องทะเล ได้โพสต์ภาพ และข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีข่าวเรื่องจระเข้น้ำเค็มที่หาดบางเทา ภูเก็ต ชาวต่างชาติ ชื่อ คุณไมค์ ไปเดินเล่นแล้วสังเกตเห็น จึงวิ่งกลับมาบ้านแล้วเรียกลูกชายเอาโดรนไปถ่ายภาพไว้ คลิปที่เห็นชัดเจนมากครับว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวน่าจะถึง 3 เมตร # จระเข้ภูเก็ต

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อปี 56 ก็มีรายงานว่า ชาวบ้านเคยเห็นที่หาดไม้ขาว ภูเก็ต จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปก่อนที่จะถามว่าเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า? เรามาดูที่มาของจระเข้ก่อน จระเข้น้ำเค็มเคยพบในฝั่งอันดามัน มีหัวกะโหลกเป็นหลักฐานที่เกาะตะรุเตา ใครเคยไปคลองพันเตมะละกา คงจำได้ว่าข้างในมี “ถ้ำจระเข้” แล้วเป็นไปได้ไหมที่จะมีจระเข้ตามธรรมชาติเหลืออยู่ตั้งแต่สมัยนั้นยันตอนนี้ โอกาสมีน้อยมากครับ  แต่ไม่แน่อาจจะบึงลึกลับเผาะพันธ์จรเข้มฤตยู

น้ำท่วมหลายจุด และอย่าลืมประมูลเลขสวย

เมื่อเช้าวันที่นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดฝนตกต่อเนื่องหลายชั่วโมงทำให้พื้นที่จังหวัดภูเก็ตหลายแห่งเกิดน้ำท่วมขัง และทะเลมีคลื่นสูง โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลกะรนเกิดน้ำท่วมหลายจุด ทำให้รถผ่านไปมาได้อย่างยากลำบาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวมของจังหวัดภูเก็ต
นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลกะรนฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันประมาณ 30 นาที และมีแนวโน้มฝนจะตกลงมาอีกเนื่อง ขณะนี้ตนได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ของตำบลกะรน ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเดือดร้อนของประชาชนและผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว มีน้ำจากภูเขาไหลลงสู่ถนน โดยเฉพาะชุมชนที่ประชาชนอยู่หนาแน่น จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า มี 5 จุด 1.หน้าห้างซุปเปอร์ชีป 2.หน้าโรงแรมภูเก็ตออคิด 3.ซอยเกศขวัญ 4 ซอยโคกโตนด 5. โค้งหน้าเนินเขากะตะ ซึ่งจุดดังกล่าวข้างต้นเมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำจะท่วมขังเป็นประจำ สาเหตุเกิดจากขยะไปอุดตันท่อระบายน้ำ หน่วยงานเที่ยวข้องที่บริหารท้องถิ่นไม่มีการบริหารจัดการที่ดีเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม

นอกจากนั้นที่สำคัญอีกประการคือความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ สร้างอาคาร โรงแรม สำหรับการแก้ไขปัญหาหลังจากนี้อยากให้ทางเทศบาลตำบลกะรน เชิญฝ่ายปกครองเข้าไปร่วมกันหาแนวคิดหาแนวทางในการไขปัญหาเพื่อตำบลของเรา อย่าคิดคนเดียวทำคนเดียว เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเทียวของจังหวัด อย่างมองเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องเล็ก เรื่องนี้ถือเป็นการตัวชี้วัดการท่องเที่ยวในอนาคต ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่อให้ตำบลกะรน น่าเที่ยว น่าอยู่ อย่างยั่งยืน

กรมการขนส่งทางบก โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต จัดประมูลเลขทะเบียนรถสวย หมวด “กล” 301 หมายเลข นำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สรุปผลการประมูลวันแรก กว่า 12 ล้านบาท เลขทะเบียน 9999 ทำยอดประมูลได้สูงสุดอยู่ที่ 1 ล้านบาท
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ส.ค. ที่ห้องพระพิทักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเมโทรโพลภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 12 โดยมีนายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายณันทพงษ์ เชิดชู และนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

นักท่องเที่ยวโดนขโมยเงิน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ทัศนัย โอฬาริกเดช ผกก.สภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รอง ผกก.สส.สภ.ป่าตอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.ต.อ.อกนิษฐ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ต.ตะวัน เลขมาศ สว.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุม นายออดาย ดาเด็ม เรสชิก (Mr.Ouday Kadim Rashek) สัญชาติอิรัก อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต จ.399/2560 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน” พร้อมยึดของกลาง เสื้อผ้า รองเท้าที่สวมใช้ในการก่อเหตุ สามารถจับได้ที่บริเวณหน้าห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถ.พระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วิชิต ได้รับแจ้งจากพนักงานของโรงแรมแห่งหนึ่ง ว่า มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในห้องพักของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูต ได้เงินสดไปประมาณ 60,000 บาท หลังจากรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ นายมันนี่ (นามสมมติ) อายุ27 ปี สัญชาติกาตาร์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวและเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตแห่งหนึ่งของต่างประเทศยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

จากการสอบสวนผู้เสียหายทราบ ว่า เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. พร้อมกับเพื่อนชาวซาอุดีอาระเบีย โดยพักที่กรุงเทพฯ 2 วัน และได้เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.60 เข้าพักโรงแรมที่เกิดเหตุ โดยพักเพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนชาวซาอุดีอาระเบีย ได้แยกพักอีกห้องหนึ่ง และเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.เวลาประมาณ 21.30 น.ขณะที่ว่ายน้ำอยู่ที่สระว่ายน้ำของโรงแรม และจะกลับเข้าห้องพักเนื่องจากมีหญิงสาวชาวต่างชาติมาหา แต่ปรากฏว่า คีย์การ์ดห้องพักของตนหายไป จึงไปแจ้งที่แผนกต้อนรับลูกค้าเพื่อขอคีย์การ์ดอันใหม่

โดยพนักงานได้ออกคีย์การ์ดอันใหม่ให้อีก 1 อัน จากนั้นได้เข้าไปที่ห้องพัก แต่ผู้เสียหาย และเพื่อนได้เดินทางออกจากห้องพักเพื่อไปเที่ยวที่ซอยบางลา และกลับเข้ามาที่ห้องพักอีกครั้งในเวลา 03.30 น. ของวันที่ 28 มิ.ย. จากนั้นได้ตรวจสอบเงินสกุลเนปาลที่วางไว้ในกระเป๋าเดินทางพบว่า เงินสูญหายไป จึงได้ตรวจสอบเงินสดสกุลไทยที่เก็บไว้ในตู้เซฟ ประมาณ 60,000 บาท พบว่าสูญหายไปเช่นกัน
จึงได้สอบถามไปยังพนักงานของโรงแรม โดยพนักงานแจ้งว่า เมื่อเวลา 00.20 น. ของวันที่ 28 มิ.ย.60 พนักงานต้อนรับได้รับจากห้องพักโดยแจ้งว่า จำรหัสเปิดตู้เซฟไม่ได้ และต้องการให้พนักงานช่วยเปิดเซฟให้ พนักงานต้อนรับจึงได้แจ้งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่เปิดเซฟเข้าไปช่วยเหลือ แต่ก่อนที่จะเปิดเซฟทางพนักงานได้สอบถามชื่อเจ้าของห้องเพื่อยืนยันความถูกต้อง ซึ่งคนที่อยู่ในห้องสามารถเขียนชื่อของเจ้าของห้องได้ถูก พนักงานจึงเปิดเซฟให้ จากนั้นคนร้ายได้เอาทรัพย์สินภายในเซฟออกมา และให้พนักงานเรียกแท็กซี่ไปส่งที่ป่าตอง

หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วิชิต และชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ภายในโรงแรม และบริเวณใกล้เคียง พบว่า สามารถจับภาพคนร้ายขณะเดินออกจากโรงแรมไปขึ้นรถแท็กซี่ได้ และจากการสืบสวนทราบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ พักอยู่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งบริเวณ ถ.พระเมตตา จึงได้มีเฝ้าดูพฤติกรรมของคนร้ายจนกระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น.ของวันนี้ คนร้ายได้ลงมาจากห้องพักทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายจับให้ดูและควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ป่าตอง

ข่าวดีเราจะมีรถรางในภูเก็ต

คนภูเก็ตจะดีใจเพราะเราจะนำร่องรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต เฟสแรก เชื่อมสนามบิน-ห้าแยกฉลอง 48 กม. สนข.เร่งออกแบบจบใน เม.ย.นี้ก่อนชง ครม. และส่งมอบ รฟม.ศึกษา PPP คาดประมูลก่อสร้างปลายปี 60 และเตรียมเปิดร่วมทุนเดินรถต่อไป

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเพื่อแก้รถติด จ.ภูเก็ต ซึ่งผลศึกษาจะก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail หรือ Tram) จากสถานีรถไฟท่านุ่น จ.พังงา-สนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 60 กม. มูลค่าลงทุนโครงการ (ประมาณการเบื้องต้น) 27,000 ล้านบาทนั้น จะแบ่งเฟสการก่อสร้าง

เฟสแรกจะดำเนินการช่วงสนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง จ.ภูเก็ต (กลางเมือง) ระยะทาง 48 กม.ก่อน โดยจะเร่งทบทวนการศึกษาด้านผลตอบแทนการลงทุน (EIRR) และผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ใหม่ เฉพาะในส่วนที่จะก่อสร้าง เนื่องจากแบบของเดิมศึกษา ตัวเลขผลตอบแทนกรณีก่อสร้างทั้งโครงการ รวมถึงเร่งออกแบบรายละเอียด (Detail&Design) ให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย.นี้ และเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ โดยมีเป้าหมายเปิดประมูลในปลายปี 2560

ในส่วนของการลงทุนนั้นจะเป็นรูปแบบรัฐร่วมทุนเอกชน (PPP) โดย สนข.จะศึกษาร่าง PPP เบื้องต้นไว้ด้วย ก่อนที่จะส่งต่อโครงการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับไปดำเนินโครงการ ซึ่ง รฟม.จะศึกษารูปแบบรายละเอียด PPP อีกครั้งว่าจะร่วมลงทุนกับเอกชนอย่างไร หรือจะมีท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างไร

นอกจากนี้ จะหารือกับกรมทางหลวง (ทล.) ในการขอใช้พื้นที่เขตทางสำหรับก่อสร้างโครงการ คือ เกาะกลางของทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี) รวมถึงการออกแบบบริเวณจุดตัดกับทางหลวง ซึ่งหลักๆ รถแทมป์จะต้องลอดใต้ทางหลวง และทางกลับรถ หรือยูเทิร์นต่างๆ ตลอดเส้นทางด้วย

“การแบ่งเฟสก่อสร้างช่วงสนามบินภูเก็ต-กลางเมืองก่อน เพราะมีความเหมาะสมมาก เพื่อรองรับการเติบโตของสนามบินและเมืองที่มีความต้องการเดินทางสูง ขณะที่จากสนามบินภูเก็ต-สถานีรถไฟท่านุ่น จ.พังงา ระยะทางประมาณ 12 กม. แต่รถไฟทางคู่ สุราษฎร์-พังงายังไม่เสร็จ การเชื่อมต่ออาจจะยังไม่สมบูรณ์ จึงก่อสร้างเป็นเฟส 2”   ต่อไปการเดินทางจะสะดวกยิ่งขึ้นไม่ต้องเสียเวลารออีกแล้ว  คาดหวังว่าจะมีรถไฟใต้ดินทั่วเกาะเลยครับ

ระบบอัตโนมัติจราจร

จังหวัดภูเก็ต เปิดใช้แล้วระบบตรวจจับยานพาหนะทำผิดจราจรแบบอัตโนมัติ นำร่อง 5 จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร จับจริง ปรับจริง เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานคณะทำงานแผนงานสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนระดับจังหวัด (สอจร.) นายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต แขวงทางหลวงภูเก็ต ผู้แทนจาก 5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดภูเก็ต ร่วมแถลงข่าวระบบตรวจจับยานพาหนะกระทำผิดฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรแบบอัตโนมัติ (Red Light Camera)
นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ถ้ามีโครงการตัวนี้ซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน เชื่อว่าจะสามารถทำให้ลดอุบัติเหตุไปได้ 50% แต่ภูเก็ตตั้งเป้าลดอุบัติเหตุให้ได้ 100% ซึ่งระบบดังกล่าวจะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุ และการทำผิดกฎหมายไปได้อย่างแน่นอน ซึ่งการตรวจจับนั้นระบบจะบันทึกอัตโนมัติ จับจริง ปรับจริงอย่างแน่นอน
ขณะที่ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังเป็นปัญหาหลักของจังหวัดภูเก็ต ที่นำมาสู่ความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก การฝ่าสัญญาณไฟจราจรที่ทางแยก เป็นสาเหตุหลักหนึ่งของอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดภูเก็ต ที่ทำให้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีภารกิจหลายด้านไม่เพียงพอในการจับกุมผู้กระทำผิด ภาคีเครือข่ายลดอุบัติเหตุจังหวัดภูเก็ต จึงมีแนวคิดในการป้องกันอุบัติเหตุด้วยการติดตั้งระบบตรวจจับยานพาหนะกระทำผิดฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรแบบอัตโนมัติ (Red Light Camera) โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Safer Roads Foundation
การติดตั้ง Red Light Camera กำหนดติดตั้ง 5 จุด มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ได้แก่ สี่แยกถนนเทพกระษัตรี หรือแยกเขาล้าน พื้นที่เทศบาลตำบลศรีสุนทร แยกถนนเจ้าฟ้าตะวันตก-ถนนขวาง พื้นที่เทศบาลตำบลวิชิต แยกสี่กอ พื้นที่เทศบาลเมืองกะทู้ แยกกมลา พื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา และแยกโกมารภัจจ์ พื้นที่เทศบาลนครภูเก็ต ทั้ง 5 จุด เป็นแยกที่เกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรจำนวนมาก ซึ่งจากการรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ข้อมูลว่า ในปี 2558-2559 แยกเข้าล้าน เกิดอุบัติเหตุ 43 ครั้ง บาดเจ็บ 23 คน เสียชีวิต 2 คน แยกสี่กอ เกิดอุบัติเหตุ 28 ครั้ง บาดเจ็บ 33 คน เสียชีวิต 1 คน แยกเจ้าฟ้าถนนขวาง เกิดอุบัติเหตุ 51 ครั้ง บาดเจ็บ 46 คน เป็นต้น
โครงการ Red Light Camera มีเงื่อนไขสำคัญคือ หลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิ Safer Roads Foundation ในการติดตั้งระบบแล้ว จะส่งมอบให้แก่ท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ หลังหมดประกันระบบ 2 ปี ท้องถิ่นต้องตั้งงบประมาณเพื่อบำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบ เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้ในปีที่ 3 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับการฝ่าสัญญาณไฟจราจร โดยใช้ระบบตรวจสอบสีสัญญาณไฟ ตรวจจับการขับขี่ด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด คือ ในเขตเทศบาล มากกว่า 80 กม./ชม. และนอกเขตเทศบาล 90 กม./ชม. และสามารถตรวจจับการไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งวันนี้จะเป็นวันแรกในการเริ่มใช้ระบบตรวจจับยานพาหนะฯ ทั้ง 5 จุด ซึ่งทางผู้ว่าฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่าเราจะต้องลดคนตายจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้ต่ำกว่า 50 คนต่อปี
ต่อไปขับรถให้ระวังกันให้มากอย่าผ่าไฟแดงจะโดนปรับแล้ว

พิพิธภัณฑ์เปิดใหม่ในปีนี้

“พิพิธภัณฑ์ เพอรานากัน ภูเก็ต” เปิดแล้วในปี 2017 เพือให้ทุกคนทั้งไทยและเทศ และเป็นการจัดแสดงนิทัศน์ จำลองประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ เพอรานากัน ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน อีกทั้งภัตตาคาร “ครัวย่าหยา” รวบรวมอาหาร และขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อหลากหลายเมนู ให้ได้ลิ้มลอง เช่น เช่น หมูฮ้องเกี้ยน น้ำพริกกุ้งเสียบ หมี่ฮกเกี้ยน และแกงปู เป็นต้น และบาบ๋าสตูดิโอ ให้เช่าชุดบันทึกภาพประทับใจ ด้วยการสวมใส่เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับเพอรานากัน แต่งชุดบาบ๋า ชุดย่าหยาถ่ายภาพ ส่วนเพอรานากัน บูติก รวบรวมสินค้าที่ระลึก สินค้าของฝากหลากหลาย และมีคุณภาพ เช่น ผ้าถุงปาเต๊ะ ชุดบาบ๋า ชุดย่าหยา และเครื่องประดับต่างๆ รวมถึงสินค้าที่ระลึกและอาหาร
พิพิธภัณฑ์ เพอรานากัน ภูเก็ต” ตั้งอยู่บนถนนเทพกระษัตรี เส้นทางหลักขาออก ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 17 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 กิโลเมตร มีที่จอดรถกว้างขวาง พร้อมด้วยสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพ โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 ก.พ.2560   หากใครว่างๆ ก็เชิญเที่ยวชม แวะซื้อแวะดูกันตามสะดวก