ต้องทำความสะอาดก่อน

ที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย เต้าโบ้เก้ง (อ๊ามจุ้ยตุ่ย) อ.เมือง จ.ภูเก็ต คณะกรรมการศาลเจ้าฯ ร่วมกับพี่น้องประชาชน นักเรียนและนักศึกษาในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งในครั้งนี้ทาง บริษัท แสนสิริ จำกัด และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้นำลูกบ้านและพนักงานมาร่วมด้วย โดยได้ช่วยกันขัดถูและล้างทำความสะอาดพื้นโดยรอบศาลเจ้าเจ้า ตั้งแต่บันไดปากทางเข้าศาลเจ้า เช็คถูโต๊ะ เก้าอี้ และแผงกั้นลวดลายโลหะต่างๆ ขณะเดียวกันยังได้ช่วยกันกวาดถูภายในอาคารศาลเจ้า เช็ดทำความสะอาดกระถางธูป เชิงเทียน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเนื้อโลหะเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม
นอกจากนี้ยังมีการขัดล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการประกอบอาหาร และเครื่องครัวอื่นๆ ที่ใช้ในโรงทานสำหรับผู้เข้าร่วมประเพณีถือศีลกินผักที่ทางศาลเจ้าฯ จัดขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ประเพณีถือศีลกินผักที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 20-28 ตุลาคม 2560
ทั้งนี้การล้างศาลเจ้า หรือล้างอ๊าม ทางศาลเจ้าจะจัดการทำความสะอาดรอบบริเวณ ทั้งภายใน และภายนอก พร้อมประชุมเตรียมความพร้อมประเพณีกินผักไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน หลังจากนั้น ทางศาลเจ้าจะจัดเตรียมอาหารแห้ง ธูปเทียน กระดาษทอง และรับบริจาคสิ่งของ
สำหรับศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง นับว่าเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต มีจำนวนม้าทรงที่มากเป็นอันดับหนึ่ง เดิมศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยตั้งอยู่ที่ซอยอ่างอ่าหลาย หรือซอยรมณีย์ ต่อมา ได้เกิดไฟไหม้บริเวณบ้านเรือนก่อนลามมาติดศาลเจ้า ขณะนั้นจึงได้อัญเชิญเฮี้ยวโห้ย หรือไฟศักดิสิทธิ์มาฝากไว้ที่ศาลเจ้าปุดจ้อ และเมื่อถึงเวลากินผักก็จะอัญเชิญมาไว้ยังศาลเจ้าชั่วคราวที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น ต่อมาเจ้าของที่ได้ถวายที่ให้กิ้วอ๋องไต่เต่ สร้างเป็นศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งหลังแรกเป็นเรือนหลังคาจาก ต่อมา เมื่อชาวบ้านเข้าร่วมพิธีกินผักกันมากขึ้นจึงได้ช่วยกันพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน กินเจปีนี้นักท่องเที่ยวจีนคงมากันมากมายที่พักจะป่าว ต้องรีบจองด่วน

งานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย

บริเวณลานจอดรถศูนย์การค้าบิ๊กซีภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยมีเครือข่ายผู้ผลินสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดภูเก็ต ออกบูทจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรจำนวน 30 บูท ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ค. 2554 นี้ โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากศูนย์การค้าบิ๊กซี ภูเก็ต

นายวินัย ขวัญแก้ว เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตพืชปลอดภัยสนับสนุนการท่องเที่ยว งบพัฒนาจังหวัดปีงบประมาณ 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเชื่อมโยงการตลาดเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดสินค้าเกษตรให้สามารถแข่งขันได้ ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรให้แก่ผู้บริโภคด้วย

การจัดตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัย มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่การจำหน่ายผัก ผลไม้ ปลอดภัยจากสารพิษของเกษตรกรผู้ผลิตจังหวัดภูเก็ต การจำหน่ายอาหารแปรรูป อาหารพื้นเมือง ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนภูเก็ต การสาธิตและการจัดแสดงกระบวนการผลิตสำค้าปลอดภัย การจัดนิทรรศการและการให้คำปรึกษาวิชาการเกษตร โดยหน่วยงานราชการและเกษตร

รองผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมทำบุญตักบาตร นับเป็นมหามงคลยิ่งที่ประชาชนชาวภูเก็ตทุกหมู่เหล่าได้แสดงความจงรักภักดี และ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ที่ทุก พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในพระกรณียกิจ น้อยใหญ่ เพื่อพสกนิกรชาวไทย อยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติเป็นสำคัญ จังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้งและพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ขึ้น

ชาวประมงพบ

ชาวประมงพบวัตถุคล้ายระเบิดตอร์ปิโด จมในทะเลหน้าหาดในยาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต ประสานเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงตรวจสอบเก็บกู้
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ทำการประมงอยู่บริเวณหาดในยาง ว่า พบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ คล้ายระเบิดตอร์ปิโด จมอยู่ในน้ำ ห่างจากชายฝั่งลงไปในทะเลประมาณ 30-40 เมตร จะเห็นชัดเจนช่วงที่น้ำลด หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานไปยังเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ลงไปตรวจสอบเบื้องต้น

พบว่า วัตถุดังกล่าวมีลักษณะเป็นแท่งเหล็ก หัวมนกลม และส่วนปลายเรียว มีสนิม และตัวเพรียงเกาะโดยรอบ ความยาวประมาณ 3-5 เมตร กว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการผูกทุ่นเพื่อแจ้งจุดที่พบ และกั้นเขตพื้นที่ปลอดภัยไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณดังกล่าวจนกกว่าจะมีการตรวจพิสูจน์แน่ชัดว่าเป็นวัตถุอะไร เพราะวัตถุดังกลาวจะจมอยู่ใต้น้ำจะสามารถเห็นได้ชัดเจนเมื่อน้ำลด
จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า ชาวบ้านที่ทำประมงอยู่บริเวณดังกล่าวเคยเห็นวัตถุนี้แล้วเมื่อ 2-3 วันก่อนหน้านี้ แต่เห็นไม่ชัดเนื่องจากจมอยู่ในทรายใต้น้ำ แต่เนื่องจากวันนี้ระดับน้ำลดลงทำให้เห็นวัตถุโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสอบ

เข้อีกแล้ว

เจ้า “เลพัง” จระเข้เพศผู้ น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ตัวบิ๊กจริงๆ  ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้จากขุมน้ำบริเวณหน้าหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีชาวต่างชาติใช้โดรนบินถ่ายภาพไว้ได้ขณะที่จระเข้เลพัง กำลังว่ายน้ำที่หน้าชายหาดเลพัง ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและตื่นกลัวให้กับประชาชนในพื้นที่ จนทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดต้องตั้งทีมไล่ล่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

หลังจากเจ้าหน้าที่จับตัวจระเข้ตัวดังกล่าวได้ ก็ได้นำตัวไปพักไว้ที่บ่อเลี้ยง ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 5 ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต บ้านพารา ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ชั่วคราว ระหว่างรอผลการตรวจพันธุกรรมของเจ้าเลพัง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและจัดหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้กับเจ้าเลพังต่อไป ไม่ว่าจะเป็นจระเข้น้ำเค็มสายพันธุ์แท้หรือ ลูกผสมไฮบริด ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจดีเอ็นเอยังไม่ออก เจ้าเลพังยังคงอยู่ในบ่อซีเมนต์ไปก่อน
อย่างไรก็ตามหลังจากทางเจ้าหน้าที่นำเจ้าเลพัง มาพักที่บ่อพักชั่วครัวได้เกือบ 1 เดือน ล่าสุดวันนี้ (29ก.ย.) พบว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เจ้าเลพัง ยอมกินซี่โครงไก่ที่เจ้าหน้าที่ให้แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ไม่ยอมกินอะไร ไม่ว่าจะเป็นปลาตาย ปลาเป็น ซี่โครงไก่ ซึ่งจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเจ้าเลพัง ทราบว่า เจ้าเลพังยังมีร่างกายแข็งสมบูรณ์ สามารถว่ายน้ำได้ตามปกติ แต่ส่วนใหญ่จะนอนนิ่งๆในน้ำ ซึ่งในบ่อมีการสร้างกองทรายขึ้นมา เพื่อให้เจ้าเลพังปีนขึ้นไปพักบนกองทรายดังกล่าว

สำหรับการให้อาหาร ตลอด 25 วันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ให้อาหารทั้งปลาเป็นและปลาตายลงไปในบ่อ แต่เจ้าเลพังไม่ยอมกิน รวมทั้งนำปลาใส่ตะแกรงและและนำไปใกล้ปากของเจ้าเลพังก็ไม่สนใจที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำทุกวิธีเพื่อให้ เจ้าเลพังกินอาหาร จนกระทั้งวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำโครงไก่ใส่ลงไปในบ่อ เมื่อเจ้าเลพังเห็นก็ว่ายน้ำเข้ามางับและกินทันทีสร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างมาก

ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าเลพังเป็น จระเข้น้ำเค็มแต่ หรือเป็นลูกผสม ยังไม่มา แต่คาดว่าจะทราบผลเร็วนี้ ซึ่งหากทราบผลแล้วคงต้องให้กรมอุทยานฯ เป็นแม่งานหลักในการจัดหาสถานที่เหมาะสมให้กับเจ้าเลพังต่อไป

จัดสรรต้องมีการจัดการเพิ่ม

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเข้าประชุมเป็นครั้งแรก กล่าวว่า ถึงการพิจารณาอนุมัติให้มีการจัดตั้งโครงการบ้านจัดสรร ในจังหวัดภูเก็ต ระหว่างปี 2527-2560 มีถึงโครงการจัดสรรจำนวน 420 โครงการ ถือว่าเป็นจำนวนที่มากเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่โต แต่พบว่าหลังจากมีการก่อสร้างและส่งมอบให้กับลูกบ้านแล้วปรากฎว่าการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรทำได้น้อยมาก ซึ่งเรื่องนี้จะต้องเข้าไปดูว่าทำไมถึงทำได้น้อย ติดปัญหาอะไร เป็นปัญหาจากลูกบ้าน หรือเจ้าของโครงการ เพราะถ้าไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ปัญหาก็จะตกมาอยู่ที่ภาครัฐไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดเก็บขยะ หรือ เรื่องอื่นๆ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปให้ความรู้และส่งเสริมให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลฯ ให้ได้โดยเร็ว เพราะปัจจุบันที่ดินของภูเก็ตมีมูลค่าสูงมาก เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การเติบโตต่างๆเกิดขึ้นรวดเร็วจำเป็นที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งลูกบ้านและเจ้าของโครงการ

นายนรภัทร ยังได้กล่าวต่อไปว่า และในการพิจารณาอนุญาตโครงการจัดสรรสิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา คือ การดูแลรักษาบ้านเมืองให้ความสะอาดสวยงาม โดยเฉพาะปัญหาขยะ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ตามแนวทางที่วางไว้ คือ จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อช่วยการทำงานของเจ้าหน้าที่ และตรวจจับกรณีที่มีการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง เนื่องจากมีการตรวจพบรถเก็บขนขยะที่ไม่นำขยะไปส่งยังเตาเผา แต่จะแอบทิ้งบริเวณพื้นที่ว่างต่างๆ ซึ่งหากมีกล้องซีซีทีวีก็จะทำให้สามารถจับกุมรถขนขยะดังกล่าวด้วย

โดยขณะนี้ทางจังหวัดได้จัดทำโครงการโลกสวยด้วยมือเรา ซึ่งก็ได้ผลในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ ดังนั้นจึงอยากฝากผู้ประกอบการที่จะต้องเพิ่มความเข้มในการจัดเก็บขยะตั้งแต่ต้นทาง แม้เราจะมีโรงเผาขยะ แต่หากปริมาณขยะยังเพิ่มเรื่อยๆ โรงเตาเผาที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอรองรับ และจะสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมา ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ “

นายนรภัทร กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้มีการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนแม่บทในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำดีและน้ำเสีย ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงที่มีฝนตกหนัก และแก้ปัญหาน้ำเสียที่ยังเกิดขึ้น เพราะปล่อยลงทะเลก็จะสร้างปัญหามลพิษให้เกิดขึ้นได้ และจะมีการติดตั้งระบบเซนเซอร์ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่มีการปล่อยลงลำคลองมีมาตรฐานหรือไม่ จึงอยากฝากคณะกรรมการฯ ในการพิจารณาอนุญาตจัดสรรจะต้องพิจารณาในรายละเอียดให้ชัดเจน เพื่อจะได้ไม่เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิด

อย่างไรก็ตามนายนรภัทร ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้การร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม พบว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับบ้านจัดสรรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในบางโครงการ ซึ่งมีการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่ไม่สามารถโอนได้ ไม่มีนิติบุคคลฯ เป็นต้น ซึ่งอยากฝากไปทางสมาคมฯ ในการที่จะไปชี้แจงทำความเข้าในกับผู้ซื้อโครงการว่าจะต้องดำเนินการอย่าง รวมทั้งในส่วนของผู้ประกอบการเองด้วยที่ต้องเพิ่มความเข้มข้น เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้ว การจะเข้าไปอีกลำบาก

อย่าเล่นน้ำทะเลช่วงนี้

ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประกาศเตือนฝนตกหนักในช่วงวันที่ 21-26 กันยายนนี้ จังหวัดภูเก็ต โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้มีโทรสารแจ้งเตือนไปยังอำเภอ/อปท. ให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วยบ่ายวันนี้ (21 กันยายน 2560) และเมื่อเวลา 11.30 น. พบว่ามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีน้ำขังรอการระบายหลายจุด อาทิ คลองบางดุก ถนนเทพกระษัตรีย์ (สาย 402) ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง มีน้ำท่วมขังรอระบายปริมาณ 25 เซนติเมตร ถนนเส้นสนามบิน ตำบลสาคู อำเภอถลาง มีน้ำท่วมขังรอระบาย ประมาณ 10-20 เซนติเมตร พื้นที่บ้านป่าคลอกอำเภอถลาง ที่บ้านอ่าวปอมีน้ำขังรอระบายหลายจุด

ทั้งนี้ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยภูเก็ต ได้ประสานให้ ปภ.เขต 18 แขวงทางหลวง อำเภอ ท้องถิ่นในพื้นที่เข้าแก้ปัญหาในพื้นที่พร้อมแจ้งประชาชนเฝ้าระวังติดตามข่าวสารและประกาศจากอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ พบว่าตามชายหาดต่างคลื่นลมยังสูงและมีฝนตกหนักเจ้าหน้าที่จึงประกาศปิดชายหาดหลักๆ จำนวน 10 หาดห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเด็ดขาดประกอยด้วย หาดไม้ขาว หาดในยาง หาดในทอน หาดบางเทา หาดสุรินทร์ กมลา ป่าตอง กะรน กะตะ และหาดในหาน ซึ่งจะปิดจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นส่วนเรือเล็กงดออกจากฝั่งในระยะนี้

ปฏิบัติการเก็บขยะใต้ทะเล

ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร เป็นประธานในการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ครั้งที่ 12/2560 หัวข้อ จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนเตรียมจัดกิจกรรมรวมพลังปฏิบัติการเก็บขยะในทะเลตามโครงการภูเก็ตสวยด้วยมือและใจเรา Keep Phuket Clean by our hands and hearts ในวันที่ 16 กันยายน 2560 นี้ โดยมี นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


 นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องด้วยในวันที่ 16 ก.ย.60 ทางหน่วยงาน OCEAN CONSERVANCY ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานริเริ่มให้มีการจัดกิจกรรมเก็บขยะบริเวณชายหาดในทะเล ได้กำหนดในวันเสาร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 16 ก.ย.60 เป็นวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล โดยมากกว่า 104 ประเทศทั่วโลกจะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวพร้อมกัน

โดยในส่วนของจังหวัดภูเก็ตกำหนดจัดงานดังกล่าวและเปิดงานบริเวณสวนธารณะกะรน และจะจัดพร้อมๆ กันทั้ง 15 ชายหาดของเกาะภูเก็ต อำเภอเมือง เก็บขยะในทะเลที่หาดกะตะ, หาดกะรน, หาดพันวาหาดในหาน , อำเภอถลาง เก็บขยะในทะเล ที่หาดไม้ขาว, หาดในยาง, หาดในทอน, หาดสุรินทร์, หาดบางเทาหาดลายันและหาดยามู และอำเภอกะทู้ จัดกิจกรรมเก็บขยะที่ หาดกมลาหาดกะหลิม, หาดป่าตองและหาดไตรตรัง เพื่อร่วมกันสร้างภูเก็ตให้สะอาดสวยและปลอดภัยสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้าน นายกฤษฎา ตันสกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่า สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ จะนำพนักงานโรงแรมร่วมเก็บขยะบริเวณหน้าหาดของตนเอง ทั้งนี้โรงแรมและสถานประกอบการจะสนับสนุนอาหารเที่ยงแก่ผู้ร่วมเก็บขยะทุกคนด้วย

ขณะที่ โรงแรมในเครือ AKSARA Collection ซึ่งประกอบด้วย ภัทรแมนชั่น, กะตะ ซี บรีซ รีสอร์ท และ เดอะ ซิส กะตะ ทีมงานร่วมกับกลุ่มชาวต่างชาติท้องถิ่นภายใต้องค์กร Clean the Beach Boot Camp ได้เล็งเห็นความสำคัญของวันดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมการทำความสะอาดชายหาดบริเวณกะตะขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อการรักษาความสะอาดบริเวณชายหาดกะตะ อีกทั้งยังให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักเล็งเห็นความสำคัญของความสะอาดที่พึงรักษาในชายหาดสาธารณะ พร้อมกับชาวบ้านในละแวก เพื่อการคงไว้ซึ่งความสวยงามของหาดกะตะ ที่เป็นหาดสาธารณะที่ทุกคนใช้ร่วมกัน อีกทั้งยังมีกิจกรรมการออกกำลังกายบริเวณชายหาดก่อนการเก็บขยะ เป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี

จัดแข่งขันเดิน – วิ่ง บางวาด

เริ่มอีกแล้วงานเดินวิ่ง  สำหรับคนรักการออกกำลังกาย  เมื่อ เวลา 06.00 น.วันนี้ (10 ก.ย.) ที่ เขื่อนบางวาดอำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสุดาวรรณ ปลอดทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ดร.ชัยอนันต์ สุทธิกุล นายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ นายเรวัตร อารีรอบ คณะผู้บริหารเทศบาลเปิดการแข่งขัน เดิน-วิ่ง บางวาด มินิมาราธอน ครั้งที่ 1 ซึ่งเทศบาลเมืองกะทู้จัดขึ้น โดยมีนักวิงเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก

การจัดแข่งขันเดิน-วิ่งบางวาดมินิมาราธอนครั้งที่ 1 เทศบาลเมืองกะทู้ จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาร่วมกันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสร้างความใกล้ชิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในสังคมระหว่างประชาชน ส่วนราชการ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน และชุมชนตลอดจนเพื่อให้กีฬาเป็นสื่อกลางในการแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือสังคมซึ่งกันและกัน สำหรับรายได้จากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะนำไปสร้างห้องโสตทัศนูปกรณ์ให้กับโรงเรียนบ้านบางทอง อ.กะทู้ จังหวัดภูเก็ต ด้านนายนรภัทรปลอดทองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า “จังหวัดภูเก็ตมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา มีเป้าหมายให้ภูเก็ตเป็นเมืองสปอร์ตซิตี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จะต้องมีกิจกรรมสันทนาการโดยการออกกำลังกาย มีเวทีให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมเพื่อที่จะอยู่ภูเก็ตได้นานมากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบออกกำลังกาย

สำคัญต้องการให้ประชาชน ในพื้นที่มีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศ ของความเป็นเจ้าบ้านที่ดีจะเป็นเสน่ห์ ให้กับภูเก็ต มีส่วนร่วมให้การต้อนรับ ช่วยกันเชียร์ เมื่อนักวิ่งวิ่งผ่าน ขณะนี้กระแสการออกกำลังกายโดยเฉพาะการวิ่ง เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจและเริ่มหันมาออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นั่นหมายถึงพี่น้องประชาชนมีรายได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ของจังหวัดภูเก็ต” 

อย่าลืมไปจอยกัน เอาร้องเท้าไปด้วยล่ะ


 

พัฒนาสะพานหินให้คนไปเที่ยว

ภูเก็ตได้งบพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามันกว่า 160 ล้านบาท พัฒนาปลายแหลมสะพานหิน เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นปอดแห่งใหม่ของคนเมืองอย่างแท้จริง พร้อมเดินหน้าของบนำสายไฟฟ้าลงดินในย่านเมืองเก่าให้ครบทุกสายให้สวยงาม ดึงนักท่องเที่ยวเข้าเมืองมากขึ้นเพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวไม่คิดเที่ยวในเมืองเลย ทุกคนไปแต่ป่าตอง กะตะ กะรน  

น.ส.สมใจ นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลายแหลมสะพานหิน เกิดจากแนวคิดในการพัฒนาสวนสาธารณะสะพานหิน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ติดกับทะเลบริเวณอ่าวภูเก็ต จากสภาพในปัจจุบันได้ถูกคลื่นลม น้ำทะเลกัดเซาะตลิ่ง ส่งผลให้ชายฝั่ง และเขื่อนหิน ที่เทศบาลนครภูเก็ต ได้ทำเป็นแนวเขตทรุดตัวพังทลาย และทางเดินรอบชายหาดรับผลกระทบก่อให้เกิดการทรุดตัว อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่มาออกกำลังกาย และพักผ่อนหย่อนใจได้ และได้ให้พ่อแม่พาเด็กๆ ไปพักผ่อนได้

เทศบาลนครภูเก็ต จึงได้ประสานไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอรับงบประมาณในการปรับปรุงสวนสาธารณะสะพานหิน และได้รับงบประมาณในการปรับปรุงสภาพ ภูมิทัศน์ เป็นเงิน 160 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงแนวสันเขื่อน และภูมิทัศน์โดยรอบ ระยะทาง 900เมตร แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ช่วงๆ ละ 300 เมตร โดยเริ่มดำเนินงานระหว่างวันที่ 26 เมษายน 2560-20 เมษายน 2561

นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในตัวเมืองที่มีผู้มาใช้บริการมากสูงสุด มีความเป็นธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยต้นไม้สีเขียวชนิดต่างๆ ทั่วบริเวณ มีระบบนิเวศของป่าชายเลน และทะเลในเมืองที่มองเห็นทิวทัศน์ของภูเก็ตได้ในมุมกว้าง และด้วยความร่มรื่นของทิวสนที่ปกคลุมถนนตลอดทั้งสองข้างทาง นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว สะพานหิน ยังเป็นศูนย์กีฬาและนันทนาการ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาป่าชายเลน รวมถึงเป็นแหล่งปลุกจิตสำนึก และสร้างความใกล้ชิดระหว่างคนกับป่าให้มากยิ่งขึ้น

ด้าน นายทวี หอมหวล โยธาธิการและผังเมืองภูเก็ต กล่าวว่า โครงการปรับปรุงพื้นที่ปลายแหลมสะพานหิน จ.ภูเก็ต เป็นในหลายๆ โครงการที่ทางจังหวัดภูเก็ตเข้าไปดำเนินการ ซึ่งโครงการปรับปรุงปลายแหลมสะพานหินนั้น ทางจังหวัดภูเก็ต ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากงบกลุ่มจังหวัดอันดามันประจำปี 2561 (เพิ่มเติ่ม) จำนวน 166 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงปลายแหลมสะพานหินเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนในเมืองภูเก็ต โดยจะมีการพัฒนาในส่วนของการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะของน้ำทะเล ระยะทาง 900 เมตร การปรับปรุงทางเดินรอบๆ สวนสาธารณะสะพานหิน การปรับปรุงทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน และการเพิ่มแสงสว่างเพื่อดูแลความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ได้ผู้รับจ้างแล้ว ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี เมื่อแล้วเสร็จ ปลายแหลมสะพานหิน จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของคนภูเก็ต

นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังมีโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินในบริเวณย่านเมืองเก่า ที่ถนนพังงา และถนนรัษฎา ด้วยงบกลุ่มจังหวัดประจำปี 2560 (เพิ่มเติม) จำนวน 160 กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนาให้ย่านเมืองเก่าภูเก็ตมีความสวยงาม ดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตมากขึ้น โครงการนี้ขณะนี้ก็ได้ผู้รับจ้างแล้วเช่นกัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับมอบพื้นที่ดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้ และในช่วงที่มีการดำเนินการดังกล่าว ประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนดังกล่าวอาจจะได้รับผลกระทบบ้างในช่วงของการก่อสร้าง 1 ปี

จระเข้โผล่อีกแล้ว ต้องไปมุงดูด่วน

ตื่นกันอีก! ภาพจระเข้ขนาดใหญ่โผล่กลางทะเลหาดบางเทา จังหวัดภูเก็ต หลายภาคส่วนจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งไขข้อข้องใจ ขณะที่ ดร.ธรณ์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความยืนยันตามภาพเป็นจระเข้จริงแท้แน่นอน แต่ถ้าอยู่ในทะเลไม่เป็นอันตรายต่อคน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งล่า ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพื่อไขข้อข้องใจแล้ว
จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพจระเข้ขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเล โดยระบุว่าภาพดังกล่าวเพิ่งถ่ายได้ และเป็นการถ่ายภาพจากมุมสูงโดยชาวต่างชาติที่ออกไปเดินเล่นที่ชายหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งหลังจากมีภาพดังกล่าวออกมาก็มีการนำไปแชร์ต่อกันในสังคมโซเชียลอย่างกว้างขวาง

ทำให้ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปต่างๆ นานา ทั้งสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หรือเป็นภาพเก่า รวมทั้งถ้าเป็นจระเข้พบในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจริงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งต่างก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยด่วนที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกไป ทาง ดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านทะเล และสิ่งแวดล้อม ผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับท้องทะเล ได้โพสต์ภาพ และข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีข่าวเรื่องจระเข้น้ำเค็มที่หาดบางเทา ภูเก็ต ชาวต่างชาติ ชื่อ คุณไมค์ ไปเดินเล่นแล้วสังเกตเห็น จึงวิ่งกลับมาบ้านแล้วเรียกลูกชายเอาโดรนไปถ่ายภาพไว้ คลิปที่เห็นชัดเจนมากครับว่าเป็นจระเข้ขนาดใหญ่ ความยาวน่าจะถึง 3 เมตร # จระเข้ภูเก็ต

กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อปี 56 ก็มีรายงานว่า ชาวบ้านเคยเห็นที่หาดไม้ขาว ภูเก็ต จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปก่อนที่จะถามว่าเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า? เรามาดูที่มาของจระเข้ก่อน จระเข้น้ำเค็มเคยพบในฝั่งอันดามัน มีหัวกะโหลกเป็นหลักฐานที่เกาะตะรุเตา ใครเคยไปคลองพันเตมะละกา คงจำได้ว่าข้างในมี “ถ้ำจระเข้” แล้วเป็นไปได้ไหมที่จะมีจระเข้ตามธรรมชาติเหลืออยู่ตั้งแต่สมัยนั้นยันตอนนี้ โอกาสมีน้อยมากครับ  แต่ไม่แน่อาจจะบึงลึกลับเผาะพันธ์จรเข้มฤตยู