เริ่มเล่นน้ำ

เริ่มแล้วเล่นน้ำสงกรานต์ที่ป่าตอง ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติออกมาเล่นน้ำอย่างคึกคัก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้านำปืนฉีดน้ำมาขายจำนวนมาก ราคาเริ่มที่ 100 – 800 บาท ด้านผู้ว่าฯ ลงพื้นที่จุดตรวจจราจรที่ปีนี้ภูเก็ตกำหนดจุดหลัก 15 จุด จุดรอง 15 จุด ครอบคลุมทั่วเกาะ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยทางน้ำ ส่วนผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทยอยเข้าภูเก็ตร่วมงาน Phuket Bike Week 2018 แล้ว

บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้เริ่มขึ้นแล้วในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณถนนทวีวงศ์ ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติมาเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน โดยตลอดแนวถนนทวีวงศ์และซอยบางลาจะเล่นน้ำสงกรานต์กันตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 12 เม.ย.ไปจนถึงคืนวันที่ 13 เม.ย.61 นี้ โดยมีแม่ค้าพ่อค้าออกมาตั้งแผงขายปืนฉีดน้ำกันตลอด ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคัก นอกจากนั้น บริเวณถนนทวีวงศ์เลียบชายหาดตลอดเส้นมีการตั้งขายปืนฉีดน้ำ แว่นตากันน้ำ ซองใส่อุปกรณ์มือถือ เป็นจำนวนมาก
ขณะที่ แม่ค้าขายปืนฉีดน้ำบริเวณปากซอยบางลา กล่าวว่า ตนได้ขายปืนฉีดน้ำบริเวณดังกล่าวทุกปี ซึ่งปีนี้โดยรวมคิดว่าคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับปืนฉีดน้ำที่มีแรงอัดสูงๆ จะมีขายราคาตั้งแต่กระบอกละ 100-800 บาท แว่นกันน้ำ50 บาท เสื้อกันฝน และกระเป๋ากันน้ำ 50 บาท น้ำใส่กระบอกปืนฉีดน้ำกระบอกละ 10 บาท และคาดว่าพรุ่งนี้จะคึกคักกว่าวันนี้ และฝากให้ทุกคนเที่ยวสงกรานต์อย่างมีความสุข เมาไม่ขับ อยากให้เที่ยวในประเทศไทย เพื่อเงินทองไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ และในวันนี้นักท่องเที่ยวสนใจซื้อปืนฉีดน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะสร้างรายได้ไม่น้อยกว่าที่ผ่านมาแน่นอน
สำหรับในพื้นที่ ต.ป่าตอง มีการวางจุดตรวจจุดสกัดจำนวน 3 จุด คือ บริเวณแยกป่าตองฮิลล์ รอยต่อกะทู้ กะรน จุดบริการนักท่องเที่ยวแยกกะหลิม หัวซอยท้ายซอยบางลา จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้น ขณะนี้ทางเทศบาลเมืองป่าตอง ได้จัดกิจกรรมสงกรานต์บริเวณป้อมบางลาหน้าหาดป่าตอง ศูนย์กองอำนวยการร่วม มีนายตำรวจประจำประสานงาน สำหรับวันที่ 12-13 เม.ย.นี้ ที่มีการเล่นน้ำ มีสายตรวจเดินเท้า 2 ผลัด ทั้งกลางวัน และกลางคืน นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.นิกร ชูทอง รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง ได้เดินเท้านอกเครื่องแบบ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าควบคุมเหตุการณ์ทันทีหากมีเหตุ และฝากเตือนว่าให้เล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีอย่าเล่นไปในเชิงลามกอนาจาร หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีทันที

ชาวเล

อดีตคณะกรรมการกฤษฎีกา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมด้วยทีมกฎหมาย ได้นำชาวเลราไวย์ซึ่งเป็นชาวเลพื้นเมืองใน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต กว่า 200 คน เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีหลายราย โดยหนึ่งในนั้นคือ อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมทั้งยื่นคำขอต่อศาลให้เพิกถอนเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินหมายเลข 8324 หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่รวม 12 ไร่ เป็นแปลงแรก เนื่องจากเป็นเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายคมสัน โพธิ์คง อดีตคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังระบุด้วยว่า ในคำขอต่อศาลยังขอให้ศาลได้ลงพื้นที่เผชิญสืบคดีในจุดที่เป็นปัญหา โดยในคดีนี้ชาวเลต้องการให้เพิกถอน แล้วนำไปสู่การออกเอกสารสิทธิโฉนดชุมชนให้แก่ชาวบ้านได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
สำหรับคดีพิพาทที่ดิน ก่อนหน้านี้ นายทุนผู้ถือเอกสารสิทธิได้ฟ้องขับไล่ชาวเลออกจากพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน แต่ชาวเลได้รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าต่อสู้คดี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าทำการตรวจสอบสุสานโบราณของบรรพบุรุษชาวเล รวมทั้งภาพบันทึกสำคัญเมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนชาวเลราไวย์ เมื่อปี 2502 เป็นเครื่องยืนยันการตั้งถิ่นฐานของชาวเล

จนในที่สุด ศาลได้พิพากษาให้ชาวเลราไวย์เป็นฝ่ายชนะคดีในศาลอาญา หลังจากนั้น ชาวเลราไวย์ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนเอกสารสิทธิของนายทุน และหากศาลพิจารณาให้เพิกถอนแล้ว จะยื่นไปทางสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอออกเอกสารสิทธิโฉนดชุมชนเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของชาวเล

งานมอเตอร์ไซด์

ารท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค จัดงาน ภูเก็ตไบค์วีค ครั้งที่ 24 ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2561 ณ สวนโลมา แอนด์ ฮาร์เบอร์ หาดป่าตอง และระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2561 ณ โบ๊ทลากูน คาดว่าจะมีกลุ่มผู้รักการขับขี่จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจากอาเซียน และจากทั่วโลกเข้าร่วมงานประมาณ 10,000 คัน

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานแถลงข่าว การจัดงานภูเก็ตไบค์วีค 2018 “WORLD RIDE TOTETHER” ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2561 ณ สวนโลมา แอนด์ ฮาร์เบอร์ หาดป่าตอง และระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2561 ณ โบ๊ทลากูน โดยมีนายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานภูเก็ต นายบุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด นายมีชัย นาวิน นายกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสมาคมภูเก็ตไบค์วีค ผู้แทนทัพเรือภาคที่ 3 ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว และตัวแทนจากผู้สนับสนุนการจัดงาน เข้าร่วมงานแถลงข่าว เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานภูเก็ตไบค์วีค ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะเสริมสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้อีกทางหนึ่ง ในการที่จะดึงคนที่ชื่นชอบการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เดินทางเข้ามาร่วมงาน จะสร้างความคึกคักให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับการจัดงาน อยู่ในช่วงของการรณรงค์ 7 วันอันตราย ของเทศกาลสงกรานต์ ก็จะเป็นต้นแบบในการใส่หมวกนิรภัย เพื่อจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการใส่หมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขณะนี้ทางจังหวัดก็ได้มีการเริ่มรณรงค์ในหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณทางผู้จัดที่ได้จัดมา ปีนี้ เป็นปีที่ 24 แล้ว ทางจังหวัดยินดีที่จะให้การสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า ททท.สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับสมาคมภูเก็ตไบค์วีค หน่วยงานราชการและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จัดงาน “ภูเก็ตไบค์วีค” เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ในการเป็นจุดมุ่งหมายในการเดินทางสำหรับกลุ่มผู้รักการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 24 และยังคงมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นทุกปี ตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ(Niche Market) เป็นได้ทั้งศูนย์กลางการท่องเที่ยวทั้งทางทะเลและทางบกในระดับอาเซียนจนถึงระดับโลก โดยคาดว่าในช่วงเวลาการจัดงานดังกล่าว ทั้ง 2 ช่วง จะสามารถนำรายได้เข้าสู่จังหวัดภูเก็ต ได้เป็นจำนวนมาก

ขอที่

กลุ่มผู้ประกอบการให้บริการกระดานโต้คลื่น และ กีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต รวมตัวยื่นหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาชีพ

ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มผู้ประกอบการให้บริการกระดานโต้คลื่น และ กีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต จำนวนกว่า 30 คน นำโดย นายเดชา สิทธิเดช ตัวแทนผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำ รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อขอความอนุเคราะห์ ในการใช้พื้นที่ในการประกอบการ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตโดยมีนายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต รับหนังสือร้องเรียนพร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการฯ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป
ายเดชา สิทธิเดช ตัวแทนผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำ กล่าวถึง การยื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ว่า เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการใช้พื้นที่ในการประกอบการ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ของผู้ประกอบกระดานโต้คลื่นและกีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ทางจังหวัดพิจารณาให้การช่วยเหลือ โดยอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายเดิม สามารถเข้าใช้พื้นที่เพื่อประกอบอาชีพได้ ในโซนที่กำหนดไว้ คือหาดที่กำหนดหรือหาดที่มีการจัดระเบียบไว้แล้ว และพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเดิม สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้
ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการกระดานโต้คลื่นและเครื่องเล่นกีฬาทางน้ำจังหวัดภูเก็ต เป็นกลุ่มอาชีพที่ให้บริการนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนตามชายหาดต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต โดยมีจุดประสงค์หลัก คือการหารายได้เพื่อดูแลครอบครัว ตามวิถีของคนพื้นถิ่นภูเก็ต ที่สามารถกระทำได้ และเป็นอาชีพที่สนับสนุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูโลว์ซีซั่น ที่มีคลื่นลมแรง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจกระดานโต้คลื่นจำนวนมาก เดินทางมาเล่นกระดานโต้คลื่นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการกระตุ้นสถานการณ์การท่องเที่ยวให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้สมาคมเซิฟบอร์ดโลก (ISA) ได้มีการจัดอันดับชายหาดต่างๆ

สนามบินแตก

จากกรณีท่าอากาศยานภูเก็ต ปิดทางวิ่งเพื่อดำเนินการซ่อมรอยแตกบริเวณหัวทางวิ่ง 09 (หาดไม้ขาว) ประมาณ 9 ตารางเมตร และ บริเวณรอยต่อระหว่างทางขับกับทางวิ่ง พบรอยแตกขนาด 84 ตารางเมตร โดยรอยแตกดังกล่าวเกิดจากการใช้งานที่มีจำนวนมากในช่วง High season ทางท่าอากาศยานภูเก็ตจึงได้กำหนดให้มีการซ่อมแซมเป็นการเร่งด่วนระหว่างเวลา 02.00-07.00 น. ของวันที่ 26 และวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เพื่อความปลอดภัยของอากาศยานที่ทำการขึ้น และลงจอด ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต
จากการปิดทางวิ่งเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่มีปัญหาดังกล่าว ปรากฏว่า ได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินที่ขึ้นลงสนามบินภูเก็ต ซึ่งวันแรก คือ วันที่ 26 ก.พ. มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 66 เที่ยวบิน ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก

ส่วนวันนี้ (27 ก.พ.) เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบมี จำนวน 78 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวขาเข้า 39 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาออก 39 เที่ยวบิน จาก 22 สายการบิน ทำให้ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก เนื่องจากผู้โดยสารที่จะเดินทางมีจำนวนมาก โดยขณะนี้ยังมีผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่จำนวนหนึ่ง
สำหรับการซ่อมทางวิ่งที่ชำรุด ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ได้ดำเนินการซ่อมทางวิ่งเสร็จตั้งแต่เวลา 06.30 น. วันนี้ (27 ก.พ.) และสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ตามปกติแล้ว แต่ในส่วนของผู้โดยสารที่ตกค้างมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นการตกค้างจากเหตุเครื่องบินดีเลย์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

ขณะที่ผู้โดยสารรายหนึ่งที่เดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินภุเก็ต เพื่อไปสนามบินดอนเมือง กล่าวว่า ตนเองมีไฟลต์บินประมาณ 05.30 น. วันนี้ (27 ก.พ.) เดินทางออกจากที่พักมาที่สนามบินประมาณ 04.00 น. โดยไม่ทราบว่าวันนี้จะมีเครื่องบินดีเลย์ เพราะไม่ได้รับแจ้งจากสายการบิน โดยตนต้องมารออยู่ที่สนามบินเป็นเวลานาน และในช่วงดังกล่าวมีผู้โดยสารอีกจำนวนมากที่ต้องมารอที่สนามบินเนื่องจากเครื่องบินดีเลย์ ทำให้อาคารผู้โดยสารแน่นไปด้วยผู้คน กว่าจะได้บินออกจากภูเก็ตต้องใช้เวลารอนานหลายชั่วโมง
จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการบินประสานความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อลดปัญหาปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นที่สนามบินภูเก็ต ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนี้ นอกจากนั้น ระหว่างรอขึ้นเครื่องพบว่า มีปัญหาเรื่องของไฟฟ้าดับเกิดขึ้นอีกด้วย

ร้อนนี้ไปเกาะไหน

วันนี้เราจึงขอนำเอาเกาะกลางทะเลของ 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ที่ได้ชื่อว่ามีความสวยใสกว่าฝั่งอ่าวไทย โดยได้เลือกเอาจังหวัดละ 1 เกาะที่คัดมาแล้วว่าสวยใสทั้งผืนน้ำและผืนทราย เชื่อแน่ว่าใครได้ไปเที่ยวก็ต้องฟินกับน้ำทะเลใสๆ และทรายขาวๆ อย่างแน่นอน แต่จะเลือกไปเที่ยวที่ไหนดีนั้น ไปดูกัน
“เกาะค้างคาว-หมู่เกาะกำ” ระนอง

เริ่มกันที่ “จังหวัดระนอง” ทะเลระนองอาจไม่โดดเด่นเท่าภูเก็ตหรือกระบี่ แต่ที่นี่ก็มีของดีอยู่ที่ “หมู่เกาะกำและเกาะค้างคาว” โดยสามารถขึ้นเรือได้จากหาดบางเบน บริเวณอุทยานแห่งชาติแหลมสม (อ.กะเปอร์) ไปสู่หมู่เกาะกำและเกาะค้างคาวได้

จากหาดบางเบน ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงยัง “เกาะค้างคาว” (อ.กะเปอร์) เกาะที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในระนอง หาดทรายที่นี่ขาวเนียนละเอียดนุ่ม ส่วนน้ำทะเลก็ใสแจ๋ว ค่อยๆ ไล่โทนจากสีเขียวอ่อนในแนวชายหาดช่วงน้ำตื้น ออกไปสู่ท้องทะเลเป็นสีฟ้าอ่อน และสีน้ำเงินเข้มของน้ำทะเลลึกแห่งอันดามัน

อีกทั้งบริเวณหัวเกาะค้างคาวมีจุดดำน้ำตื้นที่แม้ปะการังและปลาจะไม่มากมาย แต่ว่าก็มีให้ชมกันพอสมควร โดยเฉพาะปลาการ์ตูนนีโม่ที่แหวกว่ายอยู่ในกอดอกไม้ทะเลก็มีให้เห็นพอเป็นสีสันประดับให้เกาะค้างคาวมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น
ส่วน “หมู่เกาะกำ” อยู่ห่างจากเกาะค้างคาวไปประมาณ 20 นาที หมู่เกาะกำตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน (อ.สุขสำราญ) ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ได้แก่ เกาะกำใหญ่ เกาะกำนุ้ย เกาะกำตก (อ่าวเขาควาย) เกาะกำใต้ เกาะกำกลาง (เกาะญี่ปุ่น) เกาะนมสาว (เกาะล้าน) เกาะนกควัก (เกาะนกกวัก) และเกาะไฟแว่บ เป็นต้น โดยไฮไลต์ของหมู่เกาะกำก็อยู่ที่ “เกาะกำตก” นั่นเอง

“เกาะกำตก” หรือที่เรียกว่า “อ่าวเขาควาย” เนื่องจากมีโค้งอ่าวยาวเป็นรูปครึ่งวงกลมคล้ายเขาควายทอดตัวจากเหนือจรดใต้ของเกาะ ที่นี่มีหาดทรายสวย น้ำใส แลดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และชวนให้ลงแหวกว่ายเล่นน้ำยิ่งนัก

บนเกาะกำตกยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมวิวอ่าวเขาควายจากมุมสูง มองเห็นโค้งอ่าวและหาดทรายสีขาวกับน้ำทะเลสีเขียวสดใสสวยงามยิ่งนัก
“หมู่เกาะสิมิลัน” พังงา

ใต้ระนองคือ “จังหวัดพังงา” และในบรรดาหมู่เกาะของพังงาที่ล้วนแล้วแต่สวยงามนั้น ขอเลือก “หมู่เกาะสิมิลัน” มาเป็นตัวแทนทะเลแห่งพังงา

หมู่เกาะสิมิลันอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ 11 เกาะด้วยกัน ได้แก่ เกาะหนึ่ง(หูหยง) เกาะสอง(ปายัง) เกาะสาม(ปาหยัน) เกาะสี่(เมียง) เกาะห้า เกาะหก(ปายู) เกาะเจ็ด(หินปูซาร์) เกาะแปด(สิมิลัน) เกาะเก้า(บางู) โดยเมื่อไม่นานมานี้ได้ผนวกรวมเกาะตาชัยและเกาะบอนที่อยู่ในน่านน้ำละแวกเดียวกันเพิ่มเข้ามา รวมเป็น 11 เกาะ

อาหารอร่อย

ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดกับงาน Phuket food festival 2018 “อร่อยเหาะที่เกาะภูเก็ต”เทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต ครั้งที่ 20 วันที่ 3 – 9 มีนาคมนี้ ที่เวทีกลางสะพานหินภูเก็ต ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารนครภูเก็ตขนร้านอาหารอร่อยๆ ทั้งซีฟูด อาหารพื้นเมือง และอีกมากมายกว่า 100 บู๊ท
นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายสุชา ลิ่วรุ่งโรจน์ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต และนางสาวพรรธน์รวี จิตตาปัญญานุกูล ประธานจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต ประจำปี 2561 ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต ครั้งที่ 20 Phuket Food Festival 2018 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว
นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต กล่าวว่า ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารนครภูเก็ต ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2536 (25 ปี) ได้เห็นถึงการพัฒนาการเติบโต และความเข้มแข็งของชมรมมาตลอด ในส่วนของเทศบาลนครภูเก็ต เป็นหน่วยงานที่ให้การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา เพื่อให้ชมรมได้ขับเคลื่อน ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของชมรม รวมถึงด้านการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนายกระดับมาตรฐานร้านอาหารในเขตเทศบาล “เสมือนพี่ดูแลน้อง”
กิจกรรมการจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมใจกันของสมาชิกชมรม เพื่อสร้างสรรค์ ผลงานด้านอาหารให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว โดยปีนี้ ใช้ชื่องานว่า “Phuket Food Festival 2018” “อร่อยเหาะ ที่เกาะภูเก็ต” อาจเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สอดรับกับเมืองสร้างสรรค์แห่งอาหาร Phuket City of Gastronomy ที่จังหวัดภูเก็ตได้รับประกาศยกย่องจากยูเนสโก
นายสุชา ลิ่วรุ่งโรจน์ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการอำนวยสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกชมรมฯ ในการกระตุ้นยอดขาย และประชาสัมพันธ์ร้านค้า เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเขตเมือง ของนครภูเก็ต สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกระจายรายได้ ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้เห็นได้ลิ้มลองของดี และของอร่อย รวมถึงกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกฯ กับชมรมฯ และระหว่างสมาชิกฯ ด้วยกันให้แน่นแฟ้น และเพื่อหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานกิจกรรมของชมรมฯ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง การที่ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเทศบาลนครภูเก็ต ดำเนินงานมาครบ 25 ปี และเพื่อสนับสนุนการได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ ในฐานะเป็นเมืองแห่ง Gastronomy
ขณะที่นางสาวพรรธน์รวี จิตตาปัญญานุกูล ประธานจัดงานเทศกาลอาหารอร่อยนครภูเก็ต ประจำปี 2561 กล่าวถึงไฮไลต์ของการจัดงานในปีนี้ ว่า เราจะตอกย้ำวิถีชีวิต อาหารคุณภาพที่ใช้วัตถุดิบทางทะเลสดๆ ซีฟู้ดเป็นๆ สดๆ รสชาติหวานอร่อย จากทะเลจังหวัดภูเก็ตให้เป็นที่ตระหนักในความสด หวาน อร่อย ในปีนี้ เราทำเตาบาบิคิวยาวกว่า 5 เมตร มาย่างซีฟู้ดสดๆกลางงาน มีทั้ง กุ้งมังกรภูเก็ตเผา ปลาเผา ปูเผา กุ้งลายเสือเผา หมึกเผา หอยเผา พร้อมน้ำจิ้มซีฟูตสไตล์ภูเก็ตแท้ ร้านดีบุกก้า นำเมนูฟิวชั่น ออกมาประชันกับภัตตาคารวังปลา นำไข่ปักกิ่ง อันเลื่องลือ มาให้ลิ้มลอง 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว

ล้นเกาะ

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเล ให้เป็นไปตามความสามารถในการรองรับได้ หาแนวทางแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเกาะสิมิลัน ติดตั้งท่าเทียบเรือลอยน้ำกระจายนักท่องเที่ยวไปเกาะใกล้เคียง สร้างศูนย์บริการลอยน้ำยังแก้ไม่ได้ กำหนดโควตา เก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้น

วันนี้ (6 ก.พ.) นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฎิบัติการการจัดการแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเล ให้เป็นไปตามความสามารถในการรองรับได้ โดยมี ดร.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผศ.ดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ ภาควิชาอนุรักษวิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายดำริ จิตต์ใจฉ่ำ ผู้อำนวยการส่วนจัดการการท่องเที่ยวและนันทนาการ พร้อมทั้ง นายสุพจน์ เพริดพริ้ง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเล ตัวแทนผู้ประกอบกิจการในอุทยานแห่งชาติเข้าร่วมในงาน เพื่อระดมความเห็น และร่วมอภิปรายถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวทางทะเลให้เป็นไปตามความสามารถในการรองรับได้ ณ โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน ปัญหาจากการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเลเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งอุทยานแห่งชาติหลายแห่งโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลกำลังประสบปัญหาจากความแออัดของนักท่องเที่ยว ปัญหาคราบน้ำมันจากเรือโดยสาร ปัญหาการจัดการขยะ หรือแม้กระทั่งผลกระทบในการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งยากต่อการฟื้นฟูในระยะเวลาอันสั้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการร่วมกันหาแนวทางในการจัดการการท่องเที่ยวที่นำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จึงได้การจัดประชุมเรื่อง “การจัดการแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางทะเลให้เป็นไปตามความสามารถในการรองรับได้” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กร และผู้ประกอบการให้เข้าใจสถานการณ์การท่องเที่ยวที่แท้จริง และร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการจัดการการท่องเที่ยวที่นำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป

งานโชว์เรือ

ประธานกรรมการบริหาร ไทยแลนด์ ยอชต์โชว์ ได้แถลงข่าวการจัดมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2561 ต่อสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ความพร้อมของการจัดกิจกรรมดังกล่าว ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา
มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2561ซึ่งจัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ 2561 ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า จ.ภูเก็ต เพื่อแสดงศักยภาพของเมืองไทยในฐานะจุดหมายด้านการท่องเที่ยวระดับหรูแห่งใหม่ของโลก โดยเน้นเป้าหมายที่กลุ่มนักแล่นเรือยอชต์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งมีอำนาจการใช้จ่ายสูง และต้องการประสบการณ์ทางทะเลที่แปลกใหม่ ด้วยรูปแบบการจัดงานที่แตกต่างจากงานแสดงเรือยอชต์อื่นๆ ให้ลูกค้าที่มีศักยภาพสามารถ “ทดลองและสัมผัส” ทั้งการทดลองแล่นเรือยอชต์ เรือสำราญ และร่วมสังสรรค์ในงานปาร์ตี้บนเรือยอชต์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับหรูด้วยตัวเอง

งานครั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของเมืองไทยในการเป็นศูนย์กลางการแล่นเรือยอชต์ และการท่องเที่ยวระดับหรูของโลก ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้โดยตรง รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจของประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากการสร้างงาน และการยกระดับสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวระดับหรู รวมไปถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ระดับเฟิร์สคลาสในปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น กล่าวได้ว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวทุกภาคส่วนของประเทศจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และผลกระทบเชิงบวกทั้งสิ้น
มร.แอนดี้ เทรดเวลล์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ไทยแลนด์ ยอชต์โชว์ กล่าวว่า จุดประสงค์การจัดงานของเราคือ การส่งเสริมให้ภูเก็ต และประเทศไทยเป็นนครหลวงแห่งการแล่นเรือยอชต์ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของซูเปอร์ยอชต์กว่า 5,000 ลำจากทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงฤดูร้อน โดยแนวชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ภูมิประเทศที่น่าตื่นตา ภูมิอากาศที่ดีเยี่ยมตลอดปี และมาตรฐานการต้อนรับนักท่องเที่ยวชั้นเลิศของเมืองไทย ล้วนสร้างความประทับให้แก่ผู้มาเยือนทั่วโลก รวมไปถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก ท่าจอดเรือ และบริการต่างๆ ที่สามารถรองรับเรือระดับซูเปอร์ยอชต์ได้อย่างต่ำ 120 ลำ ทำให้เมืองไทยเป็นจุดจอดเรือที่สมบูรณ์แบบในทุกด้านสำหรับนักท่องเที่ยวทางทะเลอย่างแท้จริง”

ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลไทย ทีมงานไทยแลนด์ ยอชต์ โชว์ ได้จัดทำแคมเปญการตลาดในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกเพื่อดึงดูดเจ้าของเรือยอชต์ รวมถึงผู้เช่า และผู้ซื้อเรือยอช์ตที่มีศักยภาพให้มาสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ทางทะเลของเมืองไทยเป็นครั้งแรก แม้ในปัจจุบันยังคงมีข้อติดขัดบางประการในเรื่องภาษี และการตรวจคนเข้าเมือง

จับขโมยทีสนามบิน

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนขยายผล ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้อีก 1 คน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ประวิทย์ สิทธิเรืองอรุณ ผกก.สภ.ท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมนาย ขวัญชัย บุตรไชย อายุ 28 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ

พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย บุหรี่ไฟฟ้า ยาบ้า และสิ่งของที่ขโมย มาจากคลังสินค้าสนามบินภูเก็ตจำนวนหลายรายการ จึงนี้ที่จึงตรวจยึดไว้ และแจ้งข้อกล่าวหา นำหรือพาของต้องห้าม ต้องจำกัดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้องตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ มียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าท่าอากาศยานภูเก็ต ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการสุ่มตรวจพนักงานที่ทำการขนถ่ายสัมภาระ และมีผลการจับกุมมาตลอด แต่เนื่องจากการตรวจสอบทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะบางส่วนจะขโมยสิ่งของที่เป็นของใช้เล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผู้โดยสารไม่ติดใจ และบางครั้งก็ไม่ชัดเจนว่าสิ่งของหายที่ใด

กระทั่งรายล่าสุดปรากฏ ว่า มีพัสดุที่จะต้องส่งต่อหายไป จึงแจ้งทางสายการบิน และทางสายการบินได้แจ้งมายังสนามบิน และแจ้งต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังรับแจ้งทางชุดสืบสวน จึงไปตรวจสอบกล้องวงปิด จนพบผู้ต้องสงสัยดังกล่าว และ นำไปตรวจค้นบ้านพัก พบของกลางจำนวนมากดังกล่าว

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวลักทรัพย์ในเขตท่าอากาศยานและรับของโจรนั้น ต้องให้กระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน จึงจะแจ้งข้อหาดังกล่าวเพิ่มเติมในภายหลัง ประกอบกับยังอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.จิระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการสุ่มตรวจพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในท่าอากาศยาน โดยเฉพาะในส่วนของพนักงานขนย้ายสัมภาระแล้ว ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง หลังจากนี้นอกจากเพิ่มความเข้มในการสุ่มตรวจแล้ว จะได้มีการเชิญผู้ประกอบการและพนักงานขนถ่ายสัมภาระมาอบรมชี้แจงทำความเข้าใจ โดยเฉพาะโทษที่จะได้รับ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตด้วย และขอให้สายการบินต่างๆ มาดูของกลางที่ สภ.สาคูด้วยว่า มีทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวที่แจ้งหายไว้บ้างหรือไม่อย่างไร