เดินเรือ

ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ กล่าวว่า กรมเจ้าท่าได้จัดการประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเส้นทางเดินเรือ “วงแหวนอันดามัน” เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้ประกอบเดินเรือ เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีการเผยแพร่ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็น พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการเดินเรือเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือประจำทางให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นการนำการขนส่งทางน้ำมาเชื่อมต่อกับการขนส่งในรูปแบบอื่นๆ ให้เป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงยังเป็นการลดระยะทาง และเวลาสู่แหล่งท่องเที่ยวของทั้ง 3 จังหวัด ทำให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวอย่างไร้ขีดจำกัด โดยหลักการเส้นทางเดินเรือประจำทางจะใช้เรือที่มีศักยภาพบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า 300 คน และใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

โดยเบื้องต้นกรมเจ้าท่าได้นำเสนอแผนการพัฒนาเส้นทางเดินเรือประจำทางเชื่อมต่อจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ จำนวน 7 เส้นทาง ได้แก่

– เส้นทางที่ 1 เส้นทางเรือโดยสารขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมโยง 2 สนามบิน คือ “ภูเก็ต-กระบี่” โดยเริ่มจากท่าเรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ (ปากคลองจิหลาด) ถึงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต

– เส้นทางที่ 2 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต ถึงท่าเรือช่องหลาด จังหวัดพังงา และถึงท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 3 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ ถึงท่าเรือมาเนาะ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

– เส้นทางที่ 4 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรือบ้านหัวหิน ตำบลเกาะกลาง อำเภอลันตา ถึงท่าเรือบ้านคลองหมาก ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอลันตา จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 5 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออ่าวทองหลาง เกาะลันตา ถึงเกาะจำ เกาะปู จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 6 เส้นทางเดินเรือประจำทางเฟอร์รี และบรรทุกรถ ระหว่างท่าเรืออำเภอเก่า เกาะลันตาใหญ่ ถึงท่าเรือเกาะปอ จังหวัดกระบี่

– เส้นทางที่ 7 เส้นทางเดินเรือโดยสารประจำทาง จากท่าเรือศาลาด่าน เกาะลันตา ถึงท่าเรืออ่าวปอ จังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ จากการสัมมปทาน ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนขอนำเส้นทางการเดินเรือที่ 3 “ท่าเรือช่องหลาด เกาะยาวใหญ่ ถึงท่าเรือมาเนาะ เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา” กลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ทำให้เหลืออีก 6 เส้นทางที่มีมีความเหมาะสมในการเปิดเดินเรือประจำทาง

ฉลามมาเยือน

จากกรณีเรือประมงแสงสมุทร 3 จับฉลามวาฬ ขึ้นเรือ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะเกิดเหตุเรือของนักดำน้ำผ่านมาพบและเรียกร้องให้เรือประมงปล่อยฉลามวาฬกลับลงทะเล บริเวณระหว่างเกาะเฮกับเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำโดย สบทช.9 กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก และอื่นๆ ร่วมกันออกค้นหาฉลามวาฬตัวดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบวี่แววไม่ว่าจะเป็นซาก หรือตัวเป็นๆ ซึ่งทางสบทช.9 โดยนายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการ สบทช.9 ได้ขอความร่วมมือไปยังเครือข่ายประมง เรือท่องเที่ยว ช่วยแจ้งข้อมูลหากพบฉลามวาฬไม่ว่าจะเป็นซาก หรือ ตัวเป็นๆ มายังสำนักงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์เรือประมงจับฉลามวาฬขึ้นบนเรือก่อนที่จะปล่อยกลับลงทะเล ได้นำไปสู่การเคลื่อนไหวของประชาชน กลุ่มบุคคล รวมทั้งหน่วยงานราชการ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการในการคุ้มครองสัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายาก หรือ ใกล้สูญพันธ์ ซึ่งทาง สบทช. 9 ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จัดขึ้น เพื่อไม่ให้ได้รับอันตราย จากเครื่องมือทำการประมง และลดความสูญเสีย เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าสัตว์คุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นเต่าทะเล พะยูน หรือ แม้แต่ฉลามวาฬ ตาย และ พิการ เนื่องจากเครื่องมือการทำประมงมาแล้วจำนวนมาก
โดยจัดให้มีการระดมความคิดเห็นไปเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) มีนายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการ สบทช.9 เป็นประธาน นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน(ศวทม.), นายไพศาล สุขปุณพันธ์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต, นายหิรัญ กังแฮ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายากฯ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมเจ้าท่า, เทศบาลตำบลราไวย์, ทัพเรือภาค 3, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ภูเก็ต, ชมรม Healthy Reefsclub, จิตอาสา Go-Eco Phuket, ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการประมง เป็นต้น เข้าร่วม

โครงการใหญ่มีต่อ

นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ปี 2561 นี้ ว่า การลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจว่า การลงทุนในปี 2561 นี้ จะเติบโตจากปีที่แล้วอย่างแน่นอน โดยมีหลายๆ ปัจจัยเข้ามาสนับสนุน และส่งเสริมให้นักลงทุนในท้องถิ่น บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง และนักลงทุนต่างชาติตัดสินใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่ภูเก็ต

จากที่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเริ่มส่งสัญญาณกระเตื้องขึ้นจากที่ซบเซามาหลายปี การเมืองนิ่ง รัฐบาลให้การสนับสนุนธุรกิจอสังหาฯ และอานิสงส์จากการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทำให้คนจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในภูเก็ตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเติบโตเป็นเงาตามตัว ทั้งซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ซื้อเพื่อให้เช่า หรือเพื่อการลงทุน รวมถึงความมีเสน่ห์ของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เหลืออยู่ของภูเก็ต และความมีน้ำใจของคนภูเก็ตที่ให้การต้อนรับนักลงทุน ซึ่งเราจะเห็นว่า นักลงทุนทั้งไทย และต่างชาติเข้ามาลงทุนในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นทั้งจากการลงทุนของนักลงทุนในท้องถิ่น บริษัทจากส่วนกลาง หรือแม้แต่นักลงทุนต่างชาติ

“การที่ภูเก็ตยังเนื้อหอม นักลงทุนไทย และต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาที่ดินในภูเก็ตขยับตัวสูงขึ้นตลอดเหมือนกัน จะเห็นว่าราคาที่ดินในรอบนอกของภูเก็ตอยู่ไร่ละไม่ต่ำกว่า 3-5 ล้านบาท ถ้าใกล้ตัวเมืองไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านบาท และยิ่งเป็นบริเวณรอบเกาะภูเก็ตทางฝั่งตะวันตกที่สามารถมองเห็นวิวทะเล และทำเลสวยในการลงทุนสร้างรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศหรูด้วยแล้ว ราคาไม่ต้องพูดถึง ไร่ละไม่ต่ำกว่า 20-100 ล้านบาท” นายบุญ กล่าว และเผยต่อว่า

ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเกิดขึ้นในพื้นที่รัศมีไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก แต่ในปัจจุบัน คอนโดฯ เกิดขึ้นในพื้นที่รอบนอกจากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันคนจีนได้เข้ามาซื้อคอนโดฯ ในพื้นที่รอบนอกมากขึ้น และเชื่อว่าในปีนี้ หรือปีหน้าจะมีคอนโดฯ เกิดขึ้นในภูเก็ตอย่างแน่นอน เนื่องจากคอนโดฯ ที่เหลือขายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ถูกทยอยขายออกไม่เกือบทั้งหมดแล้ว การลงทุนโครงการใหม่เกิดขึ้นแน่นอนในปีนี้ตลอดไปจนถึงปีหน้า รวมถึงโครงการบ้านจัดสรรที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่จะเติบโตจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 10-20%

นายกสมาคมอสังหาฯ ภูเก็ต เผยต่อว่า นอกจากบ้าน คอนโดฯ และโรงแรมแล้ว นักลงทุนทั้งไทย และต่างชาติยังให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องต่อการท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งเท่าที่ทราบมาขณะนี้จะมีการลงทุนโครงการใหญ่ๆเกิดขึ้นอีกหลายโครงการในภูเก็ต เช่น ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล มีหลายๆ โครงการที่กำลังก่อสร้าง และนักลงทุนวางแผนที่จะเข้ามาลงทุน เช่น สวนน้ำขนาดใหญ่พร้อมห้างสรรพสินค้า ที่บริเวณถนนศรีสุนทร ขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างแล้ว เป็นนักลงทุนจากยุโรป โครงการมารีน่าแห่งต่อไปของภูเก็ต บริเวณแหลมพันวา โครงการห้างสรรพสินค้าที่ป่าตอง และเชิงทะเล โดยนักลงทุนยักษ์ใหญ่จากส่วนกลาง โรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งแต่ไม้ขาว ไปจนถึงท้ายเกาะ เป็นต้น

พบวัตถุโบราณ

พบวัตถุประหลาด บริเวณป่าโกงกางหลังสถานีอนามัยบ้านคอเอน ม.2 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่ฟันธงเป็นอะไร ต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อเวลา 21.30 น. (28 เม.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า พบวัตถุประหลาดคล้ายเป็นท่อนแหล็กขนาดใหญ่ คล้ายอาวุธปืนใหญ่สมัยโบราณอายุนับร้อยปี ที่บริเวณป่าโกงกาง หลังสถานีอนามัยบ้านคอเอน ม.2 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ขอให้เดินทางไปตรวจสอบด้วย
หลังจากรับแจ้ง พ.ต.ท.วิมนต์ แสงอุทัย รองผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าฉัตรไชย จึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปรีชา คงชู สวป.สภ.ท่าฉัตรไชย ร.ต.อ.ปรัชพงษ์ แก้วแกมจันทร์ รองสว.สส. ภ.จว.ภูเก็ต หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จว.ภูเก็ต นายสมพร อ่อนทองอินทร์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันอำเภอถลาง นายสมนึก พาที ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านคอเอน เจ้าหน้าที่ ชป.รส.ร.25 เจ้าหน้าที่ทหารด่านตรวจความมั่นคงท่าฉัตรไชย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณบ้านเก่า ที่ถูกรื้อเพื่อสร้างใหม่ พบวัตถุต้องสงสัยเป็นแท่งเหล็ก ลักษณะคล้ายปืนใหญ่สมัยโบราณ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ยาวประมาณ 1.5 เมตร สภาพเก่ามีสนิมเกาะ วางปะปนอยู่กับกองเศษปูนที่ จำนวน 2 แท่ง ทางเจ้าหน้าที่ฯจึงได้ใช้เชือกกันพื้นที่ เพื่อไม่ให้ใครเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ระหว่างรอ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) นปพ.ภ.จว.ภูเก็ต เข้าตรวจสอบ ในเบื้องต้น น่าจะเป็นปืนใหญ่สมัยโบราณ ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฯได้เคลื่อนย้ายแท่งดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ ที่ว่าการอำเภอถลาง

สื่อสารความเร็ว

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ได้จัดงาน “Success to Phuket Smart City” พร้อมเปิดตัว LoRa IoT by CAT ณ โรงแรม Bhukitta Grand Ballroom จังหวัดภูเก็ต โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เป็นประธานในงาน ร่วมด้วย นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) พันธมิตรธุรกิจ มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทุกภาคส่วน เพื่อเปิดตัวโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWAN ซึ่่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Phuket Smart City เมืองอัจฉริยะต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ตามแผนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า CAT ได้มุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWAN เพื่อรองรับบริการ IoT ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะโครงการ Smart City ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่ CAT เปิดตัวโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWAN อย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมทั่วจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการ Smart Services ด้านต่าง ๆ และการใช้งานอุปกรณ์ IoT ในจังหวัดภูเก็ตที่มีแนวโน้มจำนวนการใช้งานเพิ่มมากขึ้น
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กล่าวว่า หลักการพัฒนาสมาร์ทซิตี้จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน กับส่วนที่เป็นบริการ ซึ่งภารกิจหลักที่ CAT ได้ดำเนินการแล้วในส่วนแรก คือการติดตั้งโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง Free Wi-Fi 1,000 จุดทั่วทั้งภูเก็ต และล่าสุดคือการติดตั้งโครงข่ายไร้สายสำหรับ IoT คือ LoRaWAN ซึ่งหลังจากจัดให้มีโครงข่ายพื้นฐานที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว CAT ยังได้ขยายมาดำเนินการต่อเนื่องในส่วนของบริการ โดยขับเคลื่อนการพัฒนาบริการและโซลูชั่นต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ในท้องถิ่น ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของเมืองภูเก็ตที่มีเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เริ่มเล่นน้ำ

เริ่มแล้วเล่นน้ำสงกรานต์ที่ป่าตอง ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติออกมาเล่นน้ำอย่างคึกคัก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้านำปืนฉีดน้ำมาขายจำนวนมาก ราคาเริ่มที่ 100 – 800 บาท ด้านผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุดตรวจจราจรที่ปีนี้ภูเก็ตกำหนดจุดหลัก 15 จุด จุดรอง 15 จุด ครอบคลุมทั่วเกาะ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยทางน้ำ ส่วนผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทยอยเข้าภูเก็ตร่วมงาน Phuket Bike Week 2018 แล้ว

บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เริ่มขึ้นแล้วในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณถนนทวีวงศ์ ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติมาเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน โดยตลอดแนวถนนทวีวงศ์และซอยบางลาจะเล่นน้ำสงกรานต์กันตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 12 เม.ย.ไปจนถึงคืนวันที่ 13 เม.ย.61 นี้ โดยมีแม่ค้าพ่อค้าออกมาตั้งแผงขายปืนฉีดน้ำกันตลอด ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคัก นอกจากนั้น บริเวณถนนทวีวงศ์เลียบชายหาดตลอดเส้นมีการตั้งขายปืนฉีดน้ำ แว่นตากันน้ำ ซองใส่อุปกรณ์มือถือ เป็นจำนวนมาก
ขณะที่ แม่ค้าขายปืนฉีดน้ำบริเวณปากซอยบางลา กล่าวว่า ตนได้ขายปืนฉีดน้ำบริเวณดังกล่าวทุกปี ซึ่งปีนี้โดยรวมคิดว่าคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับปืนฉีดน้ำที่มีแรงอัดสูงๆ จะมีขายราคาตั้งแต่กระบอกละ 100-800 บาท แว่นกันน้ำ50 บาท เสื้อกันฝน และกระเป๋ากันน้ำ 50 บาท น้ำใส่กระบอกปืนฉีดน้ำกระบอกละ 10 บาท และคาดว่าพรุ่งนี้จะคึกคักกว่าวันนี้ และฝากให้ทุกคนเที่ยวสงกรานต์อย่างมีความสุข เมาไม่ขับ อยากให้เที่ยวในประเทศไทย เพื่อเงินทองไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ และในวันนี้นักท่องเที่ยวสนใจซื้อปืนฉีดน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะสร้างรายได้ไม่น้อยกว่าที่ผ่านมาแน่นอน
สำหรับในพื้นที่ ต.ป่าตอง มีการวางจุดตรวจจุดสกัดจำนวน 3 จุด คือ บริเวณแยกป่าตองฮิลล์ รอยต่อกะทู้ กะรน จุดบริการนักท่องเที่ยวแยกกะหลิม หัวซอยท้ายซอยบางลา จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้น ขณะนี้ทางเทศบาลเมืองป่าตอง ได้จัดกิจกรรมสงกรานต์บริเวณป้อมบางลาหน้าหาดป่าตอง ศูนย์กองอำนวยการร่วม มีนายตำรวจประจำประสานงาน สำหรับวันที่ 12-13 เม.ย.นี้ ที่มีการเล่นน้ำ มีสายตรวจเดินเท้า 2 ผลัด ทั้งกลางวัน และกลางคืน นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง ได้เดินเท้านอกเครื่องแบบ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าควบคุมเหตุการณ์ทันทีหากมีเหตุ และฝากเตือนว่าให้เล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีอย่าเล่นไปในเชิงลามกอนาจาร หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีทันที

ชาวเล

อดีตคณะกรรมการกฤษฎีกา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยทีมกฎหมาย ได้นำชาวเลราไวย์ซึ่งเป็นชาวเลพื้นเมืองใน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กว่า 200 คน เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีหลายราย โดยหนึ่งในนั้นคือ อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมทั้งยื่นคำขอต่อศาลให้เพิกถอนเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินหมายเลข 8324 หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่รวม 12 ไร่ เป็นแปลงแรก เนื่องจากเป็นเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายคมสัน โพธิ์คง อดีตคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังระบุด้วยว่า ในคำขอต่อศาลยังขอให้ศาลได้ลงพื้นที่เผชิญสืบคดีในจุดที่เป็นปัญหา โดยในคดีนี้ชาวเลต้องการให้เพิกถอน แล้วนำไปสู่การออกเอกสารสิทธิโฉนดชุมชนให้แก่ชาวบ้านได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
สำหรับคดีพิพาทที่ดิน ก่อนหน้านี้ นายทุนผู้ถือเอกสารสิทธิได้ฟ้องขับไล่ชาวเลออกจากพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน แต่ชาวเลได้รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าต่อสู้คดี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าทำการตรวจสอบสุสานโบราณของบรรพบุรุษชาวเล รวมทั้งภาพบันทึกสำคัญเมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนชาวเลราไวย์ เมื่อปี 2502 เป็นเครื่องยืนยันการตั้งถิ่นฐานของชาวเล

จนในที่สุด ศาลได้พิพากษาให้ชาวเลราไวย์เป็นฝ่ายชนะคดีในศาลอาญา หลังจากนั้น ชาวเลราไวย์ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนเอกสารสิทธิของนายทุน และหากศาลพิจารณาให้เพิกถอนแล้ว จะยื่นไปทางสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอออกเอกสารสิทธิโฉนดชุมชนเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของชาวเล

งานมอเตอร์ไซด์

ารท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค จัดงาน ภูเก็ตไบค์วีค ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2561 ณ สวนโลมา แอนด์ ฮาร์เบอร์ หาดป่าตอง และระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2561 ณ โบ๊ทลากูน คาดว่าจะมีกลุ่มผู้รักการขับขี่จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจากอาเซียน และจากทั่วโลกเข้าร่วมงานประมาณ 10,000 คัน

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าว การจัดงานภูเก็ตไบค์วีค 2018 “WORLD RIDE TOTETHER” ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2561 ณ สวนโลมา แอนด์ ฮาร์เบอร์ หาดป่าตอง และระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2561 ณ โบ๊ทลากูน โดยมีนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานภูเก็ต นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด นายมีชัย นาวิน นายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค ผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3 ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว และตัวแทนจากผู้สนับสนุนการจัดงาน เข้าร่วมงานแถลงข่าว เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานภูเก็ตไบค์วีค ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเสริมสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้อีกทางหนึ่ง ในการที่จะดึงคนที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เดินทางเข้ามาร่วมงาน จะสร้างความคึกคักให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับการจัดงาน อยู่ในช่วงของการรณรงค์ 7 วันอันตราย ของเทศกาลสงกรานต์ ก็จะเป็นต้นแบบในการใส่หมวกนิรภัย เพื่อจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการใส่หมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขณะนี้ทางจังหวัดก็ได้มีการเริ่มรณรงค์ในหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณทางผู้จัดที่ได้จัดมา ปีนี้ เป็นปีที่ 24 แล้ว ทางจังหวัดยินดีที่จะให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค หน่วยงานราชการและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดงาน “ภูเก็ตไบค์วีค” เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ในการเป็นจุดมุ่งหมายในการเดินทางสำหรับกลุ่มผู้รักการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 24 และยังคงมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นทุกปี ตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ(Niche Market) เป็นได้ทั้งศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั้งทางทะเลและทางบกในระดับอาเซียนจนถึงระดับโลก โดยคาดว่าในช่วงเวลาการจัดงานดังกล่าว ทั้ง 2 ช่วง จะสามารถนำรายได้เข้าสู่จังหวัดภูเก็ต ได้เป็นจำนวนมาก

ขอที่

กลุ่มผู้ประกอบการให้บริการกระดานโต้คลื่น และ กีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต รวมตัวยื่นหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาชีพ

ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ประกอบการให้บริการกระดานโต้คลื่น และ กีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต จำนวนกว่า 30 คน นำโดย นายเดชา สิทธิเดช ตัวแทนผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำ รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อขอความอนุเคราะห์ ในการใช้พื้นที่ในการประกอบการ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตโดยมีนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต รับหนังสือร้องเรียนพร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการฯ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป
ายเดชา สิทธิเดช ตัวแทนผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำ กล่าวถึง การยื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ว่า เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการใช้พื้นที่ในการประกอบการ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ของผู้ประกอบกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ทางจังหวัดพิจารณาให้การช่วยเหลือ โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายเดิม สามารถเข้าใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาชีพได้ ในโซนที่กำหนดไว้ คือหาดที่กำหนดหรือหาดที่มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเดิม สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้
ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต เป็นกลุ่มอาชีพที่ให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนตามชายหาดต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต โดยมีจุดประสงค์หลัก คือการหารายได้เพื่อดูแลครอบครัว ตามวิถีของคนพื้นถิ่นภูเก็ต ที่สามารถกระทำได้ และเป็นอาชีพที่สนับสนุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูโลว์ซีซั่น ที่มีคลื่นลมแรง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจกระดานโต้คลื่นจำนวนมาก เดินทางมาเล่นกระดานโต้คลื่นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการกระตุ้นสถานการณ์การท่องเที่ยวให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้สมาคมเซิฟบอร์ดโลก (ISA) ได้มีการจัดอันดับชายหาดต่างๆ

สนามบินแตก

จากกรณีท่าอากาศยานภูเก็ต ปิดทางวิ่งเพื่อดำเนินการซ่อมรอยแตกบริเวณหัวทางวิ่ง 09 (หาดไม้ขาว) ประมาณ 9 ตารางเมตร และ บริเวณรอยต่อระหว่างทางขับกับทางวิ่ง พบรอยแตกขนาด 84 ตารางเมตร โดยรอยแตกดังกล่าวเกิดจากการใช้งานที่มีจำนวนมากในช่วง High season ทางท่าอากาศยานภูเก็ตจึงได้กำหนดให้มีการซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วนระหว่างเวลา 02.00-07.00 น. ของวันที่ 26 และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อความปลอดภัยของอากาศยานที่ทำการขึ้น และลงจอด ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต
จากการปิดทางวิ่งเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่มีปัญหาดังกล่าว ปรากฏว่า ได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่ขึ้นลงสนามบินภูเก็ต ซึ่งวันแรก คือ วันที่ 26 ก.พ. มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 66 เที่ยวบิน ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก

ส่วนวันนี้ (27 ก.พ.) เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบมี จำนวน 78 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวขาเข้า 39 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาออก 39 เที่ยวบิน จาก 22 สายการบิน ทำให้ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก เนื่องจากผู้โดยสารที่จะเดินทางมีจำนวนมาก โดยขณะนี้ยังมีผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่จำนวนหนึ่ง
สำหรับการซ่อมทางวิ่งที่ชำรุด ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ดำเนินการซ่อมทางวิ่งเสร็จตั้งแต่เวลา 06.30 น. วันนี้ (27 ก.พ.) และสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ตามปกติแล้ว แต่ในส่วนของผู้โดยสารที่ตกค้างมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นการตกค้างจากเหตุเครื่องบินดีเลย์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะที่ผู้โดยสารรายหนึ่งที่เดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินภุเก็ต เพื่อไปสนามบินดอนเมือง กล่าวว่า ตนเองมีไฟลต์บินประมาณ 05.30 น. วันนี้ (27 ก.พ.) เดินทางออกจากที่พักมาที่สนามบินประมาณ 04.00 น. โดยไม่ทราบว่าวันนี้จะมีเครื่องบินดีเลย์ เพราะไม่ได้รับแจ้งจากสายการบิน โดยตนต้องมารออยู่ที่สนามบินเป็นเวลานาน และในช่วงดังกล่าวมีผู้โดยสารอีกจำนวนมากที่ต้องมารอที่สนามบินเนื่องจากเครื่องบินดีเลย์ ทำให้อาคารผู้โดยสารแน่นไปด้วยผู้คน กว่าจะได้บินออกจากภูเก็ตต้องใช้เวลารอนานหลายชั่วโมง
จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบินประสานความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อลดปัญหาปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นที่สนามบินภูเก็ต ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนี้ นอกจากนั้น ระหว่างรอขึ้นเครื่องพบว่า มีปัญหาเรื่องของไฟฟ้าดับเกิดขึ้นอีกด้วย